ริดสีดวงแบบไหน...ที่ต้องระวัง

ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการท้องผูก
ต้องเบ่งอุจจาระเป็นประจำ นั่งทำงานนาน ตั้งครรภ์ หรือมีพฤติกรรมขับถ่ายที่ไม่เหมาะสม
แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา
อาจทำให้เกิดอาการปวด เลือดออกเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจนต้องเข้ารับการผ่าตัดได้
หลายคนมักเข้าใจว่า "เลือดออกทางทวารหนัก" เป็นเพียงริดสีดวงเสมอ
แต่ความจริงแล้ว อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นที่อันตรายกว่า
เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้อักเสบ หรือแผลบริเวณทวารหนัก ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยอาการผิดปกติ

วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้  ideaริดสีดวงแบบไหน...ที่ต้องระวังidea

ริดสีดวงทวาร เกิดจากการที่หลอดเลือดดำบริเวณปลายทวารหนักและไส้ตรงเกิดการโป่งพอง
ทำให้เกิดก้อนนูนบริเวณทวารหนัก ซึ่งแบ่งออกเป็น
ริดสีดวงทวารภายใน อยู่ภายในทวารหนัก มักไม่เจ็บในระยะแรก แต่มีเลือดออกได้
ริดสีดวงทวารภายนอก อยู่รอบปากทวารหนัก อาจมีอาการเจ็บ ปวด บวม หรือคลำพบก้อน



ideaริดสีดวงแบบไหนที่ต้องระวัง
1. ริดสีดวงที่มีเลือดออกมาก
เลือดออกหลังการขับถ่ายเป็นอาการที่พบได้บ่อยของริดสีดวง โดยเลือดมักมีสีแดงสด ติดกระดาษชำระ หรือหยดลงโถสุขภัณฑ์
แต่หากพบว่า เลือดออกปริมาณมาก เลือดไหลไม่หยุด
เลือดออกติดต่อกันหลายวัน มีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย ซีด เลือดออกแม้ไม่ได้ขับถ่าย
ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง หรืออาจไม่ใช่ริดสีดวง แต่เป็นโรคของลำไส้ใหญ่ที่ต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม

2. ริดสีดวงที่มีอาการปวดมากผิดปกติ
โดยปกติริดสีดวงภายในมักไม่เจ็บ แต่หากมีอาการปวดมาก อาจเกิดจาก
ริดสีดวงภายนอกเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ริดสีดวงโผล่ออกมาและถูกหูรูดรัด
เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ มีฝีรอบทวารหนักร่วมด้วย
อาการที่ควรระวัง ได้แก่ ปวดจนเดินหรือนั่งไม่ได้
ปวดตลอดเวลา ก้อนบวมโตอย่างรวดเร็ว มีไข้ร่วมด้วย
จำเป็นต้องรีบพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษา เพราะบางกรณีอาจต้องผ่าตัดระบายลิ่มเลือดหรือรักษาภาวะติดเชื้อ

3. ริดสีดวงที่เป็นติ่งหรือก้อนไม่ยุบ
หากมีก้อนบริเวณทวารหนักที่ โผล่ออกมาตลอดเวลา
ดันกลับเข้าไปไม่ได้ ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
มีเลือดออกหรือมีแผล ขับถ่ายลำบาก
อาจเป็นริดสีดวงระยะที่ 4 ซึ่งมักไม่สามารถรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว และอาจต้องพิจารณาการผ่าตัด
นอกจากนี้ ก้อนที่ไม่ยุบอาจเกิดจากโรคอื่น เช่น เนื้องอก หรือมะเร็งบริเวณทวารหนัก จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

idea อาการของริดสีดวงที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ควรรีบพบแพทย์ หากมีอาการต่อไปนี้
เลือดออกทุกครั้งหลังขับถ่าย เลือดออกจำนวนมาก
ปวดรุนแรงผิดปกติ คลำพบก้อนที่โตขึ้นเรื่อย ๆ
ก้อนดันกลับไม่ได้ มีหนอง มีไข้ หรือมีกลิ่นผิดปกติ
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายเป็นมูกเลือด
ลักษณะการขับถ่ายเปลี่ยนไปเป็นเวลานาน

ideaใครบ้างที่เสี่ยงเป็นริดสีดวง
ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่ ท้องผูกเรื้อรัง เบ่งอุจจาระแรงเป็นประจำ
นั่งห้องน้ำนาน รับประทานผักและผลไม้น้อย ดื่มน้ำน้อย ผู้ที่ต้องนั่งทำงานนาน
หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก

idea การรักษาริดสีดวงทวาร
แพทย์จะเลือกแนวทางรักษาตามความรุนแรงของโรค ได้แก่
ระยะเริ่มต้น
ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย เพิ่มใยอาหาร
ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานยาและใช้ยาเหน็บ
แช่น้ำอุ่นเพื่อลดอาการปวด
ระยะปานกลาง
อาจใช้วิธีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น
รัดหัวริดสีดวงด้วยยาง (Rubber Band Ligation) ฉีดยา
จี้ด้วยความร้อนหรือเลเซอร์ในบางราย
ระยะรุนแรง
หากก้อนมีขนาดใหญ่ เลือดออกมาก หรือเป็นเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด
ซึ่งปัจจุบันมีหลายเทคนิค ช่วยลดความเจ็บปวดและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ideaวิธีป้องกันริดสีดวงทวาร
สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรม ดังนี้
รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยทุกวัน
ดื่มน้ำอย่างน้อย 1.5–2 ลิตรต่อวัน (หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์)
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่กลั้นอุจจาระ ไม่เบ่งแรง
ไม่นั่งห้องน้ำนานเกิน 5–10 นาที ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม หากมีเลือดออกมาก ปวดรุนแรง หรือมีก้อนที่ไม่ยุบ
ไม่ควรซื้อยามาใช้เองหรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนหรือโรคอื่นที่ร้ายแรงกว่า
การเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงของโรค
และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเร็วที่สุด

ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่