รถบรรทุกจอดล้ำเลนไม่เปิดไฟ มอเตอร์ไซค์ชนท้ายจนคนขับเสียชีวิต  ศาลฎีกาบอกประมาทร่วม ค่าเสียหาย 0 บาท

รถบรรทุกจอดล้ำเลนไม่เปิดไฟ มอเตอร์ไซค์ชนท้ายจนคนขับเสียชีวิต  ศาลฎีกาบอกประมาทร่วม ค่าเสียหาย 0 บาท

รูปประกอบ มาจากเคสอื่น หามาจากกูเกิล


รถบรรทุกจอดล้ำเลนไม่เปิดไฟ มอเตอร์ไซค์ชนท้ายจนคนขับเสียชีวิต — คนขับรถบรรทุกติดคดีอาญา แต่ศาลฎีกาให้ครอบครัวผู้ตาย "ค่าเสียหาย 0 บาท"เปิดคดีจริง ฎีกา 10534/2558 เรื่อง "ประมาทร่วม" ที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด
หลายคนเชื่อว่า "ถ้าอีกฝ่ายถูกดำเนินคดีอาญาว่าเป็นคนผิด เราก็ต้องได้ค่าเสียหายเต็มแน่นอน"
แต่มีคดีจริงที่หักล้างความเชื่อนี้อย่างสิ้นเชิง — คนขับรถบรรทุกถูกศาลตัดสินว่าผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่สุดท้ายครอบครัวของผู้เสียชีวิตกลับ "ไม่ได้ค่าเสียหายเลยสักบาท"
เพราะกฎหมายมองว่าผู้ตายเองก็ "ประมาทไม่แพ้กัน"

เกิดอะไรขึ้นในคดีนี้
คนขับรถบรรทุกสิบล้อจอดรถล้ำเข้ามาในช่องเดินรถ โดยไม่เปิดไฟหรือให้สัญญาณเตือนใด ๆ ให้รถที่ผ่านไปมามองเห็นได้ชัด
ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ มีผู้โดยสารซ้อนท้าย พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกคันดังกล่าว จนผู้ตายเสียชีวิต และผู้ซ้อนท้ายบาดเจ็บสาหัส
คนขับรถบรรทุกถูกดำเนินคดีอาญา ศาลลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (รอการลงโทษ)

ศาลตัดสินเรื่องค่าเสียหายอย่างไร (ผ่าน 3 ชั้นศาล)
• ศาลชั้นต้น: ให้จ่ายค่าเสียหายแก่พ่อแม่ผู้ตาย 1,329,656 บาท
• ศาลอุทธรณ์: ลดเหลือ 739,656 บาท
• ศาลฎีกา: กลับคำพิพากษา ให้ "ยกคำร้อง" ของพ่อแม่ผู้ตาย — ได้ 0 บาท
(ส่วนผู้ซ้อนท้ายซึ่งไม่ได้เป็นคนขับ ยังคงได้รับค่าเสียหายตามเดิม)

ทำไมครอบครัวผู้ตายถึงได้ "0 บาท"
- ศาลอาญาตัดสินแค่ว่า "คนขับรถบรรทุกประมาท" — ไม่ได้ตัดสินว่า "ผู้ตายไม่ประมาท"
ศาลอาญาฟังยุติเพียงว่าจำเลยประมาท แต่ไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ตายมีส่วนประมาทด้วยหรือไม่ ใครประมาทมากกว่ากัน
- ในคดีแพ่ง ศาลต้องดู "สัดส่วนความประมาท" ของทั้งสองฝ่าย
ศาลฎีกาพิจารณาว่า ขณะเกิดเหตุใกล้พลบค่ำ ยังพอมองเห็น หากผู้ตายเปิดไฟหน้ารถและขับมาด้วยความเร็วปกติ ก็น่าจะเห็นและเบรกทัน แต่ในที่เกิดเหตุ "ไม่มีร่องรอยการเบรกเลย" แสดงว่าผู้ตายขับเร็วเกินและน่าจะไม่ได้เปิดไฟหน้า จึงมองไม่เห็นรถบรรทุก
- เมื่อ "ประมาทพอ ๆ กัน" ค่าเสียหายจึง "เป็นพับ"
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน (เท่ากัน) กฎหมายถือว่าต่างฝ่ายต่างรับผิดชอบความเสียหายของตัวเอง ไม่ต้องจ่ายให้กัน ครอบครัวผู้ตายจึงเรียกค่าเสียหายจากคนขับรถบรรทุกไม่ได้

