จาก "ชาไหว้เจ้า" บนโต๊ะตั่ง สู่ "ชาไทยพรีเมียม" ระดับโลก: ถอดรหัสการแปลงร่าง 'ชาตราสามม้า' ---> CHALONG cafe

Chalong ร้านชาไทยจาก ‘ชาสามม้า’ ที่ตั้งใจว่า หากไม่ได้รางวัลระดับโลกมาการันตี จะไม่เปิด

CHALONG (ฉลอง) คือคาเฟ่/แบรนด์ชาไทยระดับพรีเมียมตัวใหม่ที่เป็นโปรเจกต์ของ ทายาทรุ่นที่ 3 จากแบรนด์ "ใบชาตราสามม้า" ตำนานใบชาที่อยู่คู่ไทยมานานกว่า 90 ปีนั่นเองครับ
เคล็ดลับของกิจการ 90 ปี
หนึ่งในโจทย์ยากของธุรกิจครอบครัว คือทำอย่างไรให้ลูกหลานอยากมาสานต่อและสืบทอดกิจการให้คงอยู่อย่างยาวนาน ซึ่งการเดินทางตลอด 90 ปี พิสูจน์แล้วว่าใบชาตราสามม้าผ่านด่านสุดหินนั้นมาได้
สองพี่น้อง ไก่-อรรถกร และ โต้ง-อิศเรศ อุณหเทพารักษ์ ทายาทรุ่นสามเฉลยให้เราฟังว่า เหตุที่ผูกพันกับธุรกิจครอบครัว เพราะช่วงปิดเทอมวัยเด็กพวกเขาต้องอยู่ช่วยงานที่ร้านเสมอ เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการทอนเงิน หยิบส่งสินค้า จึงได้เรียนรู้ที่จะเคารพคุณค่าและหน้าที่ของงานทุกตำแหน่งในองค์กร รวมถึงซึมซับแนวคิดการทำธุรกิจมาทีละน้อย จนความคุ้นเคยเริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นความภาคภูมิใจ
“สิ่งสำคัญที่คุณปู่ผู้ก่อตั้งถ่ายทอดมาให้เราคือเรื่องความซื่อสัตย์ ท่านมักจะสอนเสมอว่า ขายของได้เงินมาแล้วต้องนอนหลับสนิทด้วย”
สิ่งที่สะท้อนแกนหลักนี้มีตั้งแต่นโยบาย Money Back Guarantee ยินดีคืนเงินหากไม่พึงพอใจสินค้า ตลอดจนรับผิดชอบทุกปัญหาอย่างจริงใจ
“หากมีข้อร้องเรียนจากลูกค้า ผมหรือพี่ชายจะเป็นคนรับเรื่องและลงไปดูปัญหาด้วยตัวเอง อย่างเช่นตอนที่มีข้อสงสัยเรื่องคุณภาพชา เราส่งรถวิ่งกลับไปเปลี่ยนสินค้าให้ลูกค้าถึงดอนเมืองแม้จะเป็นชาเพียงกล่องเดียว เพราะเรามองว่าการรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน ทั้งหมดคือการให้เกียรติในอาชีพ และไม่ปล่อยผ่านปัญหาจนกว่าจะแก้ไขสำเร็จ”
เมื่อสองพี่น้องเข้ามารับช่วงต่อ ก็แบ่งหน้าที่กันตามความถนัด โดย ไก่ อรรถกร พี่ชาย ดูแลคุณภาพชา เพราะเป็นสินค้าเกษตรที่มีปัจจัยเรื่องฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องคอยชิมและผสมใบชา (Blending) เพื่อรักษารสชาติให้คงมาตรฐานเดิม จนลูกค้าวางใจได้ไม่ว่าจะซื้อในช่วงเวลาไหนของปี

ส่วน โต้ง อิศเรศ น้องชาย ดูแลช่องทางออนไลน์และการตลาด โดยโซเชียลมีเดียของใบชาตราสามม้าและ CHALONG ไม่ใช้แชตบอตตอบคำถาม แต่ใช้ทีมงานจริงที่คอยให้คำแนะนำ สอบถามความชอบเพื่อให้ลูกค้าได้ชาตรงกับความต้องการมากที่สุด
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความใส่ใจ จริงใจ และการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นแก่นหลักที่แบรนด์ทำได้ดีมาตั้งแต่รุ่นที่หนึ่งจนถึงปัจจุบัน

เตรียมตัว CHALONG
แม้กิจการจะเติบโตอย่างมั่นคง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมที่ใบชาตราสามม้าเคยเป็นชาชงติดบ้าน เริ่มกลายเป็นชาในโอกาสพิเศษหรือชาไหว้เจ้าที่ลูกค้าส่วนมากคือกลุ่มผู้สูงอายุ ขณะที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับชาเย็นหรือชานมมากกว่า จึงถึงเวลาขยับขยาย
เมื่อพวกเขามองย้อนกลับมายังตัวตนของใบชาตราสามม้า จึงพบจุดแข็งและต้นทุนสำคัญ
อย่างแรก คือกรรมวิธีการผลิตจากธรรมชาติ ตั้งแต่การหมัก คั่ว สกัดชา โดยไม่ผสมแป้ง ไม่แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งรับกับเทรนด์สุขภาพในยุคปัจจุบัน

