EP2 : คัชการ์…บทสนทนาแรกที่ไม่ต้องใช้คำพูด
หลังจากเครื่องบินแตะพื้นสนามบินคัชการ์
การเดินทางในซินเจียงใต้ของฉันก็เริ่มต้นขึ้น
สนามบินคัชการ์ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ขั้นตอนผ่านเข้าเมืองไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด
มีเพียงคำถามบางส่วนผ่านเครื่องแปลภาษา
ด้วยความที่ฉันเองไม่ได้ศึกษารายละเอียดของแผนการเดินทางมากนัก บางคำถามจึงทำให้ต้องหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง จนเจ้าหน้าที่ถามซ้ำอีกเล็กน้อย สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้
และตราประทับบนหนังสือเดินทางก็บอกว่า…
เราเดินทางมาถึงแล้ว
⸻
ทันทีที่เปิดซิม Travel และสัญญาณกลับมา
LINE ก็เด้งขึ้นมา
ข้อความจากไกด์คนไทยที่มารอรับ
“ใส่เสื้อยืดสีดำลายนี้ รออยู่ตรงทางออกค่ะ”
ไม่นาน เราก็ได้เจอกัน
⸻
ระหว่างเดินออกจากอาคารสนามบิน สิ่งแรกที่คัชการ์มอบให้ฉันกลับไม่ใช่ภาพสวย ๆ
แต่เป็น…
กลิ่นควันบุหรี่ที่แสบจมูก
ฉันได้แต่บอกปอดตัวเองเบา ๆ
“ขอโทษนะ…เจ็ดแปดวันจากนี้ เราคงต้องอดทนอยู่ด้วยกันหน่อย”
และนี่คงเป็นหนึ่งในประสบการณ์แรกของการเข้าสู่ดินแดนที่แตกต่างจากบ้านเรา
⸻
เมื่อถึงโรงแรม เวลายังเหลือ
ไกด์ถามว่าอยากออกไปเดินเล่นหรือหาอะไรทานไหม จึงพาเราไปเดินบริเวณเมืองเก่าใกล้ ๆ
Kashgar Ancient City
นี่คือภาพแรกของคัชการ์ที่ฉันได้สัมผัส
ร้านขายเนื้อที่มีชิ้นเนื้อขนาดใหญ่แขวนอยู่หน้าร้าน
บ้านเรือนสีสันสดใส
ตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้หยุดมอง
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันสนใจมากที่สุด ไม่ใช่เพียงสถานที่
แต่คือผู้คน

⸻
วันแรกในคัชการ์ทำให้ฉันรู้ว่า
การเดินทางไปยังสถานที่ที่ภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรา ไม่ได้หมายความว่าเราจะสื่อสารกันไม่ได้
แม้เครื่องแปลภาษาจะไม่ได้ช่วยได้ทุกครั้ง
แม้บางประโยคจะต้องใช้การเดาและความพยายามทำความเข้าใจ
แต่สุดท้ายเราก็ยังสื่อสารกันได้
ผ่านรอยยิ้ม
ภาษามือ
และความตั้งใจที่จะเข้าใจกัน แม้แอบมึน งง เครียดอยู่บ้าง 🤔
⸻
สิ่งหนึ่งที่ฉันให้ความสำคัญเสมอเวลาเดินทาง คือการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของคนอื่นด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
ทุกครั้งที่เห็นมุมที่อยากเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บ้านเรือน หรือผู้คนในชุดพื้นเมืองที่สะดุดตา ฉันจะมองก่อนเสมอว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถถ่ายรูปได้หรือไม่
หากเป็นร้านค้า บ้าน หรือสถานที่ที่ไม่แน่ใจ ฉันจะขออนุญาตก่อน
บางครั้งใช้ Google Translate
บางครั้งใช้ภาษามือ
และหลายครั้งมีเพียงรอยยิ้ม
เมื่อเห็นผู้คนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองที่สวยงาม ฉันมักจะขออนุญาตก่อนถ่ายรูป
หลายครั้ง สิ่งที่ได้รับกลับมา คือรอยยิ้มและการตอบรับด้วยความเต็มใจ
บางคนยิ้มให้ด้วยความยินดี
บางคนอาจมีอาการเขินเล็ก ๆ จากความแตกต่างทางวัฒนธรรม
แต่สุดท้ายเราก็ได้ภาพความทรงจำร่วมกัน
⸻