บทเรียนสำคัญจากคดีนี้
- "รถถูกชน/มีคนเสียชีวิต" ไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายผิด 100% เสมอไป
แม้รถบรรทุกจะจอดผิดวิธี แต่กฎหมายก็ยังดูว่าอีกฝ่ายมีส่วนประมาทด้วยหรือไม่
ข้อสังเกตจากทนาย: "ประมาทร่วม" มีจริง และเป็นตัวชี้ว่าจะได้ค่าเสียหายเท่าไร หรือไม่ได้เลย
- คดีอาญาตัดสินว่า "จำเลยประมาท" ไม่ได้แปลว่า "เราไม่ประมาท"
การที่อีกฝ่ายถูกลงโทษอาญา ไม่ได้เท่ากับว่าฝ่ายเราบริสุทธิ์เต็มร้อยในทางแพ่ง
ข้อสังเกตจากทนาย: คดีอาญากับการกำหนดสัดส่วนความประมาทในคดีแพ่ง เป็นคนละประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาแยกกัน
- ถ้าประมาท "พอ ๆ กัน" ค่าเสียหายอาจ "เป็นพับ" = ได้ 0
เมื่อสองฝ่ายผิดเท่ากัน ต่างฝ่ายต่างรับความเสียหายของตัวเองไป ไม่มีใครต้องจ่ายให้ใคร
ข้อสังเกตจากทนาย: นี่คือเหตุผลที่ครอบครัวผู้ตายในคดีนี้เรียกค่าเสียหายไม่ได้เลย ทั้งที่มีคนเสียชีวิต

-"หลักฐานที่เกิดเหตุ" ชี้ชะตาสัดส่วนความประมาท
รอยเบรก ไฟหน้ารถ ความเร็ว ทัศนวิสัย แสงสว่าง เป็นสิ่งที่ศาลใช้ชั่งว่าใครประมาทมากกว่ากัน
ข้อสังเกตจากทนาย: คดีนี้ "การไม่มีรอยเบรก" คือหลักฐานสำคัญที่ทำให้ศาลเชื่อว่าผู้ตายขับเร็วและไม่เปิดไฟหน้า
- คนที่ "ไม่ได้ประมาทเอง" ยังมีสิทธิได้ค่าเสียหาย
ผู้ซ้อนท้ายที่ไม่ได้เป็นคนขับ ไม่ได้มีส่วนประมาท จึงยังได้รับค่าเสียหาย ต่างจากฝ่ายคนขับที่ประมาทร่วม
ข้อสังเกตจากทนาย: สิทธิของผู้โดยสาร/ผู้ที่ไม่ได้ก่อเหตุ แยกต่างหากจากคนขับที่มีส่วนผิด
- เรียกค่าเสียหายสูงจนตกลงไม่ได้ อาจจบด้วยการได้ 0
ในคดีนี้ฝ่ายผู้เสียหายเคยเรียกค่าเสียหายสูงจนเจรจาไม่สำเร็จ สุดท้ายศาลให้ผลเป็น 0
ข้อสังเกตจากทนาย: การประเมินรูปคดีตามความเป็นจริงและเปิดใจเจรจา บางครั้งได้ผลดีกว่าการยืนยันตัวเลขสูงแล้วไปวัดดวงในศาล
- ค่าเสียหายแพ่งตัดสินตามกฎหมายแพ่ง แม้จำเลยถูกลงโทษอาญา
การลงโทษอาญากับความรับผิดทางแพ่งเป็นคนละส่วน ศาลกำหนดค่าเสียหายตามสัดส่วนความประมาทและพฤติการณ์จริง
ข้อสังเกตจากทนาย: ชนะคดีอาญา ไม่ได้แปลว่าจะได้ค่าเสียหายทางแพ่งเต็มจำนวนเสมอไป
 

มองให้ครบทั้ง 2 ฝั่ง
- ถ้าคุณเป็นฝ่ายผู้สูญเสีย/ผู้เสียหาย
อย่าเพิ่งมั่นใจว่าจะได้ค่าเสียหายเต็ม ต้องประเมินก่อนว่าฝ่ายเรามีส่วนประมาทหรือไม่ และรีบเก็บหลักฐานทัศนวิสัย ความเร็ว ไฟ รอยเบรก ภาพที่เกิดเหตุให้ครบ
- ถ้าคุณเป็นฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าประมาท
แม้จะถูกดำเนินคดีอาญา คุณก็ยังต่อสู้เรื่อง "สัดส่วนความประมาท" ในคดีแพ่งได้ ซึ่งอาจทำให้ค่าเสียหายลดลงมาก หรือในบางกรณีไม่ต้องจ่ายเลย
น้ำเสียงของกฎหมายเรื่องนี้เป็นกลาง — ดูที่พฤติการณ์และหลักฐาน ว่าใครประมาทมากน้อยเพียงใด
 ความจริงที่คนมักไม่รู้
- อีกฝ่ายถูกลงโทษอาญา ไม่ได้แปลว่าเราจะได้ค่าเสียหายเต็ม
- ประมาทเท่ากัน = ค่าเสียหายเป็นพับ = อาจได้ 0 บาท
- หลักฐานที่เกิดเหตุ (รอยเบรก/ไฟ/ความเร็ว) สำคัญมากต่อการชั่งสัดส่วน
- ผู้โดยสาร/คนที่ไม่ได้ประมาทเอง ยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ "ใครถูกดำเนินคดี" แต่คือรู้ว่าฝ่ายเรามีส่วนประมาทแค่ไหน และมีหลักฐานสนับสนุนเพียงใด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่