K อายุ 52ปี ตายวัน7กค69 เผาวันที่9กค.69
ขณะนำสิ่งของ รูปตั้งหน้าศพ พวงหรีด ดอกไม้ตั้งหน้างานศพ กระถางธูป และธูปที่ใช้จุด อื่นๆ แม้กระทั่งดอกไม้จันทร์มีข้อห้าม ห้ามส่งต่อมือกัน พวกเขาทลายข้อห้ามทั้งปวงโดยส่งต่อกันทุกสิ่งอย่าง
คนที่ถือรูปผู้ตาย คนที่แบกไม้ที่มีหม้อดินจุดไฟมีมีควัญพวยพุ่งตลอดทาง (คนเผา) เดินนำหน้าสุด ตอนเคลื่อนศพไปที่วัด และคนที่ถือรูปคนตาย ห้ามหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด พวกเขาทำลายข้อห้ามเหล่านั้นจนสิ้นอีกอย่างหม้อดินที่แบกไปวัดปกติจะต้องมีควัญพวยพุ่งตลอดทาง แต่นี่หม้อดินดับสนิทไม่มีควัญเลย
เวลาเอาศพขึ้นเมรุ ให้ตั้งหันหัวไปทางทิศใต้ แต่ในกรณี K เอาศพหันหัวไปทางทิศเหนือทั้งที่สัปเหร่อสั่งการไว้แล้ว สัปเหร่อจึงแจ้งพวกเขาว่าทีหลังให้หันหัวไปทางทิศใต้ เป็นลางว่าจะมีทีหลังอีกหรือ
อีกอย่างเมื่อทำการเผาเสร็จคนที่ถือรูปไปตอนแรกต้องเป็นคนเดียวกันที่นำรูปผู้ตายกลับบ้าน
จะทำการหันรูปเข้าหาตัวไม่หันหน้ารูปออกมาและเรียกชื่อกลับบ้านโดยการจุดธูปและถือไปด้วย 1 ดอกห้ามดับ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด พอถึงบ้านก็จะมีการล้อมสายสิญจน์ที่บ้านไว้แล้ว ก่อไฟหน้าบ้านทุกคืนจนครบ 3 วัน 3 คืน กรณี K คนที่ถือมาตอนแรกถือส่งให้อีกคนเป็นคนทำพิธีต่อ ตอนกลับหันหน้าหันหลัง หันไปหันมาทั้งที่สั่งห้ามแล้ว
มีคนมาร่วมงานไม่มากนักทำให้ของชำร่วยงานศพเหลือพวกเขาก็จะนำของชำร่วยกลับบ้านญาติท่านหนึ่งจึงบอกว่าไม่ควรนำกลับให้ถวายวัดไปเลย
พรุ่งนี้พี่ๆน้องๆของเขาจะไปเก็บกระดูกอัฐิตอนเช้ามืด แต่ขณะที่กลับมาและนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็นที่บ้านหลังพิธีเผาช่วงบ่าย ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งเล่นไพ่ใต้ถุนบ้านด้วยความเมามาย และเสียงดังท่ามกลางแขกเหลื่อมากมายที่มารอฟังพระสวด จนโฆษกต้องประกาศให้งดใช้เสียงผ่านไมโครโฟนด้วยความโมโหเพราะว่าพระทำการสวดไม่ได้
หลังพิธีการสวดเสร็จ ค่ำคืนนั้นพวกเขาใช้เครื่องไฟงานศพ จัดคาราโอเกะร้องเพลงกันสนุกสนานขณะที่ศพยังเผาไม่ไหม้ด้วยซ้ำเหตุการณ์ดังกล่าวจากที่เรามาทุกคนมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร เห็นต่างได้พร้อมรับฟัง
งานศพแห่งหนึ่ง ใครเคยเจอเรื่องราวแบบนี้และผลเป็นอย่างไรมาแบ่งปันกัน
ขณะนำสิ่งของ รูปตั้งหน้าศพ พวงหรีด ดอกไม้ตั้งหน้างานศพ กระถางธูป และธูปที่ใช้จุด อื่นๆ แม้กระทั่งดอกไม้จันทร์มีข้อห้าม ห้ามส่งต่อมือกัน พวกเขาทลายข้อห้ามทั้งปวงโดยส่งต่อกันทุกสิ่งอย่าง
คนที่ถือรูปผู้ตาย คนที่แบกไม้ที่มีหม้อดินจุดไฟมีมีควัญพวยพุ่งตลอดทาง (คนเผา) เดินนำหน้าสุด ตอนเคลื่อนศพไปที่วัด และคนที่ถือรูปคนตาย ห้ามหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด พวกเขาทำลายข้อห้ามเหล่านั้นจนสิ้นอีกอย่างหม้อดินที่แบกไปวัดปกติจะต้องมีควัญพวยพุ่งตลอดทาง แต่นี่หม้อดินดับสนิทไม่มีควัญเลย
เวลาเอาศพขึ้นเมรุ ให้ตั้งหันหัวไปทางทิศใต้ แต่ในกรณี K เอาศพหันหัวไปทางทิศเหนือทั้งที่สัปเหร่อสั่งการไว้แล้ว สัปเหร่อจึงแจ้งพวกเขาว่าทีหลังให้หันหัวไปทางทิศใต้ เป็นลางว่าจะมีทีหลังอีกหรือ
อีกอย่างเมื่อทำการเผาเสร็จคนที่ถือรูปไปตอนแรกต้องเป็นคนเดียวกันที่นำรูปผู้ตายกลับบ้าน
จะทำการหันรูปเข้าหาตัวไม่หันหน้ารูปออกมาและเรียกชื่อกลับบ้านโดยการจุดธูปและถือไปด้วย 1 ดอกห้ามดับ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด พอถึงบ้านก็จะมีการล้อมสายสิญจน์ที่บ้านไว้แล้ว ก่อไฟหน้าบ้านทุกคืนจนครบ 3 วัน 3 คืน กรณี K คนที่ถือมาตอนแรกถือส่งให้อีกคนเป็นคนทำพิธีต่อ ตอนกลับหันหน้าหันหลัง หันไปหันมาทั้งที่สั่งห้ามแล้ว
มีคนมาร่วมงานไม่มากนักทำให้ของชำร่วยงานศพเหลือพวกเขาก็จะนำของชำร่วยกลับบ้านญาติท่านหนึ่งจึงบอกว่าไม่ควรนำกลับให้ถวายวัดไปเลย
พรุ่งนี้พี่ๆน้องๆของเขาจะไปเก็บกระดูกอัฐิตอนเช้ามืด แต่ขณะที่กลับมาและนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็นที่บ้านหลังพิธีเผาช่วงบ่าย ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งเล่นไพ่ใต้ถุนบ้านด้วยความเมามาย และเสียงดังท่ามกลางแขกเหลื่อมากมายที่มารอฟังพระสวด จนโฆษกต้องประกาศให้งดใช้เสียงผ่านไมโครโฟนด้วยความโมโหเพราะว่าพระทำการสวดไม่ได้
หลังพิธีการสวดเสร็จ ค่ำคืนนั้นพวกเขาใช้เครื่องไฟงานศพ จัดคาราโอเกะร้องเพลงกันสนุกสนานขณะที่ศพยังเผาไม่ไหม้ด้วยซ้ำเหตุการณ์ดังกล่าวจากที่เรามาทุกคนมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร เห็นต่างได้พร้อมรับฟัง