พูดถึง “ข้าวผัดรถไฟ” แล้วลองถามคนรอบตัวว่าหน้าตาเป็นอย่างไร รับรองว่าคำตอบมีโอกาสแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งจะนึกถึงข้าวผัดสีน้ำตาลเข้มจากซีอิ๊วดำ ใส่หมู คะน้า มะเขือเทศ และหอมใหญ่ อีกฝ่ายกลับจำได้ว่าเป็นข้าวผัดสีชมพูอมแดง รสหวานเค็ม มีซอสเย็นตาโฟหรือเต้าหู้ยี้เป็นตัวสร้างสี
ความทรงจำที่ไม่ตรงกันนี้ไม่ได้แปลว่าใครจำผิดเสียทีเดียว เพราะชื่อข้าวผัดรถไฟถูกใช้กับข้าวผัดหลายแบบตามร้านและแต่ละยุค สูตรที่แพร่หลายในครัวเรือนจึงมีทั้งฉบับสีน้ำตาลและสีแดง แต่ยังมีลักษณะร่วมกันอยู่ คือเป็นอาหารจานเดียวที่เครื่องไม่ซับซ้อน ผัดเร็ว รสค่อนข้างชัด และใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย เหมาะกับการเตรียมและเสิร์ฟระหว่างการเดินทาง
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าชื่อนี้เกี่ยวข้องกับข้าวผัดที่เคยขายหรือเสิร์ฟบนขบวนรถไฟสายไกลในอดีต เมื่ออาหารต้องทำให้รวดเร็ว กินง่าย และไม่ต้องมีเครื่องเคียงหลายจาน ข้าวผัดจึงตอบโจทย์มาก สูตรต่าง ๆ น่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามคนทำและวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละพื้นที่ จึงไม่ควรฟันธงว่าสีใดเป็นเพียงสูตรเดียวที่ถูกต้อง
วันนี้เราจะทำข้าวผัดรถไฟฉบับสีชมพูอมแดง ใช้ซอสเย็นตาโฟช่วยแต่งสีและเพิ่มรสหวานเค็มบาง ๆ ผัดกับหมูหมัก ไข่ คะน้า หอมใหญ่ และมะเขือเทศ รสจะออกกลมกล่อม กินง่าย ไม่เผ็ด เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ก็กินเพลิน
ปริมาณและเวลา
จัดเสิร์ฟ: 3 ที่
เวลาเตรียม: 25 นาที
เวลาปรุง: 15 นาที
เวลารวม: ประมาณ 40 นาที
วัตถุดิบสำหรับหมูหมัก
•เนื้อหมูสันนอกหรือสันคอหั่นชิ้นบาง 250 กรัม
•ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
•น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
•พริกไทยขาวป่น ¼ ช้อนชา
•น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
•แป้งมันสำปะหลัง ½ ช้อนชา
วัตถุดิบสำหรับข้าวผัด
•ข้าวสวยหอมมะลิหุงสุกและพักให้เย็น 600 กรัม
•ไข่ไก่ 3 ฟอง
•กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
•หอมใหญ่หั่นเสี้ยว ½ หัว
•คะน้าหั่นท่อน 120 กรัม
•มะเขือเทศเนื้อแข็งหั่นเสี้ยว 1 ลูก
•ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
•น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
•แตงกวา 1 ลูก
•มะนาว 1 ลูก
•ต้นหอมสำหรับกินแนม 3 ต้น
ส่วนผสมซอสสีชมพู
•ซอสเย็นตาโฟ 3 ช้อนโต๊ะ
•ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
•ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
•น้ำปลา 2 ช้อนชา
•น้ำตาลทราย 1½ ช้อนชา
•พริกไทยขาวป่น ½ ช้อนชา
ซอสเย็นตาโฟแต่ละยี่ห้อมีความหวานและเค็มต่างกัน ถ้าซอสที่ใช้มีรสหวานจัด ให้ลดน้ำตาลเหลือครึ่งช้อนชา ส่วนใครชอบสีอ่อนสามารถลดซอสเย็นตาโฟลงหนึ่งช้อนโต๊ะ แล้วเพิ่มซีอิ๊วขาวอีกเล็กน้อยได้
การเตรียมวัตถุดิบ
เริ่มจากคลุกหมูกับซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริกไทย น้ำมัน และแป้งมัน นวดประมาณหนึ่งนาทีแล้วพักไว้ 15 นาที แป้งมันใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเก็บความชุ่มชื้น ไม่ควรใส่มากจนหมูมีผิวลื่นคล้ายราดหน้า
ข้าวที่เหมาะกับการผัดควรเป็นข้าวที่หุงค่อนข้างร่วนและเย็นสนิท หากใช้ข้าวเพิ่งหุง ให้ตักแผ่บนถาดเพื่อระบายไอน้ำก่อน ใช้พายคลายก้อนข้าวเบา ๆ แต่อย่าบี้จนเมล็ดหัก
ผสมซอสเย็นตาโฟ ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา น้ำตาล และพริกไทยไว้ในถ้วยเดียว คนจนน้ำตาลละลาย การเตรียมซอสไว้ก่อนช่วยให้ผัดได้ต่อเนื่อง ข้าวจะไม่ไหม้ระหว่างหยิบเครื่องปรุงทีละขวด
แยกก้านคะน้าออกจากใบ ก้านที่แก่ให้ปอกผิวแข็งแล้วหั่นเฉียง ส่วนใบหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มะเขือเทศควรเลือกผลเนื้อแน่นและหั่นชิ้นค่อนข้างใหญ่ เพื่อไม่ให้แตกเละจนข้าวแฉะ
วิธีทำข้าวผัดรถไฟ
1.ตั้งกระทะด้วยไฟกลางค่อนแรงจนกระทะร้อน ใส่น้ำมันประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยหมูหมัก เกลี่ยหมูให้สัมผัสกระทะและพักไว้สักครู่ก่อนกลับด้าน
2.ผัดหมูจนสุกประมาณร้อยละ 80 แล้วตักขึ้นพัก อย่าผัดจนสุกแข็ง เพราะหมูต้องกลับลงกระทะพร้อมข้าวอีกครั้ง น้ำหวานจากหมูที่ติดกระทะเก็บไว้เป็นรสพื้นฐานของข้าวผัดได้
3.เติมน้ำมันอีกเล็กน้อย ใส่ก้านคะน้าและหอมใหญ่ ผัดด้วยไฟแรงประมาณ 30–40 วินาที ให้ก้านคะน้าเริ่มสุกแต่ยังกรอบ จากนั้นตักพักรวมกับหมู
4.ใส่น้ำมันที่เหลือลงในกระทะ ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดเพียงให้ส่งกลิ่นหอมแล้วตอกไข่ลงไป รอให้ไข่ขาวเริ่มจับตัวก่อนใช้ตะหลิวยีเป็นชิ้นใหญ่
5.ใส่ข้าวเย็นลงไป เร่งเป็นไฟแรง ใช้ตะหลิวกดและพลิกข้าวเพื่อคลายก้อน ไม่ควรสับหรือบดแรง ๆ เพราะเมล็ดข้าวจะแตกและเหนียวติดกัน
6.ราดซอสสีชมพูรอบขอบกระทะแทนการเทกองลงกลางข้าว ความร้อนจากกระทะจะช่วยให้กลิ่นซอสหอมขึ้น จากนั้นรีบพลิกข้าวให้ซอสเคลือบทั่วทุกเมล็ด
