กลุ้มใจกะรถไฟฟ้า ถ้าเป็นคุณ จะเลือกยังไงดี?

คือ รอรถมานานหลายเดือน ระหว่างรอก็คิดไม่ตกว่าเอารุ่นไหนดี
จองรถไป 2 แบรนด์ ตั้งแต่ MotorShow 2026 ปลายเดือนมีนาคม
จนทุกวันนี้ รถก็ยังคงไม่ได้ รู้สึกว่ารุ่นที่จองเริ่มตกไปเรื่อยๆ

ปัจจุบันใช้รถญี่ปุ่นมา 10 กว่าปี อยากได้คันใหม่เป็น SUV
ถ้าไม่เปลี่ยนรถ ต้องเปลี่ยนยาง เบรค โช็ค เพลา ฯลฯ
ซึ่งเป็นเงินที่เยอะพอสมควร เพราะเราชอบใช้ยางดีๆ ไปเลย
ใจจริงจะซื้อ Atto3 เมื่อปลายปี 2025 แต่มีคนบอกให้รอปีนี้
พอมาปีนี้ ผิดหวังกะการตั้งราคา BYD ทุกรุ่น เลยไปดูค่ายอื่น
MG S5, Ora5, Omoda C5 Max+ แล้วก็จองไป 2 อันหลัง
จริงๆ ชอบ MG ขับล้อหลัง สีที่ชอบก็มี สวยมาก แต่รุ่นเก่าแล้ว
ปรากฎว่า ตอนนี้ เดือน 7 แล้วรถยังไม่มาเลย เทคโนฯ ใหม่จะมาแล้ว
แถมค่ายอื่นๆ ก็จะปล่อยแบต Solid State กันเร็วๆ นี้ แถมวิ่งไกลขึ้น
กลัวว่าได้รถปุ๊บ จะตกรุ่นและเก่าในทันที ไม่รู้จะเอายังไงดี

ข้อดี - ข้อเสีย ของ 2 รุ่นที่จองไป ในราคา 6.3 แสนเท่ากัน

Omoda EV C5 Max รุ่น Long Range
- รูปลักษณ์ภายนอก สวยดี โดยรวม ยกเว้นไฟหน้า ตาเล็กไป
- มีหลายสีให้เลือก (แม้ไม่มีสีสดใสที่ต้องการ)
- พื้นที่เก็บของเยอะ กระโปรงฝารถด้านหน้าก็มี มีช่องแช่เย็น
- ปรับเบาะออโต้ทั้งคู่หน้า
- เปิดท้ายออโต้ มีปุ่มกด
- มีที่นวดเบาะที่นั่งคนขับ
- ที่นั่งด้านหลัง มีที่พักแขนดึงลงมาได้
- Lifetime การันตี แบบมีเงื่อนไข
- มี Sunroof (ไม่สำคัญ)
- ติดฟิล์มเซรามิค ให้ฟรี
- กล้อง 500 กว่าองศา
(หากเพิ่มเงิน บันทึกระหว่างจอดรถได้ อาจจะไม่หมดประกัน)
- วางโทรศัพท์ บนแท่นชาร์จได้เลย แบบ magnetic
- มีสีให้เลือกมากกว่า
ข้อเสีย
- บริษัทในไทยไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ไม่เหมือนที่จีน ค่อนข้างใหญ่
- รถในเครือเดียวกัน มีข่าวอะไหล่รอนานบ่อยๆ บางรายหลายเดือน
- วิ่งได้ไกลแค่ 400 กว่ากิโล (วิ่งได้จริงอาจต่ำกว่า)
- ในงานมอเตอร์โชว์บอกว่าสร้างโรงงานผลิตในไทย ถึงเวลา บอกนำเข้าจากจีน
- บอกได้รถพฤษภา นี่กรกฎาแล้ว รถยังไม่มาเลย เลื่อนไปเรื่อยๆ
- รถเทส 3 เดือน เพิ่งมาปลายเดือนก่อน (ทีแรกจะให้รับรถหลุดสต็อกก่อนได้เทส)
- เบาะด้านในเลือกสีเองไม่ได้ ด้านบนขาวด้านล่างดำเหมือนกันทุกรุ่นทุกคัน
- ดัดแปลงมาจากโครงสร้างรถใช้น้ำมัน
- แบตเตอรี่ค่อนข้างห้อย (ไปดูที่ศูนย์มา รุ่นปรับโฉมก็ยังห้อย+มีรอยครูด)


