PTTEP คาดกำไร Q2 พีค! จ่อปันผลสูง Yield ครึ่งปี 3.4%



หุ้นวิชั่น – บล.เอเชีย พลัส ประเมินหุ้น PTTEP โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิงวด 2Q69 อยู่ราว 2.7 หมื่นล้านบาท ปรับตัวขึ้นกว่าเท่าตัวจากงวดก่อนหน้า (128.4% QoQ) รับผลบวกหลักจากรายการพิเศษที่สุทธิในงวดนี้พลิกกลับเป็นรายได้พิเศษรวมราว 3.2 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่สุทธิเป็นค่าใช้จ่ายรวม 7.9 พันล้านบาท

                   หลักๆ เป็นผลมาจากการบันทึกกลับเป็นกำไรจาก Oil Price Hedging รวมราว 3.0 พันล้านบาท เทียบกับงวดก่อนหน้าที่เป็นขาดทุนจาก Oil Price Hedging รวม 8.4 พันล้านบาท ซึ่งน้ำหนักจะมาจากการบันทึก Reversal mark to market forward curve ที่ราว 86 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล เทียบกับ Ceiling ที่ 80 เหรียญฯ สำหรับ Outstanding ที่ทำ Hedging ไว้ในงวด 3Q69 และ 4Q69 ขณะที่คาดจะบันทึกกำไร Fx ลดลงเหลือราว 155 จาก 471 ล้านบาท

และหากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติคาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.8% QoQ มาอยู่ราว 2.4 หมื่นล้านบาท รับผลบวกมาจาก
ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ที่คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 3 จาก 46.0 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ตามราคาขาย liquid ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 96.5 จาก 77.5 เหรียญฯ และราคาก๊าซฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.0 จาก 5.8 เหรียญฯ ต่อล้านบีทียู
ปริมาณขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7 จาก 5.5 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากมีการเรียก Gas Nomination ในอ่าวไทยและโครงการไทย-มาเลเซีย เพิ่มขึ้น ตามความต้องการช่วงวิกฤตพลังงาน และ load น้ำมันจากแอลจีเรียที่เพิ่มขึ้นตามรอบ (2Q และ 4Q)
                   ถึงแม้ว่าคาดการณ์ต้นทุนต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 30.0 จาก 28.0 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล จากต้นทุนสำรวจที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีการ write-off โครงการในอ่าวไทย รวมถึงการทำ seismic survey ในงวด 2Q69 รวมราว 1.5 พันล้านบาท และค่า DD&A ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากโครงการในอ่าวไทยที่มีค่าเสื่อมสูงผลิตได้เพิ่มขึ้นในงวดนี้

*Impact Insight

คาดการณ์กำไร 1H69 คิดเป็น 56.9% ของประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2569 ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ เบื้องต้นยังคงประมาณการ โดยคาดผลการดำเนินงานปกติ 3Q69 จะปรับตัวลง QoQ ภายใต้สถานการณ์สงครามสงบลงกลับสู่ภาวะปกติ เพราะจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกค่อยๆ ทยอยปรับตัวลดลงสะท้อน demand และ supply ที่แท้จริง อีกทั้งคาดปริมาณขายจะปรับตัวลดลงมาอยู่ราว 5.4-5.5 จาก 5.7 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเป็นช่วงการหยุด maintenance และผู้รับก๊าซฯ โรงแยกก๊าซฯ มีหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยคาดจะทรงตัวในระดับ 30.0 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ตามกิจกรรมการสำรวจขุดเจาะที่ยังมีอยู่
อย่างไรก็ตามภายใต้ประมาณการปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยกำหนดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบอ้างอิงดูไบในปี 2569 เท่ากับ 80 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล และตั้งแต่ปี 2570 ที่ 75 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ราว 7.6 หมื่นล้านบาท เติบโต 37.2% YoY รับผลบวกจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 5.6 จาก 5.1 แสนบาร์เรลต่อวัน และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามสมมติฐานราคาขายก๊าซฯ ที่ 6.0 จาก 5.8 เหรียญฯ ต่อล้านบีทียู และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวขึ้นจากปี 2568 ที่ 68.7 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล
*Execution

                   ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 170 บาท ในภาพใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาวตามปริมาณขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นของโครงการใหม่ๆ ถึงแม้ราคาน้ำมันดิบจะมีการปรับตัวลดลงจากภาวะสงคราม แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง รวมถึงให้น้ำหนักไปที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง เบื้องต้นคาดจะประกาศจ่ายปันผล 1H69 ที่ราว 4.5 บาทต่อหุ้น (ทั้งปี 9 บาท) คิดเป็น Dividend Yield งวดครึ่งปีสูงถึง 3.4% จึงแนะนำหาจังหวะทยอยสะสมเพื่อรับปันผลระหว่างกาล หรือเน้น trading เป็นรอบๆ ตามทิศทางราคาน้ำมันได้

เพี้ยนแช๊ะเม่าเคาะซื้อเม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่