ถ้าได้กินเนื้อนางเงือก คุณจะไม่แก่ และไม่มีวันตาย : คุณจะกินไหม

"ถ้าได้กินเนื้อนางเงือก คุณจะไม่แก่ และไม่มีวันตาย"
.
บางคนอาจเคยได้ยินความเชื่อนี้จากอนิเมะ มังงะ หรือเกมญี่ปุ่น จนเข้าใจว่าเป็นเพียงพล็อตแฟนตาซีที่แต่งขึ้น (บางคนอาจจะคิดในใจ อีหยังวะ)
.
แต่ความจริงแล้ว เรื่องเล่านี้มีรากมาจากตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี

ที่น่าสนใจคือ แม้ตำนานจะพูดถึง "การเป็นอมตะ" แต่สิ่งที่มันพยายามบอกกับมนุษย์กลับไม่ใช่การมีชีวิตยืนยาว แต่เป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า
.
“ถ้าเราไม่มีวันตาย ชีวิตจะยังมีความหมายอยู่หรือไม่” (เฉียบ!)
.
(1) ก่อนอื่น เรามาดูต้นกำเนิดของ ‘เนื้อนางเงือก’ กันก่อน
.
ในตำนานญี่ปุ่น สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘นิงเงียว’ (Ningyo หรือ 人魚) ซึ่งไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนแอเรียลผมแดงของดิสนีย์นะ แต่ในบันทึกโบราณบรรยายรูปร่างของนิงเงียวไว้แตกต่างกันไป
.
บางเรื่องเล่าว่ามีตัวเป็นปลา แต่มีใบหน้าคล้ายมนุษย์หรือคล้ายลิง บางตำนานบอกว่ามีเสียงร้องไพเราะ ขณะที่บางเรื่องกลับบรรยายว่าเป็นสัตว์ทะเลหน้าตาน่ากลัว
.
แต่สิ่งที่ทุกเรื่องเล่าเหมือนกันคือ ใครก็ตามที่กินเนื้อของนิงเงียว จะมีอายุยืนยาว หรือแม้กระทั่งเป็น ‘อมตะ’ ได้เลย
.
(2) หนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดคือ ‘ยาโอบิคุนิ’ หรือ ‘แม่ชี 800 ปี’
.
มีชาวประมงคนหนึ่งจับสัตว์ทะเลประหลาดได้ และนำมาปรุงเป็นอาหารในงานเลี้ยง แขกทุกคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ปลาธรรมดา จึงไม่มีใครกล้ากิน แต่ลูกสาวของเจ้าของบ้านกลับเผลอกินเข้าไปโดยไม่รู้
.
หลังจากนั้น ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป เหมือนเข็มนาฬิกาได้หยุดหมุน เธอไม่แก่ ไม่เหี่ยวย่น และมีชีวิตยืนยาวกว่าคนรอบตัวหลายร้อยปี ต้องเห็นคนรัก ครอบครัว และเพื่อนจากไปทีละคน จนสุดท้ายตัดสินใจออกบวชเป็นแม่ชี และออกเดินทางแสวงบุญ
.
แม้ตำนานแต่ละสำนวนเล่าตอนจบไม่เหมือนกัน บ้างว่ามรณภาพเมื่ออายุราว 800 ปี บ้างว่าเพียงหายตัวไป แต่ไม่ว่าจะจบแบบใด สิ่งที่เหมือนกันคือ ความเป็นอมตะไม่ได้ถูกเล่าว่าเป็นพร หากเป็น ‘ภาระ’ ที่ต้องแบกรับ
.
แม้เรื่อง ‘เนื้อนางเงือก’ จะเป็นตำนานของญี่ปุ่น แต่ความฝันที่จะเอาชนะความตายกลับเป็นสิ่งที่พบแทบทุกอารยธรรม
.
บางแห่งเล่าถึงน้ำพุแห่งความเยาว์วัย บางแห่งพูดถึงผลไม้แห่งชีวิต น้ำอมฤตของเหล่าทวยเทพ หรือยาอายุวัฒนะที่จักรพรรดิหลายพระองค์พยายามตามหา
.
สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนความจริงข้อหนึ่งว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดที่รู้ว่าตัวเองต้องตาย และพยายามจินตนาการถึงวิธีหลีกหนีชะตากรรมนั้นมาตลอดประวัติศาสตร์
