เตยไปหาซื้อเนื้อสำหรับทำก้วยเตี๋ยวเนื้อที่ตลาดแถวบ้าน ไปมา 3 วันแล้ว คนขายที่ซื้อกันมากว่า 10 ปี ไม่เคยหยุดหลายวันอย่างนี้มาก่อนเลย ถามแม่ค้าคนอื่นๆก็ไม่มีใครรู้ว่า จะกลับมาขายอีกเมื่อไหร่ !
ทนต่อไปไม่ไหว...ไปหาอีก 2-3 ตลาดใกล้กัน..แต่ไม่มีร้านขายเนื้อเลย..
สุดท้ายต้องไปตลาดอีกตำบลหนึ่ง ห่างออกไป 8 กม.(ไปซื้อเครื่องแกงใต้บ่อยๆ) ได้เนื้อสามชั้นมา 80 บาท เครื่องใน 30 บาท แต่ไม่มีลูกชิ้น..
ร้านสุดท้าย เขาแนะนำให้กลับไปในตลาด ได้ลูกชิ้นมา 1 ถุง 55 บาท ดีใจรีบบึ่งกลับบ้าน...
9 โมงเช้าลงมือต้ม ...11 โมงกว่าก็ได้กิน...หายอยากเลย...ปัญหาที่ตามมาก็คือ ลูกชิ้นถุงนั้น นับได้ 97 ลูก...ใส่เนื้อเปื่อย เครื่องใน กับลูกชิ้น 4 ลูก...เนื้อเปื่อยกับเครื่องในคงหมดก่อนแน่ๆ...ถ้าใส่ลูกชิ้นอย่างเดียว ชามละ 6 ลูก...อีก 15 ชามเลยนะ!
เคยกินติดกันมากที่สุด 9 มื้อ..ตอนอยู่ต่างแดน..เพราะลูกชิ้นจากเมืองไทย ขายถุงใหญ่ๆทั้งนั้น
สำหรับสูตรที่ทำนี้ เป็นสูตรของร้านก้วยเตี๊ยวเรือในตลาดสดเมืองปทุมฯ เพราะเขาขายในเรือที่ยกไปไว้กลางตลาด...ที่เคยไปกินสมัยทำงานแถวนั้น อร่อยจนไม่เคยกินชามเดียวเลย ไม่ใช่ชามเล็กๆกิน 3-4 คำหมดนะ
แต่เป็นชามใหญ่ทั่วไป..ชามละ 20 บาท สมัยที่ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 63 บาท (เดี๋ยวนี้ชามละ 70-80บาท-แถวบ้าน-ใส่ถุง+ 10 บาท)..
กินบ่อยจนรู้ว่า ใส่เต้าเจี้ยว..เลยทำกินเองมานับแต่นั้น...ช่วงหนึ่งที่ต้องไปทำงานที่บางปะอิน เดือนละครั้ง ราว 4 ปี...มื้อเที่ยง...ไม่ยอมกินมื้อเที่ยงกับลูกค้าเลย แต่จะออกไปที่ตลาดปทุมฯ ขับรถย้อนกลับไปร่วม 20 กม. เกือบบ่ายโมงทุกที แต่ก็หาที่จอดรถได้ง่ายหน่อย หากไปใกล้เที่ยง บางครั้งต้องจอดไกลเป็นกิโลก็บ่อยๆ..
จนปีสุดท้าย...ต้องไปกินที่โรงอาหาร-ที่จริงต้องเรียกภัตตาคารมากกว่า...สไตล์ญี่ปุ่นจ๋าเลย....เพราะเขาให้ทำงานจนเลยเวลา..ไปถึงภัตตาคารในโรงงาน...
อยากทุบหัวตัวเองให้แตกตายไปเลย...มันเป็นภัตตาคารแบบญี่ปุ่น...ทั้งการตกแต่ง จัดโต๊ะ-จาน-ชาม-ถ้วย...พนักงานบริการ-ใส่เครื่องแบบทั้งหญิง-ชาย... บรรยากาศแบบญี่ปุ่นล้วนๆๆ ...อาหารญี่ปุ่นโดยเชฟจากญี่ปุ่น... เพราะเลี้ยงชาวญี่ปุ่นซึ่งมีหลายสิบตน กับคนไทยระดับบนเท่านั้น..อาหารญี่ปุ่นก็ไม่เคยได้กินแบบนั้มมาก่อนเลย...!
