จิตวิทยารีฟิล Fast Food & Buffet กินได้ฟรีㆍมีไม่อั้นㆍกำไรเหลือๆ



อาหารบริการด่วนหรือฟาสต์ฟู้ด ยังคงเติบโตทั้งในไทยและต่างประเทศ แม้ว่าผู้บริโภคจะต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูง แต่หัวใจของฟาสต์ฟู้ดที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว คุ้มค่า ยังเป็นคีเวิร์ดสำคัญทำให้มีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ถ้าดูตัวเลขในไทยตลาดนี้มีมูลค่าประมาณ 600,000 ล้านบาท และคนไทยกว่า 40% ใช้บริการฟาสต์ฟู้ดถึง 4 ครั้ง/สัปดาห์ กลุ่มลูกค้าสำคัญคือวัยรุ่น , คนวัยทำงาน ที่อายุประมาณ 18-35 ปี

ในระดับโลกฟาสต์ฟู้ดก็มีมูลค่าสูงเช่นกันประมาณ 690,000 ล้านเหรียญ อัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 5.7% ต่อปี โดยอเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดฟาสต์ฟู้ดใหญ่สุดในโลกคิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 28% จากทั่วโลก เนื่องจากมีวัฒนธรรมการกินอาหารบนรถยนต์และครอบครัวเดี่ยวที่ทำงานนอกบ้านทั้งสามีภรรยามีจำนวนสูงมาก

กลยุทธ์สำหรับดึงดูดลูกค้าของ “ฟาสต์ฟู้ด”

หากวิเคราะห์รูปแบบของร้านฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่มีแนวทางการทำตลาดที่คล้ายกัน อาจจะแตกต่างกันในเรื่องภาพลักษณ์ และเมนู ที่พยายามสร้างจุดเด่น แต่โครงสร้างทั่วไปถือว่าใกล้เคียงกันมาก ได้แก่

1.กลยุทธ์ Decoy Pricing คือการทำสินค้าให้มีขนาดเล็ก - กลาง - ใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายที่สร้างรายได้มากขึ้น

2.กลยุทธ์ The Golden Triangle หรือเทคนิคการวางเมนูที่เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าว่าส่วนใหญ่จะเริ่มมองตรงกลางก่อนจะดูไปทางบนขวาและบนซ้าย เมนูในร้านจึงมักจะถูกจัดวางในโซนเหล่านี้

3.การใช้ระบบตู้สั่งอาหารอัตโนมัติ ที่ตอบโจทย์กับเรื่องความสะดวก รวดเร็ว และตู้อาหารยุคใหม่ยังมีระบบแนะนำเมนูเพิ่มที่สถิติระบุว่าสามารถเพิ่มมูลค่าออร์เดอร์เฉลี่ยได้สูงถึง 20%

4.กลยุทธ์ Loyalty Program เป็นเทคนิคที่ทำให้ร้านมีฐานลูกค้ามากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าประจำของร้านมียอดใช้จ่ายครั้งสูงกว่าลูกค้าทั่วไป 15%  และในปัจจุบัน 40% ของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปหาคู่แข่งทันทีหากพบว่ามีแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานง่าย ได้สิทธิประโยชน์ที่ดีกว่า

5.จิตวิทยาของ “สี” และ “เสียง” ซึ่งเราเห็นได้ชัดเจนว่าสีที่ใช้กันมากในวงการคือแดงกับเหลือง อย่างเช่น McDonald's, KFC, Burger King เป็นต้น

เพราะทางจิตวิทยาสีแดงช่วยกระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้น ส่วนสีเหลืองเชื่อมโยงกับความสุขและเป็นมิตร เมื่อ 2 สีนี้รวมกันมีผลในการกระตุ้นความอยากอาหาร เร่งให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

และปัจจุบันฟาสต์ฟู้ดก็พัฒนาไปตามสังคมยุคใหม่เน้นช่องทางเดลิเวอรี่มากขึ้น จากสถิติระบุว่าธุรกิจฟาสต์ฟู้ดสร้างยอดขายกว่า 75% จากช่องทาง Drive-Thru และกว่า 70% ของลูกค้ามาถึงร้านโดยที่ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกินอะไร แต่มาตัดสินใจหน้าร้านโดยเลือกสินค้าจากป้ายโฆษณาหรือรูปภาพบนหน้าจอร้าน

