ยุคจอสัมผัสล้วนใกล้จบ? จีนสั่งเบรก "รถไร้ปุ่ม" บังคับรถใหม่ต้องมีปุ่มจริงปี 2027

ช่วงหลายปีมานี้ ใครที่ตามข่าวรถยนต์หรือเพิ่งซื้อรถใหม่น่าจะเจอเทรนด์เดียวกันหมด คือข้างในรถแทบจะไม่มีปุ่มกดเหลืออยู่เลย ทุกอย่างโดนยัดเข้าไปอยู่ในจอกลางหมด ตั้งแต่เปิดแอร์ ปรับเบาะ เปิดที่ปัดน้ำฝน ยันไปถึงการเข้าเกียร์ (อย่างเทสล่ารุ่นใหม่ ๆ หรือค่ายจีนหลายแบรนด์) บางคันทำเอาคนขับยุคเก่างงไปเลยว่าแตรอยู่ไหน ปรับแอร์ทำยังไง
          ตอนแรกค่ายรถก็เคลมกันว่ามันล้ำ มินิมอล ลดชิ้นส่วน อัปเดต OTA ง่าย แต่ในมุมคนขับจริง หลายครั้งมันกลายเป็นความลำบากครับ จะเปิดไล่ฝ้าทีต้องกดเข้าเมนูลึก 2-3 ชั้น ละสายตาจากถนนไปมองจอ เสี่ยงอุบัติเหตุไปอีก ยิ่งถ้าวันไหนจอรวนหรือค้างขึ้นมานี่คือจบเหร่เลย ควบคุมอะไรแทบไม่ได้
แต่ล่าสุด ดูเหมือนฝั่งหน่วยงานกำกับดูแลจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แล้วครับ
          มีข่าวใหญ่จากฝั่งจีน (กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ MIIT) ออกมาว่า เขากำลังจะแก้กฎหมายมาตรฐานแห่งชาติ GB4094 บังคับให้รถยนต์ใหม่ทุกคันที่ผลิตหลังจาก 1 กรกฎาคม 2027 เป็นต้นไป "ต้องมีปุ่มหรือสวิตช์แบบกดจริง (Physical Buttons) สำหรับฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย" ห้ามเอาไปซ่อนในจอสัมผัสล้วนเด็ดขาด

ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่โดนบังคับว่าต้องเป็นปุ่มจริง มีประมาณ 19 อย่าง เช่น
คันเกียร์ (PRND) -> อันนี้กระทบพวกรถที่ชอบให้รูดเกียร์บนจอเต็ม ๆ
ไฟเลี้ยว, ไฟฉุกเฉิน, แตร
ที่ปัดน้ำฝน, ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้า
กระจกไฟฟ้า, ปุ่มโทรฉุกเฉิน (eCall)
สวิตช์ตัดระบบไฟฟ้าฉุกเฉินของรถ EV

          นอกจากเรื่องปุ่มแล้ว จีนยังเริ่มขยับไปคุมเรื่อง "มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles)" ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุแล้วระบบไฟตัด กู้ภัยข้างนอกเปิดประตูช่วยคนไม่ได้ รวมถึงพวงมาลัยทรงล้ำ ๆ อย่างทรง Yoke ด้วย
          แถมเทรนด์นี้ไม่ได้มาแค่จีนนะ ฝั่งยุโรปอย่าง Euro NCAP ก็เอาด้วย ประกาศแล้วว่าถ้าอยากได้ความปลอดภัย 5 ดาว รถต้องมีปุ่มจริงในฟังก์ชันหลัก ๆ ไม่งั้นโดนหักคะแนน
          ส่วนตัวผมมองว่านี่คือการ "ปรับสมดุล" ที่ถูกทางมาก ความล้ำมันดีครับ แต่ความปลอดภัยและสรีรศาสตร์ในการขับขี่ (Tactile Feedback แบบไม่ต้องมองจอ) มันสำคัญกว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่