มะละกอเข้าสู่ไทยได้อย่างไร? ผ่านไต้หวันหรือมะละกา
แม้หลักฐานและบันทึกทางประวัติศาสตร์จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ามะละกอมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลาง ก่อนที่ชาวโปรตุเกสและชาวสเปนจะนำไปเผยแพร่สู่เอเชียผ่านเครือข่ายการค้าทางทะเลในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16
.
มีข้อสันนิษฐานว่ามะละกอถูกนำเข้ามาปลูกในเอเชียผ่านหลายเส้นทาง เช่น ไต้หวัน มะละกา และฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะมะละกา ซึ่งโปรตุเกสเข้ายึดครองในปี พ.ศ. 2054 (ค.ศ. 1511) และใช้เป็นฐานการค้าสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
.
หลังจากนั้นไม่นาน โปรตุเกสได้ส่งคณะทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีและทำสนธิสัญญาการค้ากับกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นับเป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาติดต่อกับสยามอย่างเป็นทางการ จึงมีข้อสันนิษฐานว่ามะละกอน่าจะเข้าสู่สยามในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยที่ระบุช่วงเวลาหรือเส้นทางการนำเข้าที่แน่ชัด
.
นอกจากนี้ในจดหมายเหตุของ “ซีมง เดอ ลา ลูแบร์” (Simon de La Loubère) ราชทูตฝรั่งเศสผู้เดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ยังกล่าวถึงคำว่า “Papayer” (ภาษาฝรั่งเศส หมายถึงต้นมะละกอ) โดยมีข้อความว่า…
“Thus the Melons of Siam are not true Melons, but the Fruit of Tree known in the Isles of America under the name of Papayer…”
.
แปลเป็นไทยได้ว่า “…ดังนั้น แตง (เมล่อน) ของสยามจึงไม่ใช่แตง (เมล่อน) ที่แท้จริง หากแต่เป็นผลของต้นไม้ที่รู้จักกันในหมู่เกาะอเมริกาในชื่อ ‘Papayer’…” ข้อความดังกล่าวสะท้อนว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มะละกอเป็นพืชที่ชาวยุโรปรู้จักและพบเห็นในสยามแล้ว
.
นอกจากนี้ยังพบคำว่า “มะละกอ” ในวรรณกรรมเรื่องเสภาขุนช้างขุนแผน ซึ่งมีข้อความว่า “…ตาหลอหัวร่อร่าออกราแต้ วันนี้แลพ่อจะสั่งปีสังก้อ เขาตีตบหลบขนเอาจนพอ ทั้งส้มกล้วยมะละกอก็พอการ ฯ…”
.
รวมทั้งในนิราศวัดเจ้าฟ้า ของสุนทรภู่ ซึ่งกล่าวว่า “…ไม่เห็นของต้องห้ามก็ลามขอ มะละกอกุ้งแห้งแตงมะเขือ ขอส้มสุกจุกจิกทั้งพริกเกลือ จนชาวเรือเหลือระอาด่าในใจ ฯ…” วรรณกรรมทั้งสองเรื่องแสดงให้เห็นว่ามะละกอเป็นพืชที่คนไทยรู้จักและบริโภคกันแล้ว อย่างน้อยตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
.
อย่างไรก็ตามนักวิชาการและเอกสารบางฉบับเสนอข้อสันนิษฐานที่แตกต่างออกไป เช่น นายสินโซเตน นักเดินทางชาวดัตช์ ซึ่งระบุว่ามะละกอเพิ่งเข้าสู่สยามในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านทางภาคใต้ของไทย ขณะที่หมอบรัดเลย์ (Daniel Beach Bradley) บันทึกไว้ว่า ชาวสเปน เป็นผู้ที่นำมะละกอเข้ามาปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มแรก
.
นอกจากนี้ยังมีผู้สันนิษฐานว่ามะละกออาจเริ่มปลูกในสยามตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา แต่ในระยะแรกอาจจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่หรือในหมู่ชนชั้นสูง ก่อนที่พืชชนิดนี้จะค่อย ๆ แพร่หลายสู่ประชาชนทั่วไปในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
.
ส่วนชื่อ “มะละกอ” นั้นมีข้อสันนิษฐานว่าคำนี้อาจกร่อนหรือเพี้ยนมาจากคำว่า “มะละกา” อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ยังไม่มีข้อยุติในทางภาษาศาสตร์
.
มะละกอเข้าสู่ภาคอีสานได้อย่างไร?
ตามคำบอกเล่าและนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานมีเรื่องเล่าว่า “พระยาคำผง” เจ้าเมืองอุบลราชธานี ได้นำพันธุ์มะละกอจากกรุงเทพฯ มาปลูกที่เมืองอุบลราชธานี โดยในระยะแรกนิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุก และปลูกกันเฉพาะในหมู่เจ้านาย ขุนนาง และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เนื่องจากถือเป็นผลไม้ต่างถิ่นที่มีคุณค่า
.
ในสมัยนั้นชาวอีสานเรียกมะละกอว่า “กล้วยกรุงเทพ” หรือ “กล้วยเทพ” ต่อมา เจ้าเมืองหัวเมืองต่าง ๆ ในภาคอีสานได้นำพันธุ์มะละกอไปเผยแพร่และปลูกในพื้นที่ของตน ผู้ที่นำผลมะละกอสุกไปถวายเจ้าเมืองมักได้รับรางวัลหรือความดีความชอบ จึงเกิดคติพื้นบ้านที่เชื่อมโยงมะละกอกับความเจริญรุ่งเรือง
.
ด้วยเหตุนี้ชาวอีสานจึงเรียกมะละกอว่า “บักหุ่ง” ซึ่งตามคำอธิบายในคติพื้นบ้าน หมายถึง “ความฮุ่งเฮือง” หรือ ความเจริญรุ่งเรือง แม้ว่าคำอธิบายดังกล่าวจะเป็นความเชื่อพื้นบ้าน มากกว่าจะเป็นข้อสรุปด้านนิรุกติศาสตร์ก็ตาม
.
มะละกอเข้าสู่ไทยได้อย่างไร?