7.ผัดข้าวต่อประมาณ 1–2 นาที หากข้าวยังมีจุดสีขาว ให้ใช้ตะหลิวพลิกจากด้านล่างขึ้นมา อย่าเติมซอสเพิ่มทันที เพราะสีจะเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อผัดต่อ
8.ใส่หมู ก้านคะน้า และหอมใหญ่ที่พักไว้กลับลงกระทะ ผัดให้เข้ากันจนหมูสุกทั่ว ชิมรส หากอ่อนเกินไปเติมซีอิ๊วขาวตามขอบกระทะครั้งละ ½ ช้อนชา
9.ใส่ใบคะน้า มะเขือเทศ และต้นหอมเป็นลำดับสุดท้าย พลิกกระทะอีกไม่กี่ครั้งให้ใบคะน้าสลดและมะเขือเทศร้อน แต่ยังคงรูปเป็นชิ้นสวย แล้วปิดไฟทันที
10.ตักข้าวใส่ถ้วยแล้วคว่ำลงบนจาน หรือจะตักแบบหลวม ๆ ก็ได้ เสิร์ฟพร้อมแตงกวา ต้นหอม และมะนาวหนึ่งซีก ใครชอบรสจัดสามารถกินกับพริกน้ำปลา แต่ควรชิมข้าวก่อนเพราะซอสเย็นตาโฟมีรสอยู่แล้ว
เคล็ดลับให้ข้าวร่วนและหอมกระทะ
1.อย่าใส่วัตถุดิบทั้งหมดพร้อมกัน หมูและผักจะปล่อยน้ำจนกระทะเย็น การแบ่งผัดแล้วนำกลับมารวมกันช่วยให้ข้าวร่วนกว่า
2.ข้าวเก่าข้ามคืนใช้ได้ดี แต่ต้องเก็บในตู้เย็นอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน และควรนำมาผัดให้ร้อนทั่วถึง
3.กระทะต้องร้อนก่อนใส่ข้าว หากใช้เตาไฟไม่แรง ให้แบ่งผัดครั้งละหนึ่งหรือสองที่ ข้าวปริมาณมากเกินไปจะกลายเป็นข้าวคลุกซอสที่ชื้นและไม่มีกลิ่นกระทะ
4.ซอสเย็นตาโฟบางชนิดมีสีแดงเข้มมาก ควรเริ่มจากปริมาณน้อย สีข้าวผัดรถไฟฉบับนี้ควรเป็นชมพูอมแดง ไม่จำเป็นต้องแดงสดเหมือนน้ำเย็นตาโฟ
5.มะเขือเทศต้องใส่ท้ายสุดและผัดสั้น ๆ หากใส่ตั้งแต่ต้น น้ำในมะเขือเทศจะออกมาทำให้เมล็ดข้าวนิ่ม
6.การใส่น้ำมันลงในหมูหมักช่วยไม่ให้ชิ้นหมูเกาะกัน เมื่อลงกระทะจึงกระจายตัวและสุกสม่ำเสมอ
7.ถ้าไม่กินหมู สามารถเปลี่ยนเป็นอกไก่ กุ้ง หรือเต้าหู้แข็งได้ แต่กุ้งควรผัดแยกแล้วตักพักเช่นเดียวกับหมู เพื่อไม่ให้สุกจนเนื้อแข็ง
คุณค่าทางโภชนาการโดยประมาณ
ข้าวผัดหนึ่งที่ให้พลังงานประมาณ 590 กิโลแคลอรี โปรตีน 27 กรัม ไขมัน 20 กรัม คาร์โบไฮเดรต 75 กรัม และโซเดียมประมาณ 1,150 มิลลิกรัม ตัวเลขอาจเปลี่ยนตามชนิดซอส ปริมาณน้ำมัน และส่วนของเนื้อหมูที่ใช้ หากต้องการลดพลังงาน สามารถลดข้าวเหลือที่ละ 160 กรัม เพิ่มคะน้า และใช้หมูสันนอกแทนสันคอได้
ข้าวผัดรถไฟเป็นเมนูที่น่าสนใจตรงที่ไม่ได้มีภาพจำเพียงแบบเดียว บางคนผูกพันกับสีน้ำตาลเข้มและกลิ่นซีอิ๊ว บางคนกลับนึกถึงสีชมพูหวาน ๆ จากซอสแดง สูตรไหนจะใกล้กับความทรงจำที่สุดคงขึ้นอยู่กับว่าเราเคยกินจากครัวของใคร แต่หัวใจของจานนี้ยังเหมือนเดิม คือข้าวต้องร่วน เครื่องธรรมดา รสกินง่าย และควรเสิร์ฟร้อน ๆ ตอนกลิ่นกระทะยังลอยอยู่
แท็ก: ข้าวผัดรถไฟ, ข้าวผัดสีชมพู, ข้าวผัดซอสเย็นตาโฟ, อาหารไทยโบราณ, สูตรข้าวผัด, อาหารจานเดียว, เมนูหมู