ภายหลังเมื่อฉันนำรูปบางส่วนไปคุยกับไกด์ จึงได้รู้ว่าบางสถานที่ที่ฉันถ่ายนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัว และปกติอาจไม่ได้อนุญาตให้ถ่ายรูปง่าย ๆ
นั่นทำให้ฉันรู้สึกขอบคุณมากขึ้น
และเลือกที่จะไม่เผยแพร่ภาพบางภาพออกไป
เพราะบางความประทับใจ ไม่จำเป็นต้องถูกแบ่งปันออกไปทั้งหมด
บางภาพ…มีคุณค่าเพียงเพราะมันเป็นความทรงจำของเรา
⸻
ระหว่างเดินตลาด เราแวะร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง
วันแรกฉันยังไม่เข้าใจวิธีซื้อของที่นี่
เพราะป้ายราคาไม่ได้คิดเป็นชิ้นเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่คิดตามน้ำหนักเป็นกิโลกรัม
ตอนแรกก็แอบงง
แต่แม่ค้าสาวชาวซินเจียงพยายามอธิบายให้เข้าใจ
แต่แล้ว น้องคนสวย ก็คิดว่าฉันกับเพื่อนคงอยากชิม
นำถุงมือมาให้ แล้วเปิดตู้ให้ฉันเลือกหยิบชิมตามใจ
คนไทยเจอมุกนี้ ก็ต้องซื้อ จากนั้นเลือกขนมที่ชอบ ถุงยื่นให้
น้องนำไปชั่งน้ำหนักและคิดราคา
สุดท้ายฉันก็ได้ขนมที่ถูกใจกลับมา
พร้อมกับรอยยิ้มของคนขายที่เราแทบพูดภาษาเดียวกันไม่ได้
⸻
วันแรกในคัชการ์ ฉันยังอ่านป้ายต่าง ๆ ไม่ออก
ฟังภาษาที่คนรอบตัวพูดไม่เข้าใจ
และยังต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของเมืองที่แตกต่างจากบ้านเรา
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจ คือเมื่อเราเข้าไปหาผู้คนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
บางครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมา
คือรอยยิ้มและความเป็นมิตรที่ไม่ต้องใช้ภาษา
และนี่คือบทสนทนาแรกของฉันกับคัชการ์
บทสนทนาที่…
ไม่ต้องใช้คำพูด
บันทึกหน้าหนึ่งของการเดินทาง : ซินเจียงใต้ ตอน 2
หลังจากเครื่องบินแตะพื้นสนามบินคัชการ์
การเดินทางในซินเจียงใต้ของฉันก็เริ่มต้นขึ้น
สนามบินคัชการ์ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ขั้นตอนผ่านเข้าเมืองไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด
มีเพียงคำถามบางส่วนผ่านเครื่องแปลภาษา
ด้วยความที่ฉันเองไม่ได้ศึกษารายละเอียดของแผนการเดินทางมากนัก บางคำถามจึงทำให้ต้องหยุดคิดอยู่พักหนึ่ง จนเจ้าหน้าที่ถามซ้ำอีกเล็กน้อย สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้
และตราประทับบนหนังสือเดินทางก็บอกว่า…
เราเดินทางมาถึงแล้ว
⸻
ทันทีที่เปิดซิม Travel และสัญญาณกลับมา
LINE ก็เด้งขึ้นมา
ข้อความจากไกด์คนไทยที่มารอรับ
“ใส่เสื้อยืดสีดำลายนี้ รออยู่ตรงทางออกค่ะ”
ไม่นาน เราก็ได้เจอกัน
⸻
ระหว่างเดินออกจากอาคารสนามบิน สิ่งแรกที่คัชการ์มอบให้ฉันกลับไม่ใช่ภาพสวย ๆ
แต่เป็น…
กลิ่นควันบุหรี่ที่แสบจมูก
ฉันได้แต่บอกปอดตัวเองเบา ๆ
“ขอโทษนะ…เจ็ดแปดวันจากนี้ เราคงต้องอดทนอยู่ด้วยกันหน่อย”
และนี่คงเป็นหนึ่งในประสบการณ์แรกของการเข้าสู่ดินแดนที่แตกต่างจากบ้านเรา
⸻
เมื่อถึงโรงแรม เวลายังเหลือ
ไกด์ถามว่าอยากออกไปเดินเล่นหรือหาอะไรทานไหม จึงพาเราไปเดินบริเวณเมืองเก่าใกล้ ๆ
Kashgar Ancient City
นี่คือภาพแรกของคัชการ์ที่ฉันได้สัมผัส
ร้านขายเนื้อที่มีชิ้นเนื้อขนาดใหญ่แขวนอยู่หน้าร้าน
บ้านเรือนสีสันสดใส
ตรอกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดให้หยุดมอง
