💥🥗 เป็นนิ่วในถุงน้ำดี กินอะไรได้แค่ไหน? อะไรยิ่งกินมาก ยิ่งเสี่ยงปวด!

พอรู้ว่าเป็นนิ่ว หลายคนจะถามทันทีว่า “ตกลงกินไข่ได้ไหม กินน้ำมันมะกอกได้หรือเปล่า แล้วต้องงดไขมันไปตลอดเลยหรือไม่” ความจริงปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าอาหารชนิดนั้นกินได้หรือไม่ได้ครับ แต่อยู่ที่ กินครั้งละเท่าไร กินร่วมกับอะไร และกินแล้วตัวเองมีอาการหรือไม่ เพราะแม้เป็นไขมันดี ถ้าเทหนักในมื้อเดียว ถุงน้ำดีก็ต้องบีบตัวมากขึ้นและอาจกระตุ้นอาการได้ วันนี้ผมจะแบ่งให้ชัดว่าอะไรเลือกกินได้ อะไรควรลด และแต่ละอย่างควรกินประมาณไหนครับ


1️⃣ อาหารที่กินได้ แต่ต้องจัดปริมาณให้พอดี

โปรตีนไขมันต่ำ
ปลา ไก่ไม่ติดหนัง หมูหรือเนื้อส่วนไม่ติดมัน เต้าหู้ และไข่ยังกินได้ครับ หนึ่งมื้อใช้เนื้อสัตว์ประมาณหนึ่งฝ่ามือ หรือราว 80–120 กรัม แล้วเลือกต้ม นึ่ง อบ ย่าง หรือผัดน้ำมันน้อย จุดสำคัญคืออย่าเพิ่มทั้งเนื้อติดมัน หนัง และของทอดไว้ในมื้อเดียวกัน

ไข่
ไม่จำเป็นต้องงดไข่ทุกคนครับ เริ่มจากครั้งละ 1 ฟอง เลือกไข่ต้ม ไข่ตุ๋น หรือไข่น้ำก่อน ถ้ากินแล้วไม่ปวดหรือแน่นท้องจึงค่อยปรับตามความเหมาะสม ส่วนไข่ดาวน้ำมันท่วม ไข่เจียว หรือกินพร้อมหมูกรอบและแกงกะทิ แบบนี้ไขมันรวมในมื้อจะสูงเกินไปง่าย

ข้าวและคาร์บ
ข้าว ข้าวกล้อง โจ๊ก เส้น มัน และฟักทองกินได้ประมาณหนึ่งกำปั้นหรือหนึ่งในสี่ของจานครับ ไม่จำเป็นต้องอดแป้ง เพราะการอดนานแล้วกินมื้อใหญ่ทีเดียวอาจกระตุ้นอาการมากกว่า ควรกินเป็นเวลาและไม่ปล่อยให้หิวจัด

ผักและผลไม้
ผักควรมีประมาณครึ่งจาน เลือกต้ม นึ่ง ผัดน้ำมันน้อย หรือแกงไม่ใส่กะทิ ส่วนผลไม้กินครั้งละประมาณหนึ่งกำมือหรือหนึ่งส่วน เช่น ฝรั่งครึ่งผลเล็ก แอปเปิลหนึ่งผลเล็ก หรือมะละกอ 6–8 ชิ้นคำ ถ้าท้องอืดง่ายให้เริ่มทีละน้อยครับ

ไขมันดี
น้ำมันมะกอก ถั่ว อะโวคาโด และปลาที่มีไขมันยังกินได้ แต่ไม่ใช่กินได้ไม่จำกัดครับ น้ำมันใช้ประมาณ 1 ช้อนชาต่อมื้อก่อน ถั่วประมาณหนึ่งกำมือเล็ก หรืออะโวคาโดประมาณหนึ่งในสี่ถึงครึ่งผล แล้วสังเกตอาการ เพราะแม้คุณภาพไขมันจะดีกว่า แต่ปริมาณมากก็ยังกระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวได้ NIDDK แนะนำไขมันไม่อิ่มตัวเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล แต่ผู้ที่มีอาการสัมพันธ์กับไขมันอาจต้องลดปริมาณลงครับ


2️⃣ อาหารที่ควรลด และไม่ควรกินปริมาณมากในมื้อเดียว

ของทอดและอาหารมันจัด
ไก่ทอด หมูกรอบ หนังไก่ หมูสามชั้น เฟรนช์ฟรายส์ และของชุบแป้งทอด ควรหลีกเลี่ยงช่วงที่มีอาการ ถ้าจะลองกินจริงควรเป็นปริมาณเล็กมาก ไม่ใช่กินเป็นจานหลัก เพราะไขมันสูงทำให้ถุงน้ำดีหดตัวและอาจกระตุ้นอาการปวดได้ครับ

