JJNY : ปชน.ยื่นสถานทูตจีน แก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน│ปชน.รุดฟังชาวสวนมะพร้าว│ไอซ์ขอสรยุทธเชิญ‘คุณพนัส’│40 จว.ฝนตกหนัก

ปชน. ยื่นสถานทูตจีน แก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ด้านทูตจีนให้คำมั่นส่งข้อมูลถึงปักกิ่ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806382
.

.
ปชน. ยื่นสถานทูตจีน แก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ด้านทูตจีนให้คำมั่นส่งข้อมูลถึงปักกิ่ง
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เข้ายื่นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนให้สถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อขอให้สามารถจัดการเรื่องดังกล่าวได้ตรงจุด และหยุดปัญหาน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านร่วมกัน
.
โดยนายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำกับทางเอกอัครราชทูตจีนถึงความสำคัญของประเด็นนี้ เนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบคือประชาชนทุกเชื้อชาติ จึงต้องเร่งจัดการปัญหาร่วมกันจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง และการแก้ปัญหานี้รอไม่ได้ ซึ่งหนังสือมีเนื้อหาที่ระบุชัดเจนว่า ต้นตอของสารพิษที่เราเจอกันมากว่า 1 ปี ไม่ได้มาจากสารโลหะหนักในธรรมชาติของไทย หรือกิจกรรมใดๆ ในไทยเลย
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งการตรวจน้ำและตะกอนดินของกรมควบคุมมลพิษ และงานวิจัยของ นายธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของสารพิษกับทางจีน รวมถึงสภาพความรุนแรงของปัญหานี้ที่ปัจจุบันกระทบกับทั้งแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ความเสี่ยงในแม่น้ำกระบุรี ที่เราพบค่าสารพิษในแม่น้ำมากกว่ามาตรฐานทั้งสารหนูและตะกั่ว และยังลามไปถึงอาหารที่เรากิน การตรวจพืชผักที่ทำให้อาหารเราปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน และเนื้อปลาที่ตอนนี้ก็มีการตรวจพบปลาจากแม่น้ำโขงที่มีสารตะกั่วเกินเกณฑ์ปลอดภัยแล้วเช่นกัน
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อมูลเรื่องต้นตอของสารพิษว่า ได้แนบพิกัดอย่างละเอียดของเหมือง 2,676 จุด จาก Stimson Center เพื่อให้ทางจีนสามารถตรวจสอบว่ามีภาคส่วนใดของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหมืองแห่งไหนบ้าง เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายของจีนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย Rare Earth Management กฎหมาย Outbound Investment และกฎหมาย Export Control
.
ฉะนั้น จึงขอให้ทางการจีนตรวจสอบและตอบกลับเป็นหนังสือเพื่อนำมาสื่อสารต่อกับประชาชนในประเทศไทยให้รับรู้ถึงความใส่ใจต่อปัญหานี้ของทางการจีน ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงที่มีกรอบด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะ” นายภัทรพงษ์ กล่าว
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของเราครั้งนี้ไม่ใช่การชี้ตัวว่าใครคือผู้กระทำผิด แต่เป็นการดึงประเทศในซัพพายเซนของแร่เข้ามาร่วมตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองร่วมจัดการซัพพายเซนของแร่ และจัดการปัญหานี้ที่ต้นตอ โดยเรายังมีข้อเสนอการบำบัดมลพิษที่เหมืองที่มีต้นทุนต่ำจากงานวิจัยที่เราแนบไปด้วย อธิบายสั้นๆ แบบนี้ว่า ในกรณีเหมืองที่ถูกกฎหมาย ค่าบำบัดที่เหมืองสามารถทำได้ในต้นทุน 5-20 บาทต่อลูกบาศก์เมตร แต่หากปล่อยไว้แล้วค่อยฟื้นฟู แพงกว่าร้อยถึงพันเท่าแน่นอน และอาจจะฟื้นฟูไม่ได้เลยอีกด้วย
.
เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ให้คำมั่นถึงการส่งเอกสารทั้งหมดตรงไปยังรัฐบาลจีน ผมและพรรคประชาชนจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิดต่อไป จนกว่าแม่น้ำประเทศเราจะกลับมาสะอาด และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนที่อยู่ริมน้ำกลับมาปลอดภัยเหมือนในอดีต” นายภัทรพงษ์ กล่าว
.