ถามครับถาม...ระหว่างอาหารญี่ปุ่นแท้....กับก้วยเตี๋ยวเรือ..ถ้าให้เลือก...เลือกก้วยเตี๋ยวเรือใช่ไหม????

แห้ง...
หมอก....9 โมงเช้า....เชียงดาว-ไชยปราการ-ฝาง
ก้วยเตี๋ยวเนื้อ..ชิ้น สด เปื่อยๆ
ทนต่อไปไม่ไหว...ไปหาอีก 2-3 ตลาดใกล้กัน..แต่ไม่มีร้านขายเนื้อเลย..
สุดท้ายต้องไปตลาดอีกตำบลหนึ่ง ห่างออกไป 8 กม.(ไปซื้อเครื่องแกงใต้บ่อยๆ) ได้เนื้อสามชั้นมา 80 บาท เครื่องใน 30 บาท แต่ไม่มีลูกชิ้น..
ร้านสุดท้าย เขาแนะนำให้กลับไปในตลาด ได้ลูกชิ้นมา 1 ถุง 55 บาท ดีใจรีบบึ่งกลับบ้าน...
9 โมงเช้าลงมือต้ม ...11 โมงกว่าก็ได้กิน...หายอยากเลย...ปัญหาที่ตามมาก็คือ ลูกชิ้นถุงนั้น นับได้ 97 ลูก...ใส่เนื้อเปื่อย เครื่องใน กับลูกชิ้น 4 ลูก...เนื้อเปื่อยกับเครื่องในคงหมดก่อนแน่ๆ...ถ้าใส่ลูกชิ้นอย่างเดียว ชามละ 6 ลูก...อีก 15 ชามเลยนะ!
เคยกินติดกันมากที่สุด 9 มื้อ..ตอนอยู่ต่างแดน..เพราะลูกชิ้นจากเมืองไทย ขายถุงใหญ่ๆทั้งนั้น
สำหรับสูตรที่ทำนี้ เป็นสูตรของร้านก้วยเตี๊ยวเรือในตลาดสดเมืองปทุมฯ เพราะเขาขายในเรือที่ยกไปไว้กลางตลาด...ที่เคยไปกินสมัยทำงานแถวนั้น อร่อยจนไม่เคยกินชามเดียวเลย ไม่ใช่ชามเล็กๆกิน 3-4 คำหมดนะ
แต่เป็นชามใหญ่ทั่วไป..ชามละ 20 บาท สมัยที่ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 63 บาท (เดี๋ยวนี้ชามละ 70-80บาท-แถวบ้าน-ใส่ถุง+ 10 บาท)..
กินบ่อยจนรู้ว่า ใส่เต้าเจี้ยว..เลยทำกินเองมานับแต่นั้น...ช่วงหนึ่งที่ต้องไปทำงานที่บางปะอิน เดือนละครั้ง ราว 4 ปี...มื้อเที่ยง...ไม่ยอมกินมื้อเที่ยงกับลูกค้าเลย แต่จะออกไปที่ตลาดปทุมฯ ขับรถย้อนกลับไปร่วม 20 กม. เกือบบ่ายโมงทุกที แต่ก็หาที่จอดรถได้ง่ายหน่อย หากไปใกล้เที่ยง บางครั้งต้องจอดไกลเป็นกิโลก็บ่อยๆ..
จนปีสุดท้าย...ต้องไปกินที่โรงอาหาร-ที่จริงต้องเรียกภัตตาคารมากกว่า...สไตล์ญี่ปุ่นจ๋าเลย....เพราะเขาให้ทำงานจนเลยเวลา..ไปถึงภัตตาคารในโรงงาน...
อยากทุบหัวตัวเองให้แตกตายไปเลย...มันเป็นภัตตาคารแบบญี่ปุ่น...ทั้งการตกแต่ง จัดโต๊ะ-จาน-ชาม-ถ้วย...พนักงานบริการ-ใส่เครื่องแบบทั้งหญิง-ชาย... บรรยากาศแบบญี่ปุ่นล้วนๆๆ ...อาหารญี่ปุ่นโดยเชฟจากญี่ปุ่น... เพราะเลี้ยงชาวญี่ปุ่นซึ่งมีหลายสิบตน กับคนไทยระดับบนเท่านั้น..อาหารญี่ปุ่นก็ไม่เคยได้กินแบบนั้มมาก่อนเลย...!
ถามครับถาม...ระหว่างอาหารญี่ปุ่นแท้....กับก้วยเตี๋ยวเรือ..ถ้าให้เลือก...เลือกก้วยเตี๋ยวเรือใช่ไหม????
แห้ง...