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันสนใจมากที่สุด ไม่ใช่เพียงสถานที่
แต่คือผู้คน
⸻
วันแรกในคัชการ์ทำให้ฉันรู้ว่า
การเดินทางไปยังสถานที่ที่ภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรา ไม่ได้หมายความว่าเราจะสื่อสารกันไม่ได้
แม้เครื่องแปลภาษาจะไม่ได้ช่วยได้ทุกครั้ง
แม้บางประโยคจะต้องใช้การเดาและความพยายามทำความเข้าใจ
แต่สุดท้ายเราก็ยังสื่อสารกันได้
ผ่านรอยยิ้ม
ภาษามือ
และความตั้งใจที่จะเข้าใจกัน แม้แอบมึน งง เครียดอยู่บ้าง 🤔
⸻
สิ่งหนึ่งที่ฉันให้ความสำคัญเสมอเวลาเดินทาง คือการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของคนอื่นด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
ทุกครั้งที่เห็นมุมที่อยากเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บ้านเรือน หรือผู้คนในชุดพื้นเมืองที่สะดุดตา ฉันจะมองก่อนเสมอว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถถ่ายรูปได้หรือไม่
หากเป็นร้านค้า บ้าน หรือสถานที่ที่ไม่แน่ใจ ฉันจะขออนุญาตก่อน
บางครั้งใช้ Google Translate
บางครั้งใช้ภาษามือ
และหลายครั้งมีเพียงรอยยิ้ม
เมื่อเห็นผู้คนแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองที่สวยงาม ฉันมักจะขออนุญาตก่อนถ่ายรูป
หลายครั้ง สิ่งที่ได้รับกลับมา คือรอยยิ้มและการตอบรับด้วยความเต็มใจ
บางคนยิ้มให้ด้วยความยินดี
บางคนอาจมีอาการเขินเล็ก ๆ จากความแตกต่างทางวัฒนธรรม
แต่สุดท้ายเราก็ได้ภาพความทรงจำร่วมกัน
⸻
ภายหลังเมื่อฉันนำรูปบางส่วนไปคุยกับไกด์ จึงได้รู้ว่าบางสถานที่ที่ฉันถ่ายนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัว และปกติอาจไม่ได้อนุญาตให้ถ่ายรูปง่าย ๆ
นั่นทำให้ฉันรู้สึกขอบคุณมากขึ้น
และเลือกที่จะไม่เผยแพร่ภาพบางภาพออกไป
เพราะบางความประทับใจ ไม่จำเป็นต้องถูกแบ่งปันออกไปทั้งหมด
บางภาพ…มีคุณค่าเพียงเพราะมันเป็นความทรงจำของเรา
⸻
ระหว่างเดินตลาด เราแวะร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง
วันแรกฉันยังไม่เข้าใจวิธีซื้อของที่นี่
เพราะป้ายราคาไม่ได้คิดเป็นชิ้นเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่คิดตามน้ำหนักเป็นกิโลกรัม
ตอนแรกก็แอบงง
แต่แม่ค้าสาวชาวซินเจียงพยายามอธิบายให้เข้าใจ
แต่แล้ว น้องคนสวย ก็คิดว่าฉันกับเพื่อนคงอยากชิม
นำถุงมือมาให้ แล้วเปิดตู้ให้ฉันเลือกหยิบชิมตามใจ
คนไทยเจอมุกนี้ ก็ต้องซื้อ จากนั้นเลือกขนมที่ชอบ ถุงยื่นให้
น้องนำไปชั่งน้ำหนักและคิดราคา
สุดท้ายฉันก็ได้ขนมที่ถูกใจกลับมา
พร้อมกับรอยยิ้มของคนขายที่เราแทบพูดภาษาเดียวกันไม่ได้
⸻
วันแรกในคัชการ์ ฉันยังอ่านป้ายต่าง ๆ ไม่ออก
ฟังภาษาที่คนรอบตัวพูดไม่เข้าใจ
และยังต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของเมืองที่แตกต่างจากบ้านเรา
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจ คือเมื่อเราเข้าไปหาผู้คนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
บางครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมา
คือรอยยิ้มและความเป็นมิตรที่ไม่ต้องใช้ภาษา
และนี่คือบทสนทนาแรกของฉันกับคัชการ์
บทสนทนาที่…
ไม่ต้องใช้คำพูด