.
ปชน. รุดฟังชาวสวนมะพร้าว ชุมนุมเรียกร้องรบ. แก้ราคามะพร้าวแกงตกต่ำ วอนระงับนำเข้ากะทิ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806233
.
‘พรรคประชาชน’ รุดสังเกตการณ์ชุมนุมชาวสวนมะพร้าว ร้อง ‘รัฐบาล’ แก้ไขราคามะพร้าวแกงตกต่ำ พร้อมรับ 3 ข้อเรียกร้อง แนะ ‘ก.พาณิชย์’ ใช้กฎหมายคุมเข้ม
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด รองประธานคณะอนุ กมธ.ศึกษาห่วงโซ่อุปทานการส่งออกสินค้าเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาค ในคณะกมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของพี่น้องชาวสวนมะพร้าวที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวผลแก่ หรือมะพร้าวแกงที่มีราคาตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง
.
โดยชาวสวนมะพร้าว มีข้อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ดังนี้
1. ขอให้มีการระงับการนำเข้ามะพร้าวและกะทิสำเร็จรูป เพื่อให้ราคามะพร้าวในประเทศปรับเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายราคาในประเทศไว้ที่ 18 บาทต่อผล
2. เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายมะพร้าวที่มีเกษตรกรตัวจริงที่มีความเชี่ยวชาญเข้าร่วมเป็นกรรมการ
3. เสนอให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำอีก
.
ด้าน นายสิทธิพล กล่าวว่า มะพร้าวแกงไม่ควรมีปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เพราะผลผลิตในประเทศมีน้อยกว่าความต้องการในประเทศอยู่แล้ว แต่สาเหตุของปัญหานี้เกิดจากมีการนำเข้าตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องถึงปี 2568 จนเกิดภาวะล้นตลาด ทางแก้คือการกำกับและควบคุมการนำเข้าให้เหมาะสม โดยกระทรวงพาณิชย์สามารถใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ประกาศให้มะพร้าวเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถทราบปริมาณมะพร้าวในตลาดในแต่ละช่วงเวลา และสามารถกำกับปริมาณการนำเข้าให้เหมาะสมได้ รวมถึงสามารถระงับการนำเข้าชั่วคราวได้หากจำเป็น
.
นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนสนับสนุนให้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์กลางในการวิจัยและพัฒนามะพร้าวและผลิตภัณฑ์มะพร้าว เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และที่สำคัญเป็นแหล่งอาชีพสำคัญสำหรับลูกหลานชาวประจวบคีรีขันธ์ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ ตนตอบรับข้อเรียกร้องของชาวสวนมะพร้าว โดยจะนำไปผลักดันผ่านกลไกต่างๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งทางกมธ. การตั้งกระทู้ถาม และในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา
.
ขณะที่นายเดชรัต กล่าวว่า การนำเข้ามะพร้าวและกะทิสำเร็จรูปจากต่างประเทศ จะกดดันราคามะพร้าวในประเทศ เมื่อมีการนำเข้าในปริมาณที่สูงต่อเนื่องกันยาวนาน เช่น ในปี 2568 มีการนำเข้ามะพร้าวประมาณ 4 หมื่นตันต่อเดือน ต่อเนื่องกันถึง 10 เดือน จนทำให้ราคามะพร้าวลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยในช่วง 5 เดือนแรก ยังมีการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นตันต่อเดือน และหากจะให้ราคามะพร้าวในประเทศขยับขึ้น ก็ต้องลดปริมาณนำเข้าในช่วงนี้ลงเหมือนที่เคยดำเนินการในปี 2566 ที่มีปริมาณการนำเข้าน้อยกว่า 1 หมื่นตันต่อเดือน
.
นายเดชรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่มีการอ้างว่า ราคามะพร้าวตกต่ำ มาจากการกีดกันการส่งออกกะทิสำเร็จรูปของไทย เนื่องจากผู้นำเข้าอ้างว่ามีการใช้ลิงในการเก็บมะพร้าวนั้น ขอชี้แจงว่าตัวเลขมูลค่าการส่งออกกะทิสำเร็จรูปของไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2567 ที่ส่งออกมูลค่า 5.7 พันล้านบาท ในช่วง 5 เดือนแรก แต่เมื่อมาถึงปี 2569 มูลค่าการส่งออกขยับขึ้นไป 6.5 พันล้านบาท ฉะนั้น ข้อกล่าวอ้างนี้จึงไม่เป็นความจริง
.

.
ไอซ์ ขอ สรยุทธ เชิญ ‘คุณพนัส’ มาออกรายการกับเด็กๆ โค้งสุดท้าย เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5806325
.
ไอซ์ รักชนก ถาม สรยุทธ ว่างไหม ขอความกรุณาเชิญ คุณพนัส มารายการกับเด็ก ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมกำชับผู้ประกันตนอย่ากาผิดเชียว คนดีมีวิสัยทัศต้องสนับสนุน
.
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม จากกรณี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติไฟเขียวสูตร CARE ประกันสังคม
.
ต่อมา นายพนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคมหลายสมัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กยอมรับว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่า สูตร CARE คืออะไร นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า เห็นแรกๆ ออกมาบอกว่าไม่มีใครเสียประโยชน์ แต่ที่สุดท่าน รมต.แรงงานออกมาแถลงว่ามีคนเสียประโยชน์ “จริง” แต่ประกันสังคมจะชดเชยเงินคืนให้ คนก็เลยถามว่าอย่างนี้ จะไป “ถีบหน้า” ได้ที่ไหน
.
โดยต่อ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้นำโพสต์ นายพนัส มาโพสต์ในเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ทำให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว
.
โดยระบุว่า
.
“ไม่ทราบว่าคุณสรยุทธพอจะมีสลอตเวลาว่างไหม โค้งสุดท้ายลงทะเบียนประกันสังคม จะกรุณาเชิญคุณพนัสมาพบกันในการรายได้ไหมคะ จุดประสงค์เพื่อช่วยกันรณรงค์เรื่องเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมน่ะค่ะ
.
การมีคนเช่นคุณพนัสลงแข่งเป็นบอร์ด ยิ่งต้องรณรงค์ให้หนัก และต้องย้ำว่าอย่าไปกาผิดเชียวนะคะ ไม่งั้นผู้ประกันตนจะยิ้มกันหมดแน่
.
คุณพนัสจะอยากมาออกรายการโปรโมทเลือกตั้งกับเด็กๆ ไหมนะ เป็นการช่วยพี่พนัสหาเสียงไปในตัวนะคะ อยากได้รับเกียรติจังค่ะ
.
ปล.อย่ากาผิดหมายถึง อย่าไปเลือกเบอร์อื่นต้องเบอร์นี้เท่านั้น คนดีมีวิสัยทัศต้องสนับสนุน ทวงคืนปฏิทินเสื้อหมวกให้ได้ ไม่งั้นแย่แน่ค้า”
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid0mCxq7iwexh8hsnJBDHcZsHskoKrMBmvy3JQVMuCVYxhyFRSVVdjz9kChXAnRdi92l
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่