0 พิรุณร่ำโรยสายรำบายร้อน
วายุซ้อนแรงกระโชกล้อมโลกพิถี
วิโรจน์รูปเรขะซ้องเสียงพร้องพิธี
ผลักดาวจันทร์ยามราตรีให้ลี้ลับ
0 น้ำตาฟ้าราวกระพือการยื้อยุด
ช่วยกันฉุดจินตภพให้สบสดับ
พร่างหยดย้อยไหววีเกินที่จะนับ
ลง-สำทับจินตภาพครองคาบประโลม
0 หม่นมัวเมื่อแทรกเคล้าด้วยเยาวรูป
เพียงชั่ววูบก็พร่างพราวแทนดาว, โสม
ทั้งรอบด้านราวจะช่วงด้วยดวงโคม
ที่แนวโน้มจะแนบแน่นอ้อมแขนประคอง
0 คงไม่ต้องบ่ายเบี่ยงหรือเลี่ยงหนี
เป็นหน้าที่อำนวยเข้าช่วยสนอง
นลาฏปรางเนียนเนื้อนวลเพื่อประลอง
กับฤทธิ์ของทิพสุดาอย่างท้าทาย
0 คงไม่ต้องเบี่ยงกายหรือส่ายหน้า
ด้วยแววตาไต่ระดับวามวับสยาย
มีก้ำกึ่งบึ้งยิ้มร่วมพิมพ์ประกาย
อีกเขินอายผลิยอดตูมบนภูมิแพ้
0 ก็ทุกครั้งทุกคราเพ-ลานั้น
ที่จะกลั่นกรองวจีออกตีแผ่
ขวางรอบวงวัฏฏะเวียนขวางเปลี่ยนแปร
ให้หยุดแค่แขนเรียวเริ่มเหนี่ยวรั้ง
0 และทุกคราเกินจะพรากต่อจากนั้น
ที่มหันตะสมุทรลึกสุดหยั่ง
รุจิเรขเคยก้องยังต้องระวัง
น้ำฟ้าหลั่งก็หยุดพราวระราวจะคอย
0 กรรมบทสุขโศกครองโลกพิถี
ความเป็นมีไม่รู้แล้วจากแผ่วค่อย
เพรียกน้ำฟ้าหยาดประคองทุกร่องรอย
ให้ละห้อยผ่านกระซิบถึงทิพสุรางค์
0 ผ่านไปแล้วเบี่ยงกายหรือส่ายหน้า
เมื่อแววตาเหลือวาระให้สะสาง
ด้วยนันทิผลิบทเป็นกฏกลาง
ชั่วเนตรพรางหวานระรื่น .. ต้องตื่นตัว
.
.
ชั่วภูมิแพ้เริ่มบทที่กฏกลาง
มุมปากสร้างยิ้มบึ้ง-ต้องถึงตัว !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2026&date=17&group=238&gblog=18
O ฟ้ากำหนด .. O
0 พิรุณร่ำโรยสายรำบายร้อน
วายุซ้อนแรงกระโชกล้อมโลกพิถี
วิโรจน์รูปเรขะซ้องเสียงพร้องพิธี
ผลักดาวจันทร์ยามราตรีให้ลี้ลับ
0 น้ำตาฟ้าราวกระพือการยื้อยุด
ช่วยกันฉุดจินตภพให้สบสดับ
พร่างหยดย้อยไหววีเกินที่จะนับ
ลง-สำทับจินตภาพครองคาบประโลม
0 หม่นมัวเมื่อแทรกเคล้าด้วยเยาวรูป
เพียงชั่ววูบก็พร่างพราวแทนดาว, โสม
ทั้งรอบด้านราวจะช่วงด้วยดวงโคม
ที่แนวโน้มจะแนบแน่นอ้อมแขนประคอง
0 คงไม่ต้องบ่ายเบี่ยงหรือเลี่ยงหนี
เป็นหน้าที่อำนวยเข้าช่วยสนอง
นลาฏปรางเนียนเนื้อนวลเพื่อประลอง
กับฤทธิ์ของทิพสุดาอย่างท้าทาย
0 คงไม่ต้องเบี่ยงกายหรือส่ายหน้า
ด้วยแววตาไต่ระดับวามวับสยาย
มีก้ำกึ่งบึ้งยิ้มร่วมพิมพ์ประกาย
อีกเขินอายผลิยอดตูมบนภูมิแพ้
0 ก็ทุกครั้งทุกคราเพ-ลานั้น
ที่จะกลั่นกรองวจีออกตีแผ่
ขวางรอบวงวัฏฏะเวียนขวางเปลี่ยนแปร
ให้หยุดแค่แขนเรียวเริ่มเหนี่ยวรั้ง
0 และทุกคราเกินจะพรากต่อจากนั้น
ที่มหันตะสมุทรลึกสุดหยั่ง
รุจิเรขเคยก้องยังต้องระวัง
น้ำฟ้าหลั่งก็หยุดพราวระราวจะคอย
0 กรรมบทสุขโศกครองโลกพิถี
ความเป็นมีไม่รู้แล้วจากแผ่วค่อย
เพรียกน้ำฟ้าหยาดประคองทุกร่องรอย
ให้ละห้อยผ่านกระซิบถึงทิพสุรางค์
0 ผ่านไปแล้วเบี่ยงกายหรือส่ายหน้า
เมื่อแววตาเหลือวาระให้สะสาง
ด้วยนันทิผลิบทเป็นกฏกลาง
ชั่วเนตรพรางหวานระรื่น .. ต้องตื่นตัว
.
.
ชั่วภูมิแพ้เริ่มบทที่กฏกลาง
มุมปากสร้างยิ้มบึ้ง-ต้องถึงตัว !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=07-2026&date=17&group=238&gblog=18