เตือนแรง! เเพทย์ มช. เผย ใครเลือดกำเดาไหลห้ามเงยหน้าเด็ดขาด ลั่นทำผิดกันมาตลอด เสี่ยงสำลักเลือดลงคออันตราย
หลายคนคงรู้จักว่า “เลือดกำเดาไหล” เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือแห้ง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากปฐมพยาบาลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือสำลักเลือดได้ ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วเลือดกำเดาไหล เกิดได้หลายปัจจัย เช่น การแคะหรือสั่งน้ำมูกแรงเกินไป , อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกแตก , ได้รับการกระแทกบริเวณจมูก , เป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ , ความดันโลหิตสูง (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ) , การใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด , ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด , ช่วง PM 2.5
หลายคนสงสัยว่าเเล้วทำยังไง ถ้าเลือดกำเดาไหลขึ้นมา
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง อันดับเเรกเลยคือ นั่งตัวตรง และโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนลงคอ ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักได้
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกทั้งสองข้าง หรือถ้ารู้ว่าออกจากข้างไหนให้กดปีกจมูกข้างนั้น
บีบตรงส่วนที่นิ่มของจมูก ไม่ใช่บริเวณสันจมูก ค้างไว้ประมาณ 10–15 นาที โดยหายใจทางปาก และไม่ปล่อยมือเช็กเลือดบ่อย
ประคบเย็นบริเวณสันจมูกหรือแก้ม ความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของเลือดได้
เมื่อเลือดหยุดแล้ว หลีกเลี่ยงการแคะจมูก งดสั่งน้ำมูกแรง ๆ ประมาณ 24 ชั่วโมง
งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
เเล้ว
สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ เงยหน้าขึ้น เพราะเลือดจะไหลลงคอ , นอนราบขณะเลือดกำเดาไหล , ยัดกระดาษทิชชูหรือสำลีเข้าไปลึก ๆ ในรูจมูก , ปล่อยมือทุก 1–2 นาทีเพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดหลุด เเต่ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องรีบมาหาหมอทันที อย่างเช่น เลือดไหลไม่หยุดหลังบีบจมูกต่อเนื่อง 15–20 นาที , เลือดออกปริมาณมาก หรือไหลเร็วผิดปกติ , เลือดกำเดาไหลหลังได้รับอุบัติเหตุที่ใบหน้าหรือศีรษะ, เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ , มีอาการหน้ามืด ซีด เหงื่อออก ใจสั่น หรือหมดสติ , ผู้ป่วยใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เราป้องกันได้ง่ายๆนะ เริ่มจาก ดื่มน้ำให้พอ , เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้ง , ทาวาสลีนหรือเจลเพิ่มความชุ่มชื้นภายในโพรงจมูก (ตามคำแนะนำของแพทย์) , หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรง , ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ , หากเลือดกำเดาไหลบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่เราต้องระวังให้มาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเราเเล้วส่วนใหญ่คนจะเข้าใจวิธีการป้องกันเเบบผิดวิธีตามๆกันมา
ที่มา
เเพทย์เตือน ใครเลือดกำเดาไหลห้ามเงยหน้าเด็ดขาด ลั่นทำผิดกันมาตลอด เสี่ยงสำลักเลือดลงคออันตราย
หลายคนคงรู้จักว่า “เลือดกำเดาไหล” เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือแห้ง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากปฐมพยาบาลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือสำลักเลือดได้ ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วเลือดกำเดาไหล เกิดได้หลายปัจจัย เช่น การแคะหรือสั่งน้ำมูกแรงเกินไป , อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกแตก , ได้รับการกระแทกบริเวณจมูก , เป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ , ความดันโลหิตสูง (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ) , การใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด , ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด , ช่วง PM 2.5
หลายคนสงสัยว่าเเล้วทำยังไง ถ้าเลือดกำเดาไหลขึ้นมา
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง อันดับเเรกเลยคือ นั่งตัวตรง และโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนลงคอ ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักได้
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกทั้งสองข้าง หรือถ้ารู้ว่าออกจากข้างไหนให้กดปีกจมูกข้างนั้น
บีบตรงส่วนที่นิ่มของจมูก ไม่ใช่บริเวณสันจมูก ค้างไว้ประมาณ 10–15 นาที โดยหายใจทางปาก และไม่ปล่อยมือเช็กเลือดบ่อย
ประคบเย็นบริเวณสันจมูกหรือแก้ม ความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของเลือดได้
เมื่อเลือดหยุดแล้ว หลีกเลี่ยงการแคะจมูก งดสั่งน้ำมูกแรง ๆ ประมาณ 24 ชั่วโมง
งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
เเล้วสิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ เงยหน้าขึ้น เพราะเลือดจะไหลลงคอ , นอนราบขณะเลือดกำเดาไหล , ยัดกระดาษทิชชูหรือสำลีเข้าไปลึก ๆ ในรูจมูก , ปล่อยมือทุก 1–2 นาทีเพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดหลุด เเต่ถ้าไม่ดีขึ้นก็ต้องรีบมาหาหมอทันที อย่างเช่น เลือดไหลไม่หยุดหลังบีบจมูกต่อเนื่อง 15–20 นาที , เลือดออกปริมาณมาก หรือไหลเร็วผิดปกติ , เลือดกำเดาไหลหลังได้รับอุบัติเหตุที่ใบหน้าหรือศีรษะ, เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ , มีอาการหน้ามืด ซีด เหงื่อออก ใจสั่น หรือหมดสติ , ผู้ป่วยใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เราป้องกันได้ง่ายๆนะ เริ่มจาก ดื่มน้ำให้พอ , เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้ง , ทาวาสลีนหรือเจลเพิ่มความชุ่มชื้นภายในโพรงจมูก (ตามคำแนะนำของแพทย์) , หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรง , ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ , หากเลือดกำเดาไหลบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่เราต้องระวังให้มาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวเราเเล้วส่วนใหญ่คนจะเข้าใจวิธีการป้องกันเเบบผิดวิธีตามๆกันมา
ที่มา