อย่างที่ 2 คือประสบการณ์และเครือข่ายที่สะสมมาตลอด 90 ปี ทำให้มีแหล่งชาที่ดีในจีน ไทย และไต้หวัน ทั้งยังควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่กระบวนการปลูกจนถึงหมักชา
“การที่เราเป็นหนึ่งใน Trader ผู้นำเข้าและจำหน่ายใบชาคุณภาพให้แก่กลุ่มโรงแรม ลูกค้า Modern Trade และร้านค้าปลีกและส่ง ทำให้เรานำต้นทุน ‘ชาที่มีราคาสูงและดีที่สุด’ มาเสิร์ฟเป็น ‘ชาที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย’ ทั้งรสชาติที่คนไทยคุ้นเคยและราคาที่จับต้องได้” นั่นคือโอกาสที่พวกเขามองเห็น

ฉลองด้วย CHALONG
“ครั้งแรกแบรนด์ของเราไม่ใช่ชื่อ CHALONG แต่เรามีคำพูดติดปากกันตลอดว่า เมื่อไรจะได้ฉลองสักที เพราะเรามีเป้าหมายที่แข็งแรงมากในการเปิดแบรนด์นี้ตั้งแต่ต้น คือถ้าไม่ได้รางวัลระดับโลกการันตีติดแก้วชาของเรา เราจะไม่เปิดร้านนี้โดยเด็ดขาด”
รางวัลที่ว่านี้มาจาก International Taste Institute ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นมาตรฐานเครื่องดื่มระดับโลกที่ได้รับการประเมินจากเชฟและซอมเมอลิเยร์ชื่อดังกว่า 200 คน ซึ่งเทียบเท่ากับมิชลินของเครื่องดื่ม แถมยังไม่เคยมีใครนำ ‘ชาไทย’ ไปคว้ารางวัลมาได้
 ดังนั้น หากทำสำเร็จ นอกจากจะเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพชาแล้ว ยังเป็นใบเบิกทางหากจะขยับขยายไปตลาดต่างประเทศในอนาคตอีกด้วย
หลังจากทุ่มเทคิดค้นและปรับสูตรอยู่นาน ในที่สุดออกมาเป็นเมนูชาไทย (Thai Tea Series) ที่คว้ารางวัล Superior Taste Award ระดับ 3 ดาวสำเร็จในปี 2025 และ 2026


“ในวันประกาศผล พวกเราดีใจมาก ทุกคนยื่นแก้วชาไทยชนกัน แล้วพูดคำว่า ‘ฉลอง’ พร้อม ๆ กัน วินาทีนั้นมันเป็นความรู้สึกของความสุข ความสบายใจ และรางวัล แบรนด์ CHALONG (ชา-หลอง) จึงเกิดขึ้น”
นอกจาก CHALONG จะพ้องเสียงกับคำว่า ‘ฉลอง’ แล้ว คำว่า CHA ยังพ้องเสียงกับ ชา ในภาษาไทย และ 龙 (Lóng) ในภาษาจีน หมาย ถึงมังกร ซึ่งเป็นความหมายที่ดี ทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าอย่างไรก็ต้องใช้ชื่อนี้



ยกระดับชาไทยสู่สากล: แบรนด์นี้นำความเชี่ยวชาญเรื่องใบชาของสามม้ามาพัฒนาต่อยอด จนสามารถคว้ารางวัล 3 ดาวระดับโลก (Superior Taste Award) จาก International Taste Institute มาครองได้สำเร็จ

คอนเซปต์ร้าน: เป็นคาเฟ่ชาสไตล์โมเดิร์น โทนสีแดง-ขาวสดใส สะดุดตาและถ่ายรูปสวยมาก แต่ในร้านก็ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของใบชาตราสามม้า มีการโชว์ใบชาและรางวัลต่างๆ ให้ชมด้วย
เมนูไฮไลต์: เครื่องดื่มจะเน้นการสกัดรสชาติชาแท้ๆ 100% ออกมาให้หอมเข้มข้น นุ่มนวล ไม่หวานตัดขาเหมือนชานมทั่วไป เมนูยอดฮิตก็อย่างเช่น รอยัลไทยที (Royal Thai Tea) ที่เข้มข้นสะใจ หรือสายสดชื่นอย่าง ชาไทยน้ำผึ้งเหวินซาน

พิกัด:
สาขาเยาวราช (Pop-up Store): ตั้งอยู่ในร้านใบชาตราสามม้า ถนนลำพุนไชย Wongnai เปิดให้บริการวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 10.30 - 16.30 น. (หยุดทุกวันอาทิตย์) โทร. 02-222-1394 Facebook

สาขาบรรทัดทอง (FlagShip Store): ตั้งอยู่เลขที่ 1646/1 ถนนบรรทัดทอง แขวงรองเมือง Facebook เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 - 22.00 น. โทร. 02-000-8685 Facebook

ถือเป็นการ Rebrand และเปิดตัวคาเฟ่ที่นำของดีระดับตำนานมาเล่าใหม่ได้อย่างเท่และอร่อยมาก
มนุษย์อยู่ไม่ติดบ้าน มีงานอดิเรกคือการเดิน
ช่างภาพหนุ่มที่รักธรรมชาติฝันว่าอยากเดินทางทั่วยุโรป เชื่อว่าเราเดินทางไม่ใช่ เพื่อหนีจากชีวิต แต่เพื่อให้ชีวิตไม่หนีไปจากเรา

TheCloud

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่