กลยุทธ์ “น้ำรีฟิล” ความลับเพิ่มกำไร “ฟาสต์ฟูด”

คนที่เคยไปฟาสต์ฟู้ดย่อมต้องคุ้นเคยกับการกดน้ำแบบ “รีฟิล” มองอย่างผิวเผินอาจดูเหมือนเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้าแต่ในความจริงนี่คือจิตวิทยาขั้นสูงที่คำนวณต้นทุนทุกอย่างไว้พร้อม และทำให้ธุรกิจมีกำไรเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งวิธีนี้ยังทำให้เกิดความรู้สึกกับลูกค้าคือ

✅ รู้สึกชนะและคุ้มค่า เพราะสมองเราตอบสนองต่อคำว่า “ฟรี” , “ไม่อั้น” เมื่อเราเห็นว่าจ่ายเงินซื้อแค่แก้วเดียวแต่เติมได้ตลอดทำให้เกิดความรู้สึกได้เปรียบทันที
✅ ลดความรู้สึกจ่ายแพง เพราะหากขายแยกเป็นน้ำอัดลม 1 แก้ว กับเมนูอาหาร ลูกค้าอาจรู้สึกว่าแพง แต่พอเอาไปจัดเซตรวมกันความรู้สึกต่างทันที
✅ กฎแห่งการตอบแทน เมื่อลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ให้สิทธิพิเศษหรือมีน้ำใจ ความรู้สึกนี้ทำให้เกิด Brand Loyalty ที่จะกลายเป็นลูกค้าประจำได้มากขึ้น

“น้ำรีฟิล” ต้นทุนเพิ่มแค่ไหน? ได้กำไรเพิ่มเท่าไหร่?

น่าจะเป็นสิ่งที่คนสงสัยกันมากว่าการที่ยอมให้ลูกค้ากดเติมได้ไม่อั้น แล้วร้านจะขาดทุนไหม? จากการคำนวณในอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ด ต้นทุนรวมของน้ำอัดลม 1 แก้ว รวมแก้วและน้ำหวานแล้ว อยู่ที่ประมาณ 3 - 5 บาท เท่านั้น

ขณะที่ราคาขายจริงหน้าร้านอยู่ที่ 35 - 45 บาท เท่ากับว่าแบรนด์มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงถึง 80% - 90%++  และความจริงในทางชีววิทยาระบุว่า มนุษย์ทั่วไปมีความสามารถในการดื่มน้ำอัดลมจำกัดอย่างมาก เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 แก้วเท่านั้น เพราะแก๊สและความหวานจะทำให้รู้สึกอิ่มและแน่นท้อง

ดังนั้น ต่อให้ลูกค้าเดินไปเติมรอบที่ 3 หรือ 4 ต้นทุนของร้านก็เพิ่มขึ้นเพียงแค่ไม่กี่สตางค์จากตัวน้ำหวาน แต่แบรนด์ได้กำไรจากราคาแก้วแรกไปเรียบร้อยแล้ว

และถ้ามองในเรื่องของสัดส่วนรายได้พบว่า “เครื่องดื่ม” ไม่ได้เป็นเพียงเมนูเสริมแต่คือตัวทำกำไรหลัก หากขาดรายได้จากส่วนนี้ฟาสต์ฟู้ดจำนวนมากจะไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าแรงและค่าวัตถุดิบอาหารที่พุ่งสูงขึ้นได้เลย  

แม้ในแง่ของปริมาณยอดขายเมนูอย่างเบอร์เกอร์หรือไก่ทอดจะเป็นตัวดึงดูดลูกค้า แต่เครื่องดื่มกลับมีส่วนในการสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 10% - 15% ของยอดขายรวมในร้านฟาสต์ฟู้ด

ไม่ใช่แค่นั้นกลยุทธ์น้ำรีฟิลที่ให้ลูกค้ากดน้ำบริการตัวเองได้ ยังส่งผลลัพธ์เชิงบวกต่อธุรกิจที่ช่วยลดภาระงานของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ ทำให้พนักงานรับออเดอร์และส่งอาหารได้เร็วขึ้น (Speed of Service) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Fast Food

ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr. https://www.facebook.com/share/p/196TqJx3A6/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่