Ora 5 EV รุ่น Pro
- ชื่อเสียงของบริษัท เรื่องบริการค่อนข้างดี รับประกันรออะไหล่ไม่เกิน 8 วัน
- มีศูนย์บริการใกล้บ้าน ห่างไปไม่กี่กิโล
- วิ่งได้ 500 กว่ากิโล (วิ่งจริงอาจไม่ถึง) ในราคาเท่านี้ รุ่นนี้วิ่งได้ไกลสุด
- รูปลักษณ์ภายในค่อนข้างสวยสะอาด มีให้เลือกสีขาวหรือดำ
- ได้เทสรถหลังจากรอ 2 เดือน
- มีช่องแช่เย็นเหมือนอีกค่าย
ข้อเสีย
- หน้าตาขี้เหร่เหมือนกบ ไม่ชอบรูปลักษณ์ภายนอกเลย
- กั๊กออปชั่นหลายอย่าง เช่น ระบบ ADAS แทบไม่มีอะไรมาให้
- ไฟเลี้ยวด้านหลังอยู่ต่ำเกินไป รถคันข้างหลังอาจไม่เห็นเมื่อไฟเลี้ยว
(ถ้าติดเพิ่มเพื่อความปลอดภัย ระบบไฟหลุดประกันทันที)
- ไม่มี Sunroof มาให้ (ไม่มายด์)
- เฉพาะเบาะฝั่งคนขับ ที่ปรับออโต้ แต่ไม่จดจำการปรับ
- ประตูหลังไม่ออโต้ ต้องยกเปิดเอง
- รุ่น EV มีให้เลือกแค่สีเทาและดำ
- กล้อง 360 บันทึกได้เฉพาะตอนขับรถ
หากให้บันทึกระหว่างจอด จะหมดประกันเกี่ยวกับระบบไฟ
- ประกัน 8 ปี ไม่มี lifetime guarantee
- ชาร์จโทรศัพท์แบบวางบนแม่เหล็กไม่ได้ กั๊กไว้
- ที่นั่งผู้โดยสาร ไม่มีที่ดึงลงมาวางแขน


ไม่รู้ว่า การที่แบตเตอรี่วิ่งต่างกัน 100 กิโล สำคัญแค่ไหน???

คันเก่าเป็นเก๋ง มี Pain Point เรื่องของขนาดรถ ไม่ค่อยอยากขับออกต่างจังหวัด หากขนของน้ำหนักเยอะหรือคนมาก มักมีปัญหาเรื่องโช้ค ไม่กล้าลุยน้ำหน้าฝน ไม่สู้ถนนลูกรัง อยากจุของและน้ำหนักได้มากขึ้น ใส่จักรยานพับไปปั่นสวนแทนที่เคยวิ่ง อยากไปแคมปิ้ง นอนในรถได้ ที่บ้านมีที่ชาร์จรถไฟฟ้าติดไว้นานแล้ว เดินสายไฟเรียบร้อย อยากลุยน้ำได้ดีกว่าเดิมบ้าง เช่นสูงขึ้น ระยะใต้ท้องรถสูงจาก

ทีแรกคิดไม่ตก ว่าจะเอารุ่นไหนดี ตอนนี้ Ora5 จะมาแล้ว
ส่วน Omoda ยังไม่มา ที่มามีแต่สีขาว 300 คัน เพราะศูนย์สั่งมาผิด เลยไม่มีสีที่จอง
ตอนนี้เริ่มคิด หรือว่าควรรอ BYD ไปอีกนิด รถมาช้าเกิน??? ช่วยตัดสินใจหรือโหวตทีค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่