ข้าวผัดรถไฟสีชมพู เมนูจานด่วนกลิ่นอายการเดินทางที่หลายคนจำไม่เหมือนกัน
พูดถึง “ข้าวผัดรถไฟ” แล้วลองถามคนรอบตัวว่าหน้าตาเป็นอย่างไร รับรองว่าคำตอบมีโอกาสแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งจะนึกถึงข้าวผัดสีน้ำตาลเข้มจากซีอิ๊วดำ ใส่หมู คะน้า มะเขือเทศ และหอมใหญ่ อีกฝ่ายกลับจำได้ว่าเป็นข้าวผัดสีชมพูอมแดง รสหวานเค็ม มีซอสเย็นตาโฟหรือเต้าหู้ยี้เป็นตัวสร้างสี
ความทรงจำที่ไม่ตรงกันนี้ไม่ได้แปลว่าใครจำผิดเสียทีเดียว เพราะชื่อข้าวผัดรถไฟถูกใช้กับข้าวผัดหลายแบบตามร้านและแต่ละยุค สูตรที่แพร่หลายในครัวเรือนจึงมีทั้งฉบับสีน้ำตาลและสีแดง แต่ยังมีลักษณะร่วมกันอยู่ คือเป็นอาหารจานเดียวที่เครื่องไม่ซับซ้อน ผัดเร็ว รสค่อนข้างชัด และใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่าย เหมาะกับการเตรียมและเสิร์ฟระหว่างการเดินทาง
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่าชื่อนี้เกี่ยวข้องกับข้าวผัดที่เคยขายหรือเสิร์ฟบนขบวนรถไฟสายไกลในอดีต เมื่ออาหารต้องทำให้รวดเร็ว กินง่าย และไม่ต้องมีเครื่องเคียงหลายจาน ข้าวผัดจึงตอบโจทย์มาก สูตรต่าง ๆ น่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามคนทำและวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละพื้นที่ จึงไม่ควรฟันธงว่าสีใดเป็นเพียงสูตรเดียวที่ถูกต้อง
วันนี้เราจะทำข้าวผัดรถไฟฉบับสีชมพูอมแดง ใช้ซอสเย็นตาโฟช่วยแต่งสีและเพิ่มรสหวานเค็มบาง ๆ ผัดกับหมูหมัก ไข่ คะน้า หอมใหญ่ และมะเขือเทศ รสจะออกกลมกล่อม กินง่าย ไม่เผ็ด เด็กกินได้ ผู้ใหญ่ก็กินเพลิน
ปริมาณและเวลา
จัดเสิร์ฟ: 3 ที่
เวลาเตรียม: 25 นาที
เวลาปรุง: 15 นาที
เวลารวม: ประมาณ 40 นาที
วัตถุดิบสำหรับหมูหมัก
•เนื้อหมูสันนอกหรือสันคอหั่นชิ้นบาง 250 กรัม
•ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
•น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
•พริกไทยขาวป่น ¼ ช้อนชา
•น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
•แป้งมันสำปะหลัง ½ ช้อนชา
วัตถุดิบสำหรับข้าวผัด
•ข้าวสวยหอมมะลิหุงสุกและพักให้เย็น 600 กรัม
•ไข่ไก่ 3 ฟอง
•กระเทียมไทยสับ 1 ช้อนโต๊ะ
•หอมใหญ่หั่นเสี้ยว ½ หัว
•คะน้าหั่นท่อน 120 กรัม
•มะเขือเทศเนื้อแข็งหั่นเสี้ยว 1 ลูก
•ต้นหอมหั่นท่อน 2 ต้น
•น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
•แตงกวา 1 ลูก
•มะนาว 1 ลูก
•ต้นหอมสำหรับกินแนม 3 ต้น
ส่วนผสมซอสสีชมพู
•ซอสเย็นตาโฟ 3 ช้อนโต๊ะ
•ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
•ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
•น้ำปลา 2 ช้อนชา
•น้ำตาลทราย 1½ ช้อนชา
•พริกไทยขาวป่น ½ ช้อนชา
ซอสเย็นตาโฟแต่ละยี่ห้อมีความหวานและเค็มต่างกัน ถ้าซอสที่ใช้มีรสหวานจัด ให้ลดน้ำตาลเหลือครึ่งช้อนชา ส่วนใครชอบสีอ่อนสามารถลดซอสเย็นตาโฟลงหนึ่งช้อนโต๊ะ แล้วเพิ่มซีอิ๊วขาวอีกเล็กน้อยได้
การเตรียมวัตถุดิบ
เริ่มจากคลุกหมูกับซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริกไทย น้ำมัน และแป้งมัน นวดประมาณหนึ่งนาทีแล้วพักไว้ 15 นาที แป้งมันใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเก็บความชุ่มชื้น ไม่ควรใส่มากจนหมูมีผิวลื่นคล้ายราดหน้า
ข้าวที่เหมาะกับการผัดควรเป็นข้าวที่หุงค่อนข้างร่วนและเย็นสนิท หากใช้ข้าวเพิ่งหุง ให้ตักแผ่บนถาดเพื่อระบายไอน้ำก่อน ใช้พายคลายก้อนข้าวเบา ๆ แต่อย่าบี้จนเมล็ดหัก
ผสมซอสเย็นตาโฟ ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา น้ำตาล และพริกไทยไว้ในถ้วยเดียว คนจนน้ำตาลละลาย การเตรียมซอสไว้ก่อนช่วยให้ผัดได้ต่อเนื่อง ข้าวจะไม่ไหม้ระหว่างหยิบเครื่องปรุงทีละขวด
แยกก้านคะน้าออกจากใบ ก้านที่แก่ให้ปอกผิวแข็งแล้วหั่นเฉียง ส่วนใบหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มะเขือเทศควรเลือกผลเนื้อแน่นและหั่นชิ้นค่อนข้างใหญ่ เพื่อไม่ให้แตกเละจนข้าวแฉะ
วิธีทำข้าวผัดรถไฟ
1.ตั้งกระทะด้วยไฟกลางค่อนแรงจนกระทะร้อน ใส่น้ำมันประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยหมูหมัก เกลี่ยหมูให้สัมผัสกระทะและพักไว้สักครู่ก่อนกลับด้าน
2.ผัดหมูจนสุกประมาณร้อยละ 80 แล้วตักขึ้นพัก อย่าผัดจนสุกแข็ง เพราะหมูต้องกลับลงกระทะพร้อมข้าวอีกครั้ง น้ำหวานจากหมูที่ติดกระทะเก็บไว้เป็นรสพื้นฐานของข้าวผัดได้
3.เติมน้ำมันอีกเล็กน้อย ใส่ก้านคะน้าและหอมใหญ่ ผัดด้วยไฟแรงประมาณ 30–40 วินาที ให้ก้านคะน้าเริ่มสุกแต่ยังกรอบ จากนั้นตักพักรวมกับหมู
4.ใส่น้ำมันที่เหลือลงในกระทะ ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดเพียงให้ส่งกลิ่นหอมแล้วตอกไข่ลงไป รอให้ไข่ขาวเริ่มจับตัวก่อนใช้ตะหลิวยีเป็นชิ้นใหญ่
5.ใส่ข้าวเย็นลงไป เร่งเป็นไฟแรง ใช้ตะหลิวกดและพลิกข้าวเพื่อคลายก้อน ไม่ควรสับหรือบดแรง ๆ เพราะเมล็ดข้าวจะแตกและเหนียวติดกัน
6.ราดซอสสีชมพูรอบขอบกระทะแทนการเทกองลงกลางข้าว ความร้อนจากกระทะจะช่วยให้กลิ่นซอสหอมขึ้น จากนั้นรีบพลิกข้าวให้ซอสเคลือบทั่วทุกเมล็ด
7.ผัดข้าวต่อประมาณ 1–2 นาที หากข้าวยังมีจุดสีขาว ให้ใช้ตะหลิวพลิกจากด้านล่างขึ้นมา อย่าเติมซอสเพิ่มทันที เพราะสีจะเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อผัดต่อ
