นอนแก้ผ้าดีต่อการนอนจริง แต่ถ้าที่นอนไม่สะอาด อาจเสี่ยงปัญหาผิวหนังมากกว่าที่คิด?

ช่วงนี้เห็นหลายบทความพูดถึงการ "นอนแก้ผ้า" ว่าช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น หลับง่ายขึ้น และอาจช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ซึ่งก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนว่า การที่อุณหภูมิร่างกายลดลงเล็กน้อยก่อนนอน มีส่วนช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น  

  แต่สิ่งที่หลายคนอาจลืมคิดคือ...
  - ถ้าที่นอนของเราไม่สะอาด การนอนโดยไม่มีเสื้อผ้าก็อาจทำให้ร่างกายสัมผัสกับเชื้อโรคและสิ่งสกปรกโดยตรงมากขึ้น

ที่นอนสกปรกกว่าที่คิด
  - ระหว่างการนอน ร่างกายของเราจะผลัดเซลล์ผิวหนังประมาณ 30,000-40,000 เซลล์ต่อนาที หรือหลายร้อยล้านเซลล์ต่อวัน
  - สูญเสียเหงื่อประมาณ 0.5-1 ลิตรต่อคืน
  - มีน้ำมันจากผิวหนัง เส้นผม และคราบต่าง ๆ สะสมอยู่บนเครื่องนอน

ทั้งหมดนี้กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย เชื้อรา และไรฝุ่น
     มีการสำรวจจาก Amerisleep พบว่า หากไม่ซักผ้าปูที่นอนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ปริมาณแบคทีเรียอาจเพิ่มขึ้นจนมากกว่าบนฝาชักโครกหลายเท่า โดยหลัง 4 สัปดาห์ ผ้าปูที่นอนอาจมีแบคทีเรียเกือบ 12 ล้าน CFU ต่อตารางนิ้ว

แล้วการนอนแก้ผ้าอันตรายไหม?
  - จริง ๆ แล้ว การนอนโดยไม่สวมเสื้อผ้าไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังโดยตรง แต่ถ้าเครื่องนอนสกปรก ร่างกายจะสัมผัสกับ
   แบคทีเรีย  เชื้อรา  ไรฝุ่น  คราบเหงื่อและน้ำมัน
  - ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด  สิวบริเวณหลังและหน้าอก  ผื่นแพ้  ผิวหนังอักเสบ  อาการคันจากไรฝุ่น

ควรซักเครื่องนอนบ่อยแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยแนะนำว่า
🛏️ ผ้าปูที่นอน : ทุก 1 สัปดาห์
😴 ปลอกหมอน : ทุก 1 สัปดาห์ (หากเป็นสิวง่าย อาจซักทุก 3-4 วัน)
🛌 ผ้านวม / ผ้าห่ม : ทุก 2-3 เดือน
🧽 ดูดฝุ่นและตากที่นอน : เดือนละ 1 ครั้ง
☀️ พลิกและผึ่งที่นอนให้ระบายความชื้นเป็นประจำ
💤 หมอน : ซักหรือเปลี่ยนตามคำแนะนำของผู้ผลิต (โดยทั่วไปเปลี่ยนทุก 1-2 ปี หากเสื่อมสภาพ)


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่