แกงกะทิ ครีม ชีส และน้ำสลัดข้น
อาหารเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทอดก็มีไขมันสูงได้ครับ ถ้ากินควรเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เช่น แกงกะทิไม่เกินครึ่งถ้วยและไม่กินคู่กับของทอดหรือขนมกะทิในมื้อเดียว แต่ถ้ากินแล้วเคยปวดซ้ำ ผมแนะนำให้งดตัวกระตุ้นนั้นไปก่อน

เนื้อแปรรูป
ไส้กรอก เบคอน แฮม ลูกชิ้น และหมูยอ ควรกินให้น้อยและไม่ใช้เป็นโปรตีนหลักทุกวัน เพราะมักมีทั้งไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูง ถ้าจะกินให้จำกัดประมาณ 1–2 ชิ้นเล็ก แล้วเติมโปรตีนไม่ติดมันแทนส่วนที่เหลือ

ถั่ว อะโวคาโด และน้ำมันจำนวนมาก
ตรงนี้หลายคนพลาดครับ เห็นว่าเป็นไขมันดีจึงกินถั่วครึ่งถุง ราดน้ำมันมะกอกจนชุ่ม หรือกินอะโวคาโดทั้งลูก แต่สำหรับคนที่มีนิ่ว ปริมาณไขมันรวมต่อมื้อยังสำคัญมาก ถ้ากินแล้วแน่น คลื่นไส้ หรือปวดชายโครงขวา ต้องลดลง ไม่ต้องฝืนเพราะคำว่าไขมันดี

บุฟเฟต์และมื้อใหญ่มาก
ต่อให้อาหารแต่ละอย่างกินได้ แต่ถ้ารวมเนื้อ ชีส ของทอด น้ำจิ้ม และของหวานไว้ในมื้อเดียว ปริมาณไขมันรวมก็สูงขึ้นมากครับ ถ้ากินมื้อใหญ่แล้วปวด ควรเปลี่ยนเป็นมื้อเล็กหรือปริมาณพอดี อาหารไขมันสูงที่เลี่ยงไม่ได้ก็ควรลดขนาดและเพิ่มผักหรืออาหารไขมันต่ำแทน

ตัวอย่างเมนูและปริมาณที่เริ่มได้ง่าย
• ข้าวประมาณหนึ่งทัพพีครึ่ง กับปลานึ่งหนึ่งชิ้นขนาดฝ่ามือ และผักต้มครึ่งจาน
• โจ๊กหนึ่งชามเล็ก เพิ่มหมูไม่ติดมันและไข่ต้ม 1 ฟอง ไม่ใส่กระเทียมเจียวมาก
• สุกี้น้ำหนึ่งชาม เน้นผัก เต้าหู้ และไก่หรือปลา ลดน้ำจิ้มหวาน
• ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสหนึ่งชาม เลือกเนื้อไม่ติดมัน ไม่ใส่กากหมูและกระเทียมเจียว
• ข้าวหนึ่งทัพพีถึงหนึ่งทัพพีครึ่ง กับแกงเลียงและไก่อบไม่ติดหนัง
• โยเกิร์ตไขมันต่ำหนึ่งถ้วยเล็ก หรือผลไม้หนึ่งส่วนเป็นของว่าง
อาหารพวกนี้ช่วยลดโอกาสกระตุ้นอาการได้ แต่ไม่ได้ทำให้นิ่วที่อุดตันหายไปนะ ถ้าปวดชายโครงขวารุนแรงนานหลายชั่วโมง มีไข้ หนาวสั่น อาเจียน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะเข้ม หรืออุจจาระซีด ต้องไปโรงพยาบาล เพราะอาจมีถุงน้ำดีอักเสบหรือนิ่วอุดท่อน้ำดีได้


เป็นนิ่วในถุงน้ำดีไม่ใช่แค่ถามว่า “กินอะไรได้” แต่ต้องถามต่อว่า “กินได้ครั้งละเท่าไร” ด้วยครับ โปรตีนไม่ติดมัน ผัก ข้าว และไขมันดียังกินได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณต่อมื้อ ส่วนของทอด กะทิ ชีส เนื้อติดมัน และมื้อใหญ่ควรลดให้ชัด โดยเฉพาะอาหารที่เคยกินแล้วปวดซ้ำ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ


ที่มา : หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่