8.ใส่หมู ก้านคะน้า และหอมใหญ่ที่พักไว้กลับลงกระทะ ผัดให้เข้ากันจนหมูสุกทั่ว ชิมรส หากอ่อนเกินไปเติมซีอิ๊วขาวตามขอบกระทะครั้งละ ½ ช้อนชา
9.ใส่ใบคะน้า มะเขือเทศ และต้นหอมเป็นลำดับสุดท้าย พลิกกระทะอีกไม่กี่ครั้งให้ใบคะน้าสลดและมะเขือเทศร้อน แต่ยังคงรูปเป็นชิ้นสวย แล้วปิดไฟทันที
10.ตักข้าวใส่ถ้วยแล้วคว่ำลงบนจาน หรือจะตักแบบหลวม ๆ ก็ได้ เสิร์ฟพร้อมแตงกวา ต้นหอม และมะนาวหนึ่งซีก ใครชอบรสจัดสามารถกินกับพริกน้ำปลา แต่ควรชิมข้าวก่อนเพราะซอสเย็นตาโฟมีรสอยู่แล้ว
เคล็ดลับให้ข้าวร่วนและหอมกระทะ
1.อย่าใส่วัตถุดิบทั้งหมดพร้อมกัน หมูและผักจะปล่อยน้ำจนกระทะเย็น การแบ่งผัดแล้วนำกลับมารวมกันช่วยให้ข้าวร่วนกว่า
2.ข้าวเก่าข้ามคืนใช้ได้ดี แต่ต้องเก็บในตู้เย็นอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน และควรนำมาผัดให้ร้อนทั่วถึง
3.กระทะต้องร้อนก่อนใส่ข้าว หากใช้เตาไฟไม่แรง ให้แบ่งผัดครั้งละหนึ่งหรือสองที่ ข้าวปริมาณมากเกินไปจะกลายเป็นข้าวคลุกซอสที่ชื้นและไม่มีกลิ่นกระทะ
4.ซอสเย็นตาโฟบางชนิดมีสีแดงเข้มมาก ควรเริ่มจากปริมาณน้อย สีข้าวผัดรถไฟฉบับนี้ควรเป็นชมพูอมแดง ไม่จำเป็นต้องแดงสดเหมือนน้ำเย็นตาโฟ
5.มะเขือเทศต้องใส่ท้ายสุดและผัดสั้น ๆ หากใส่ตั้งแต่ต้น น้ำในมะเขือเทศจะออกมาทำให้เมล็ดข้าวนิ่ม
6.การใส่น้ำมันลงในหมูหมักช่วยไม่ให้ชิ้นหมูเกาะกัน เมื่อลงกระทะจึงกระจายตัวและสุกสม่ำเสมอ
7.ถ้าไม่กินหมู สามารถเปลี่ยนเป็นอกไก่ กุ้ง หรือเต้าหู้แข็งได้ แต่กุ้งควรผัดแยกแล้วตักพักเช่นเดียวกับหมู เพื่อไม่ให้สุกจนเนื้อแข็ง
คุณค่าทางโภชนาการโดยประมาณ
ข้าวผัดหนึ่งที่ให้พลังงานประมาณ 590 กิโลแคลอรี โปรตีน 27 กรัม ไขมัน 20 กรัม คาร์โบไฮเดรต 75 กรัม และโซเดียมประมาณ 1,150 มิลลิกรัม ตัวเลขอาจเปลี่ยนตามชนิดซอส ปริมาณน้ำมัน และส่วนของเนื้อหมูที่ใช้ หากต้องการลดพลังงาน สามารถลดข้าวเหลือที่ละ 160 กรัม เพิ่มคะน้า และใช้หมูสันนอกแทนสันคอได้
ข้าวผัดรถไฟเป็นเมนูที่น่าสนใจตรงที่ไม่ได้มีภาพจำเพียงแบบเดียว บางคนผูกพันกับสีน้ำตาลเข้มและกลิ่นซีอิ๊ว บางคนกลับนึกถึงสีชมพูหวาน ๆ จากซอสแดง สูตรไหนจะใกล้กับความทรงจำที่สุดคงขึ้นอยู่กับว่าเราเคยกินจากครัวของใคร แต่หัวใจของจานนี้ยังเหมือนเดิม คือข้าวต้องร่วน เครื่องธรรมดา รสกินง่าย และควรเสิร์ฟร้อน ๆ ตอนกลิ่นกระทะยังลอยอยู่
แท็ก: ข้าวผัดรถไฟ, ข้าวผัดสีชมพู, ข้าวผัดซอสเย็นตาโฟ, อาหารไทยโบราณ, สูตรข้าวผัด, อาหารจานเดียว, เมนูหมู