"หมอเตือน! กรีกโยเกิร์ต กินผิด LDL พุ่ง

แนะวิธีเลือกให้ดีต่อสุขภาพ" เผยแพร่โดย PPTV HD 36 โดยอ้างอิงข้อมูลจาก นพ.อนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจและผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology มีรายละเอียดดังนี้

📌 ประเด็นสำคัญ: กรีกโยเกิร์ตไม่ใช่ "อาหารสุขภาพ" สำหรับทุกคนเสมอไป

ความเข้าใจผิด: หลายคนมองว่ากรีกโยเกิร์ตเป็นอาหารสุขภาพ จึงรับประทานในปริมาณมากทุกวันหรือใช้ทานแทนมื้ออาหารโดยไม่ได้อ่านฉลากโภชนาการ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลมากกว่าที่คิด

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: ผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง (LDL สูง) หรือโรคหัวใจ ควรระมัดระวังการทานกรีกโยเกิร์ตประเภท Full-fat เนื่องจากยังมีไขมันอิ่มตัวจากนมอยู่ในปริมาณสูง

ระวังทอปปิงแฝงน้ำตาล: บ่อยครั้งที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวโยเกิร์ต แต่อยู่ที่ส่วนผสมหรือทอปปิงที่เติมลงไป เช่น น้ำผึ้ง, กราโนลา, แยม, ผลไม้อบแห้ง, ช็อกโกแลตไซรัป ซึ่งจะเปลี่ยนอาหารโปรตีนสูงให้กลายเป็นของหวานที่ให้พลังงานและน้ำตาลสูงโดยไม่รู้ตัว

💡 วิธีเลือกกรีกโยเกิร์ตให้เหมาะกับสุขภาพ

1. เลือกแบบรสธรรมชาติ: ควรเลือกแบบ Plain หรือ Unsweetened (ไม่เติมความหวาน)

2. หากมีไขมันในเลือดสูง (LDL สูง): ควรเริ่มต้นเลือกทานแบบ 0% Fat หรือ Low-fat ก่อน

3. เช็กปริมาณไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat): ให้ดูปริมาณไขมันอิ่มตัวต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
หากเกิน 3 กรัม ไม่ควรรับประทานบ่อย
หากเกิน 4 กรัม ควรรับประทานเพียงเป็นครั้งคราวเท่านั้น

4. ตรวจสอบน้ำตาลแฝง: ตรวจดูฉลากว่ามีการเติมน้ำตาล (Added Sugar) ลงไปด้วยหรือไม่

📌บทสรุปจากแพทย์:
กรีกโยเกิร์ตไม่ใช่สิ่งไม่ดีสำหรับคนสุขภาพแข็งแรงที่ออกกำลังกายเป็นประจำและต้องการเพิ่มโปรตีน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารที่เหมาะสมกับทุกคนโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณาพลังงานและไขมันรวมของอาหารทั้งหมดที่ทานในวันนั้นด้วย ไม่ใช่ดูเพียงแค่กรีกโยเกิร์ตถ้วยเดียว

CR IG PPTVHD36
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่