พ่อนวดคอให้ลูกชายวัย 20 สุดท้ายเส้นเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีนกลายเป็นอุทาหรณ์ด้านสุขภาพ หลังคุณพ่อรายหนึ่งนวดต้นคอให้ลูกชายวัย 20 ปี เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการเตรียมสอบ แต่กลับทำให้ลูกชายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน
.
เสี่ยวจาง (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 วัย 20 ปี จากเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นเวลานาน จนมีอาการปวดตึงบริเวณต้นคอและไหล่ คุณพ่อซึ่งมีความรู้ด้านการนวดแผนจีนจึงนวดต้นคอให้เพื่อคลายอาการ แต่ในคืนเดียวกัน เสี่ยวจางเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง ครอบครัวเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
.
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวจางเกิดอาการแขนขาอ่อนแรงข้างหนึ่ง ร่วมกับอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ผลตรวจพบว่าหลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Artery) บริเวณลำคอเกิดการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดจากแรงภายนอกจนเกือบอุดตันทั้งหมด แพทย์ระบุว่าหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้อาจเกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเป็นวงกว้างได้ (Large area cerebral infarction)
.
โชคดีที่เสี่ยวจางเข้ารับการรักษาได้ทันเวลาและอาการปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาโรงพยาบาลพบผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวหลายรายที่มีอาการลักษณะเดียวกัน โดยบางรายเกิดจากการใช้ปืนนวดบริเวณต้นคอเป็นเวลานาน จนทำให้ผนังหลอดเลือดแดงกระดูกสันหลัง (Vertebral Artery) ฉีกขาดและเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเสี่ยงหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือความผิดปกติของหลอดเลือดแต่กำเนิดก็ตาม
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาอธิบายว่าหลอดเลือดบริเวณลำคอเป็นเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงสมอง แต่มีเพียงผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนปกคลุม จึงเสี่ยงได้รับความเสียหายจากการนวดที่รุนแรงหรือผิดวิธีซึ่งอาจทำให้ผนังหลอดเลือดฉีกขาดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
.
การนวดต้นคอด้วยแรงมากเกินไปอาจทำให้ผนังหลอดเลือดฉีกขาด จนเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแยกชั้น (Arterial Dissection) ส่งผลให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตันและหากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดในสมองก็อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ยังมีความเสี่ยงที่คราบไขมันในหลอดเลือดจะหลุดจากการนวดผิดวิธี จนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน
.
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแม้การนวดต้นคอจะทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดแรงบริเวณด้านหน้าและด้านข้างลำคอ ซึ่งเป็นตำแหน่งของหลอดเลือดสำคัญและจุดควบคุมความดันโลหิตกับอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะอาจทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง หรือทำให้ผนังหลอดเลือดได้รับความเสียหายได้ และไม่ควรบิดหรือดัดคอจนเกิดเสียงดัง
.
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ผู้ที่มีอาการปวดหรือเวียนศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงผู้ที่ร่างกายอ่อนเพลียมากหรืออยู่ในภาวะมึนเมา ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณต้นคอหรือต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากการนวดมากกว่าคนทั่วไป
.
หากหลังนวดต้นคอมีอาการปวดศีรษะหรือปวดคอรุนแรง แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด มุมปากตก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ หรือมองเห็นผิดปกติ ไม่ควรคิดว่าเป็นอาการปกติหลังการนวด แต่ควรรีบไปพบแพทย์หรือโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งมีช่วงเวลาทองในการรักษาภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งหลังเริ่มมีอาการ
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#โรคหลอดเลือดสมอง #เตือนภัยสุขภาพ
.
https://www.facebook.com/share/p/1BGB5BApxx/
🧠🙅 พ่อนวดคอให้ลูกชายวัย 20 สุดท้ายเส้นเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีนกลายเป็นอุทาหรณ์ด้านสุขภาพ หลังคุณพ่อรายหนึ่งนวดต้นคอให้ลูกชายวัย 20 ปี เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการเตรียมสอบ แต่กลับทำให้ลูกชายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน
.
เสี่ยวจาง (นามสมมติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 วัย 20 ปี จากเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซู ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นเวลานาน จนมีอาการปวดตึงบริเวณต้นคอและไหล่ คุณพ่อซึ่งมีความรู้ด้านการนวดแผนจีนจึงนวดต้นคอให้เพื่อคลายอาการ แต่ในคืนเดียวกัน เสี่ยวจางเริ่มมีอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง ครอบครัวเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
.
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวจางเกิดอาการแขนขาอ่อนแรงข้างหนึ่ง ร่วมกับอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ผลตรวจพบว่าหลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Artery) บริเวณลำคอเกิดการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดจากแรงภายนอกจนเกือบอุดตันทั้งหมด แพทย์ระบุว่าหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้อาจเกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเป็นวงกว้างได้ (Large area cerebral infarction)
.
โชคดีที่เสี่ยวจางเข้ารับการรักษาได้ทันเวลาและอาการปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาโรงพยาบาลพบผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวหลายรายที่มีอาการลักษณะเดียวกัน โดยบางรายเกิดจากการใช้ปืนนวดบริเวณต้นคอเป็นเวลานาน จนทำให้ผนังหลอดเลือดแดงกระดูกสันหลัง (Vertebral Artery) ฉีกขาดและเกิดลิ่มเลือด ซึ่งเสี่ยงหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือความผิดปกติของหลอดเลือดแต่กำเนิดก็ตาม
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาอธิบายว่าหลอดเลือดบริเวณลำคอเป็นเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงสมอง แต่มีเพียงผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนปกคลุม จึงเสี่ยงได้รับความเสียหายจากการนวดที่รุนแรงหรือผิดวิธีซึ่งอาจทำให้ผนังหลอดเลือดฉีกขาดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้
.
การนวดต้นคอด้วยแรงมากเกินไปอาจทำให้ผนังหลอดเลือดฉีกขาด จนเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแยกชั้น (Arterial Dissection) ส่งผลให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตันและหากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดในสมองก็อาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ยังมีความเสี่ยงที่คราบไขมันในหลอดเลือดจะหลุดจากการนวดผิดวิธี จนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้เช่นกัน
.
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าแม้การนวดต้นคอจะทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดแรงบริเวณด้านหน้าและด้านข้างลำคอ ซึ่งเป็นตำแหน่งของหลอดเลือดสำคัญและจุดควบคุมความดันโลหิตกับอัตราการเต้นของหัวใจ เพราะอาจทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง หรือทำให้ผนังหลอดเลือดได้รับความเสียหายได้ และไม่ควรบิดหรือดัดคอจนเกิดเสียงดัง
.
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ผู้ที่มีอาการปวดหรือเวียนศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงผู้ที่ร่างกายอ่อนเพลียมากหรืออยู่ในภาวะมึนเมา ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณต้นคอหรือต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากการนวดมากกว่าคนทั่วไป
.
หากหลังนวดต้นคอมีอาการปวดศีรษะหรือปวดคอรุนแรง แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด มุมปากตก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ หรือมองเห็นผิดปกติ ไม่ควรคิดว่าเป็นอาการปกติหลังการนวด แต่ควรรีบไปพบแพทย์หรือโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ซึ่งมีช่วงเวลาทองในการรักษาภายใน 4 ชั่วโมงครึ่งหลังเริ่มมีอาการ
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#โรคหลอดเลือดสมอง #เตือนภัยสุขภาพ
.
https://www.facebook.com/share/p/1BGB5BApxx/