สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน
ผมน่ะครับ นักเขียนกระทู้สุดหล่อคนเดิม ที่คราวนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องหุ้นหวือหวา หรือคริปโตที่ราคาผันผวนจนใจหายใจคว่ำครับ
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอะไรที่ "มั่นคง" ชนิดที่ว่าหลับตาแล้วฝันดี ไม่ต้องตื่นมากลางดึกเพราะกราฟร่วงครับ ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง "พันธบัตรรัฐบาล" นั่นเอง
หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้มันดูโบราณ น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ จริงไหมครับ? แต่เดี๋ยวก่อนครับ ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาที่พักพิงให้เงินต้นของเราปลอดภัยที่สุด แถมยังได้ผลตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ แบบชัวร์ๆ บทความนี้คือคำตอบครับ
เอาล่ะครับ มาดูกันว่าพันธบัตรรัฐบาลคืออะไรกันแน่
พูดง่ายๆ นะครับ มันก็เหมือนการที่เรา "ให้รัฐบาลยืมเงิน" นั่นแหละครับ รัฐบาลเอาเงินเราไปใช้พัฒนาประเทศ หรือบริหารจัดการอะไรก็ว่าไป แล้วพอครบกำหนด เขาก็จะคืนเงินต้นเรา พร้อมดอกเบี้ยที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกครับ
นี่คือการลงทุนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสี่ยงต่ำที่สุดในโลกแล้วครับ ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังมั่นคง ไม่ล้มละลาย (ซึ่งโอกาสนั้นแทบจะไม่มีเลยครับ) เงินต้นของเราก็ปลอดภัยหายห่วงครับ
แล้วทำไมเราถึงควรมองพันธบัตรรัฐบาลในตอนนี้ล่ะครับ?
ในโลกที่อะไรๆ ก็ดูไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก หรือความผันผวนของตลาดหุ้น การมีสินทรัพย์ที่มั่นคงไว้ในพอร์ตลงทุน มันเหมือนกับการมี "หลักประกัน" ครับ มันช่วยให้เราอุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับความผันผวนของตลาดตลอดเวลาครับ
ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่าหุ้นที่บางทีขึ้นเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนที่ "แน่นอน" และ "สม่ำเสมอ" ครับ เหมาะสำหรับคนที่อยากรักษากำลังซื้อของเงินตัวเอง หรือคนที่ใกล้เกษียณที่ไม่อยากเสี่ยงแล้วครับ
ทีนี้มาดูเรื่องวิธีการซื้อกันบ้างครับ ไม่ยากอย่างที่คิดเลยครับ
พันธบัตรรัฐบาลสามารถซื้อได้หลายช่องทางครับ หลักๆ ก็คือผ่านธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งเลยครับ หรือบางทีรัฐบาลก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ครับ
ขั้นตอนก็แค่เปิดบัญชีกับธนาคารที่รับฝากหลักทรัพย์ (บางธนาคารมีบัญชีสำหรับพันธบัตรโดยเฉพาะครับ) แล้วก็แจ้งความประสงค์จะซื้อพันธบัตรตามรุ่นที่เปิดขายครับ
บางครั้งก็จะมีพันธบัตรที่ขายในตลาดรองด้วยครับ คือเราไปซื้อต่อจากคนที่เขาซื้อมาแล้ว แต่อันนี้อาจจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดครับ สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้เริ่มจากการจองซื้อโดยตรงกับรัฐบาล หรือผ่านธนาคารในช่วงที่เขามีการเปิดขายจะง่ายกว่าครับ
ใครที่เหมาะกับการลงทุนแบบนี้?
คนที่ต้องการความมั่นคงสูงสุดของเงินต้น ไม่ชอบความเสี่ยงครับ
คนที่กำลังวางแผนเกษียณ หรืออยากมีรายได้ประจำแบบชัวร์ๆ
คนที่อยากกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน ไม่ได้อยากเอาเงินทั้งหมดไปลงในสินทรัพย์เสี่ยงครับ
คนที่อยากพักเงินไว้ชั่วคราว ก่อนจะไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นครับ
ข้อดีก็ชัดเจนครับ คือเงินต้นปลอดภัย ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอครับ ส่วนข้อเสียก็คือผลตอบแทนอาจจะไม่สูงปรี๊ดเหมือนหุ้นเทคฯ หรือคริปโตครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า "ผลตอบแทนต่ำ แต่ชัวร์" กับ "ผลตอบแทนสูง แต่เสี่ยงเงินต้นหาย" อะไรที่สบายใจกว่ากันครับ?
