บันทึกหน้าหนึ่งของการเดินทาง : ซินเจียงใต้ ตอน 3

EP3 : เดินไปเรื่อย ๆ แล้วปล่อยให้คัชการ์เล่าเรื่อง

หลังจากเดินชมเมืองเก่าคัชการ์อยู่พักใหญ่ ก็เริ่มรู้สึกว่าที่นี่เป็นเมืองที่เหมาะกับการเดินมากกว่าการรีบ

ตรอกเล็ก ๆ  บ้านเรือนโทนสีอบอุ่นแทรกด้วยประตูและหน้าต่างสีสดเป็นบางหลัง ทำให้ทุกมุมดูมีชีวิตชีวา แม้จะเป็นแค่ซอยธรรมดา ก็ยังมีร้านค้าเล็ก ๆ สลับกับบ้านที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่จริง นักท่องเที่ยวเดินปะปนกับคนท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมชาติ จนบางครั้งก็แยกแทบไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าบ้าน ใครเป็นแขก

วันแรกไม่มีโปรแกรมเร่งรีบ โรงแรมก็อยู่ไม่ไกลนัก จึงปล่อยให้ตัวเองเดินไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย









แล้วอยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดนตรีดังแว่วมาจากด้านหลัง

เมื่อหันไป ก็เห็นขบวนอูฐกำลังเคลื่อนผ่าน พร้อมผู้คนแต่งกายสีสันสดใส บรรยากาศครึกครื้นจนอดสงสัยไม่ได้ เลยลองถามคนแถวนั้น จึงรู้ว่าเป็นการแสดงพิธีแต่งงานของชาวอุยกูร์ที่จัดให้นักท่องเที่ยวได้ชม






ขบวนค่อย ๆ เคลื่อนไปตามถนน ก่อนเข้าสู่ลานแสดง มีทั้งเสียงดนตรี การร้องเพลง การเต้นรำ และช่วงท้ายยังโปรยลูกอมให้ผู้ชมอีกด้วย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนรอบข้างทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก

แต่ด้วยความสูงที่เป็นข้อจำกัด คนดูยืนเบียดกันแน่น มองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง สุดท้ายเลยปล่อยให้เพื่อนที่ตัวสูงกว่ายืนชมต่อ ส่วนตัวเองเลือกเดินเล่นรอบ ๆ แทน

เดินไปได้ไม่นาน ก็เจออูฐที่ใช้ในขบวนมายืนพักอยู่ด้านข้าง คนดูแลส่งยิ้มแล้วโบกมือเรียก พร้อมยื่นสายบังเหียนมาให้ถือ ก่อนจะเรียกอีกคนมาช่วยถ่ายรูปให้แบบเต็มใจ

ไม่นานนัก นักท่องเที่ยวคนอื่นก็เริ่มเดินเข้ามาถ่ายรูปกันบ้าง กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะแค่เดินผ่านมา



เมื่อเสียงดนตรีค่อย ๆ เบาลง ก็กลับมาเดินเล่นต่อ

ระหว่างทางได้กลิ่นหอมของขนมปังลอยมาเตะจมูก จนต้องแวะดูเสียหน่อย

เป็นร้านทำขนมปังนานแบบดั้งเดิมที่ยังทำกันสด ๆ หน้าร้าน มองเพลินจนอดซื้อไม่ได้ รสชาติเรียบง่าย เป็นแป้งล้วน ๆ แต่ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม

อร่อยนะ…

แต่ก็ต้องรีบเตือนตัวเองว่า นี่เพิ่งวันแรกของทริปเท่านั้น ถ้าตามใจปากทุกมื้อ สงสัยน้ำหนักที่พยายามดูแลมาหลายเดือนคงได้กลับบ้านมาพร้อมของฝากแน่ ๆ





พอเริ่มหิวจริงจัง ก็เลือกร้านอาหารเล็ก ๆ แถวเมืองเก่า สั่งมาแค่สองอย่าง คิดว่าไม่น่าจะเยอะ

พออาหารมาถึงโต๊ะ…ถึงกับหัวเราะ

ชามใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก

ดูเหมือนคำว่า “จานธรรมดา” ของที่นี่ จะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย





หลังมื้อเย็น เดินต่ออีกนิดก็เจอร้านกาแฟบรรยากาศสบาย ๆ มีมุมให้นั่งพักและมุมถ่ายรูปน่ารักหลายมุม

ระหว่างกำลังมองหามุมถ่ายรูป เจ้าของร้านหนุ่มหน้าตาดีเห็นเข้าก็เดินเข้ามาช่วยเป็นตากล้องให้ แถมยังแนะนำมุมสวย ๆ ในร้านอย่างกระตือรือร้น



แม้จะพูดกันคนละภาษา แต่รอยยิ้มและความตั้งใจช่วยเหลือ กลับสื่อสารกันได้อย่างง่ายดาย



วันแรกในคัชการ์จึงไม่ได้มีเพียงภาพของเมืองเก่าเท่านั้น

แต่ยังเต็มไปด้วยเสียงดนตรี ผู้คน รอยยิ้ม และความอบอุ่นจากมิตรภาพเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

บางที…เสน่ห์ของการเดินทาง อาจไม่ได้อยู่ที่การไปถึงสถานที่สำคัญ แต่อยู่ที่การเดินช้า ๆ แล้วปล่อยให้เมืองค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองให้เราฟัง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่