ไข้หวัดใหญ่ ทำไมจึงระบาดในช่วงฤดูฝน

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจสังเกตว่าตนเองหรือคนรอบข้างเริ่มป่วยด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหลมากขึ้น
หนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยคือ โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้ ideaไข้หวัดใหญ่ ทำไมจึงระบาดในช่วงฤดูฝน idea

หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใดไข้หวัดใหญ่จึงมักระบาดในช่วงฤดูฝน
คำตอบเกิดจากหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการอยู่รอดของเชื้อไวรัสและการแพร่กระจายของโรค




1. ความชื้นในอากาศสูง เชื้อไวรัสอยู่รอดได้นานขึ้น
ในช่วงฤดูฝน ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะสูงกว่าปกติ ทำให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถคงสภาพและมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ เช่น
ลูกบิดประตู โต๊ะทำงาน โทรศัพท์มือถือ ราวบันได ของเล่นเด็ก
หากมีผู้ป่วยไอหรือจาม เชื้อจะปนเปื้อนบนพื้นผิว เมื่อผู้อื่นสัมผัสแล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

2. อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
ฤดูฝนมักมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดวัน เช่น
เช้าร้อน บ่ายฝนตก เย็นอากาศเย็นลง
การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายต้องปรับตัวตลอดเวลา หากพักผ่อนไม่เพียงพอ
รับประทานอาหารไม่ครบ หรือมีความเครียด ภูมิคุ้มกันอาจลดลง ส่งผลให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและก่อโรคได้ง่ายขึ้น

3. อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
เมื่อฝนตก ผู้คนมักปิดประตู หน้าต่าง และอยู่ในอาคารมากขึ้น ส่งผลให้การระบายอากาศลดลง
หากมีผู้ติดเชื้ออยู่ภายในห้องเดียวกัน เชื้อไวรัสสามารถลอยอยู่ในละอองฝอยจากการไอ จาม หรือแม้แต่การพูดคุย
ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้มีโอกาสรับเชื้อเพิ่มขึ้น
สถานที่ที่มักพบการแพร่กระจายของโรค ได้แก่
โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก สำนักงาน รถโดยสารสาธารณะ
ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล

4. ผู้คนอยู่รวมกันในพื้นที่ปิดมากขึ้น
ในช่วงฝนตก หลายคนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและเลือกอยู่ในพื้นที่ปิดร่วมกับผู้อื่น เช่น
ห้องประชุม ห้องเรียน ร้านอาหาร คาเฟ่ รถไฟฟ้า
รถประจำทาง
เมื่อมีผู้ป่วยเพียง 1 คน ไอหรือจาม เชื้อสามารถแพร่ไปยังคนรอบข้างได้อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะหากไม่มีการสวมหน้ากากหรือไม่มีการล้างมืออย่างถูกต้อง

ideaไข้หวัดใหญ่ แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
แม้อาการจะคล้ายกัน แต่ไข้หวัดใหญ่มีความรุนแรงมากกว่า
อาการสำคัญ ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน 38–40 องศาเซลเซียส
หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวมาก อ่อนเพลียอย่างรุนแรง
ไอแห้ง เจ็บคอ น้ำมูกไหล เบื่ออาหาร
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการหนักกว่าหวัดธรรมดา และอาจต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนหลายวัน

idea ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้คนทั่วไปส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย เช่น
ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หัวใจอักเสบ
สมองอักเสบ ภาวะหายใจล้มเหลว
ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจมีอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล หรือเสียชีวิตได้

idea กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรง ได้แก่
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ปี
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคปอด
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยโรคอ้วน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ideaไข้หวัดใหญ่ติดต่อ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แพร่ผ่าน ละอองฝอยจากการไอหรือจาม
การพูดคุยในระยะใกล้ การสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน การใช้ของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อน หรือผ้าเช็ดหน้า
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ
และต่อเนื่องอีก 5–7 วันหลังเริ่มป่วย ส่วนเด็กเล็กหรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่านั้น

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูฝน
แม้จะเข้าสู่ฤดูระบาด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพราะเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ
ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ
สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด หรือเมื่อมีอาการป่วย
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และโปรตีน
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7–9 ชั่วโมงต่อวัน
ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน
เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเมื่ออยู่ภายในอาคาร
หากป่วย ควรหยุดพักรักษาตัวและหลีกเลี่ยงการไปโรงเรียนหรือที่ทำงาน เพื่อลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

ideaหากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรรีบพบแพทย์ทันที
ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 2–3 วัน หายใจเหนื่อย หอบ หรือแน่นหน้าอก ซึมลง ไม่รู้สึกตัว
รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ เด็กมีอาการชักจากไข้สูง ผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัวมีอาการทรุดลง
การได้รับยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ
จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่ระบาดได้ง่าย เพราะความชื้นในอากาศสูง
เชื้อไวรัสอยู่ได้นานขึ้น อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การระบายอากาศไม่ดี
และผู้คนมักอยู่รวมกันในพื้นที่ปิด ส่งผลให้เชื้อแพร่กระจายได้รวดเร็ว
ดังนั้นการดูแลสุขภาพ สวมหน้ากาก ล้างมือสม่ำเสมอ และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ถือเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค

ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/

lovelovelove

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่