สรุปแล้วนะครับ พันธบัตรรัฐบาลอาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่จะทำให้ท่านรวยข้ามคืนครับ แต่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ "เงินของท่านมั่นคงที่สุด" และเป็นรากฐานที่แข็งแรงให้พอร์ตลงทุนของท่านครับ
ลองศึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ การลงทุนไม่ใช่เรื่องของความโลภอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเราด้วยครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ
วันนี้ผมขอตัวไปนั่งจิบกาแฟชมวิว ก่อนจะไปหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ สวัสดีครับ
ลงทุนแบบโคตรเซียนแต่ไม่เสี่ยง! แกะกล่อง "พันธบัตรรัฐบาล" ความมั่นคงที่หลายคนมองข้ามครับ
ผมน่ะครับ นักเขียนกระทู้สุดหล่อคนเดิม ที่คราวนี้ไม่ได้มาคุยเรื่องหุ้นหวือหวา หรือคริปโตที่ราคาผันผวนจนใจหายใจคว่ำครับ
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอะไรที่ "มั่นคง" ชนิดที่ว่าหลับตาแล้วฝันดี ไม่ต้องตื่นมากลางดึกเพราะกราฟร่วงครับ ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง "พันธบัตรรัฐบาล" นั่นเอง
หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้มันดูโบราณ น่าเบื่อ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ จริงไหมครับ? แต่เดี๋ยวก่อนครับ ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาที่พักพิงให้เงินต้นของเราปลอดภัยที่สุด แถมยังได้ผลตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ แบบชัวร์ๆ บทความนี้คือคำตอบครับ
เอาล่ะครับ มาดูกันว่าพันธบัตรรัฐบาลคืออะไรกันแน่
พูดง่ายๆ นะครับ มันก็เหมือนการที่เรา "ให้รัฐบาลยืมเงิน" นั่นแหละครับ รัฐบาลเอาเงินเราไปใช้พัฒนาประเทศ หรือบริหารจัดการอะไรก็ว่าไป แล้วพอครบกำหนด เขาก็จะคืนเงินต้นเรา พร้อมดอกเบี้ยที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกครับ
นี่คือการลงทุนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสี่ยงต่ำที่สุดในโลกแล้วครับ ตราบใดที่รัฐบาลไทยยังมั่นคง ไม่ล้มละลาย (ซึ่งโอกาสนั้นแทบจะไม่มีเลยครับ) เงินต้นของเราก็ปลอดภัยหายห่วงครับ
แล้วทำไมเราถึงควรมองพันธบัตรรัฐบาลในตอนนี้ล่ะครับ?
ในโลกที่อะไรๆ ก็ดูไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก หรือความผันผวนของตลาดหุ้น การมีสินทรัพย์ที่มั่นคงไว้ในพอร์ตลงทุน มันเหมือนกับการมี "หลักประกัน" ครับ มันช่วยให้เราอุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับความผันผวนของตลาดตลอดเวลาครับ
ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่าหุ้นที่บางทีขึ้นเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนที่ "แน่นอน" และ "สม่ำเสมอ" ครับ เหมาะสำหรับคนที่อยากรักษากำลังซื้อของเงินตัวเอง หรือคนที่ใกล้เกษียณที่ไม่อยากเสี่ยงแล้วครับ
ทีนี้มาดูเรื่องวิธีการซื้อกันบ้างครับ ไม่ยากอย่างที่คิดเลยครับ
พันธบัตรรัฐบาลสามารถซื้อได้หลายช่องทางครับ หลักๆ ก็คือผ่านธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งเลยครับ หรือบางทีรัฐบาลก็เปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อโดยตรงผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ครับ
ขั้นตอนก็แค่เปิดบัญชีกับธนาคารที่รับฝากหลักทรัพย์ (บางธนาคารมีบัญชีสำหรับพันธบัตรโดยเฉพาะครับ) แล้วก็แจ้งความประสงค์จะซื้อพันธบัตรตามรุ่นที่เปิดขายครับ
บางครั้งก็จะมีพันธบัตรที่ขายในตลาดรองด้วยครับ คือเราไปซื้อต่อจากคนที่เขาซื้อมาแล้ว แต่อันนี้อาจจะซับซ้อนขึ้นมาอีกนิดครับ สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้เริ่มจากการจองซื้อโดยตรงกับรัฐบาล หรือผ่านธนาคารในช่วงที่เขามีการเปิดขายจะง่ายกว่าครับ
ใครที่เหมาะกับการลงทุนแบบนี้?
คนที่ต้องการความมั่นคงสูงสุดของเงินต้น ไม่ชอบความเสี่ยงครับ
คนที่กำลังวางแผนเกษียณ หรืออยากมีรายได้ประจำแบบชัวร์ๆ
คนที่อยากกระจายความเสี่ยงในพอร์ตลงทุน ไม่ได้อยากเอาเงินทั้งหมดไปลงในสินทรัพย์เสี่ยงครับ
คนที่อยากพักเงินไว้ชั่วคราว ก่อนจะไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นครับ
ข้อดีก็ชัดเจนครับ คือเงินต้นปลอดภัย ได้ดอกเบี้ยสม่ำเสมอครับ ส่วนข้อเสียก็คือผลตอบแทนอาจจะไม่สูงปรี๊ดเหมือนหุ้นเทคฯ หรือคริปโตครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า "ผลตอบแทนต่ำ แต่ชัวร์" กับ "ผลตอบแทนสูง แต่เสี่ยงเงินต้นหาย" อะไรที่สบายใจกว่ากันครับ?
สรุปแล้วนะครับ พันธบัตรรัฐบาลอาจจะไม่ใช่เครื่องมือที่จะทำให้ท่านรวยข้ามคืนครับ แต่เป็นเครื่องมือที่จะทำให้ "เงินของท่านมั่นคงที่สุด" และเป็นรากฐานที่แข็งแรงให้พอร์ตลงทุนของท่านครับ
ลองศึกษาเพิ่มเติมดูนะครับ การลงทุนไม่ใช่เรื่องของความโลภอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับตัวเราด้วยครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ
วันนี้ผมขอตัวไปนั่งจิบกาแฟชมวิว ก่อนจะไปหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังใหม่นะครับ สวัสดีครับ