.
นางเงือกจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่อง แต่เป็นความปรารถนาจะมีชีวิตตลอดไปต่างหาก
.
จากตำนานญี่ปุ่นนี้ เราจะเห็นวิธีคิดโบราณที่พบในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก นั่นคือความเชื่อว่า พลังของสิ่งมีชีวิตสามารถถ่ายทอดผ่านการ ‘กิน’ ได้
.
(3) แล้วทำไมต้องอีสถึงจะมีพลังละ?
.
มนุษย์ในอดีตสังเกตว่า การกินอาหารบางชนิดทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงค่อยๆ ขยายความเชื่อนี้ไปสู่โลกเหนือธรรมชาติ ถ้าสัตว์ธรรมดายังให้คุณประโยชน์ แล้วสัตว์วิเศษจะให้พลังพิเศษได้หรือไม่
.
จึงไม่น่าแปลกที่ตำนานทั่วโลกเต็มไปด้วยเรื่องการกินเลือดมังกร หัวใจสัตว์วิเศษ หรือเนื้อของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เพื่อรับพลังของมันมาเป็นของตัวเอง เหมือนกับตำนานของ ‘นิงเงียว’ ที่มีวิธีคิดเช่นเดียวกัน
.
แต่ก็น่าสังเกตนะ สิ่งที่ถูกเชื่อว่ามีพลังวิเศษ หรือมีค่ามากๆ มักเป็นของหายาก แรร์ไอเท็มเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ลึกลับ สมุนไพรบนยอดเขา หรือสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก
.
ความหายากมักถูกเชื่อมโยงเข้ากับคุณค่า แม้แต่ในปัจจุบัน มนุษย์ก็ยังให้คุณค่ากับของหายาก ไม่ว่าจะเป็นเพชร ทรัฟเฟิล หรือวัตถุดิบราคาแพงจำนวนมาก
.
เอาจริงนะ วิธีคิดของเราจะไม่ได้เปลี่ยนไปจากคนสมัยโบราณมากนักหรอก (ทำเป็นเรียกคนนู้นคนนี้อีแก่ ตัวเองก็ไม่ต่างป่ะ)
.
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้มนุษย์จะพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองเป็นอมตะ ตำนานส่วนใหญ่กลับไม่ได้จบแบบที่เราคิด
.
ในเรื่องของยาโอบิคุนิ การไม่แก่และไม่ตายไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข ตรงกันข้าม เธอต้องเห็นคนที่รักจากไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายเลือกละทิ้งชีวิตแบบเดิมและออกบวช
.
ตำนานจากหลายวัฒนธรรมก็มักเล่าไปในทิศทางเดียวกัน คือผู้ที่มีชีวิตเป็นอมตะมักต้องแลกมาด้วยความโดดเดี่ยว ความเบื่อหน่าย หรือการสูญเสีย จนความเป็นอมตะกลายเป็น ‘คำสาป’ มากกว่า ‘พร’
.
หรือจริงๆ แล้ว คนโบราณกำลังตั้งคำถามว่า สิ่งที่มนุษย์อยากได้ที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด?
.
เพราะถ้าเรามีเวลาเหลืออยู่ไม่จำกัด วันนี้อาจไม่จำเป็นต้องรีบรัก ไม่จำเป็นต้องรีบทำ หรือแม้แต่ไม่จำเป็นต้องรีบใช้ชีวิตเลยก็ได้
.
บางที สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า อาจไม่ใช่การมีชีวิตตลอดไป แต่เป็นการรู้ว่า เรามีเวลาอยู่กับคนที่รักได้เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น
.
ที่มา : Wongnai

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่