เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: การค้นพบโรคมะเร็งและที่มาของชื่อ "ปูร้าย" ที่กัดกินมนุษยชาติ
โรคมะเร็ง (Cancer) ถูกมองว่าเป็นโรคในวิถีชีวิตยุคใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้อยู่คู่กับมนุษยชาติมานานหลายพันปี หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า มนุษย์รู้จักและพยายามต่อสู้กับเนื้อร้ายนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ
3,000 ปีก่อนคริสตกาล: บันทึกแรกสุดในกระดาษปาปิรุสแห่งอียิปต์
หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ถูกค้นพบในบันทึกกระดาษปาปิรุสโบราณที่ชื่อว่า "บันทึกปาปิรุสเอ็ดวิน สมิธ" (Edwin Smith Papyrus) ซึ่งคาดว่าถูกเขียนขึ้นในช่วง 3,000–2,500 ปีก่อนคริสตกาล เนื้อหาในบันทึกนี้เป็นการรวบรวมเคสผู้ป่วยและการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของ อิมโฮเทป (Imhotep) แพทย์และสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์อียิปต์
ในบันทึกดังกล่าว โดยเฉพาะใน "เคสที่ 45" ได้มีการบรรยายถึงอาการของผู้ป่วยที่มี "เนื้องอกปูดนูนที่ทรวงอก"แพทย์ในยุคนั้นอธิบายลักษณะของเนื้องอกไว้ว่า มีขนาดใหญ่ แข็ง และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเย็น คล้ายกับผลไม้ดิบที่ยังไม่สุก
สิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนถึงข้อจำกัดในยุคโบราณคือ ในส่วนของการรักษา บันทึกระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า "ไม่มีวิธีรักษา"อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่าในยุคนั้นมีการพยายามทำลายเนื้อร้ายหรือห้ามเลือดด้วยวิธี "Cauterization" หรือการใช้แท่งโลหะเผาไฟร้อนจัดจี้ลงไปบนบาดแผล
400 ปีก่อนคริสตกาล: ฮิปโปกราเตส กับการตั้งชื่อโรคว่า "ปู"
คำว่า "Cancer" ที่เราใช้กันในปัจจุบัน มีรากศัพท์มาจากกรีกโบราณ โดยผู้ที่ริเริ่มนำคำนี้มาใช้คือ ฮิปโปกราเตส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก" (ช่วงปี 460–370 ก่อนคริสตกาล)
ฮิปโปกราเตสได้สังเกตลักษณะของเนื้องอกร้ายที่มีพฤติกรรมลุกลาม และได้เรียกเนื้องอกที่ไม่มีแผลเปิดว่า "karkinos" (καρκίνος) และเรียกเนื้องอกที่มีแผลเปิดกว้างว่า "karkinoma" ซึ่งทั้งสองคำนี้ในภาษากรีกแปลว่า "ปู" (Crab)
เหตุผลที่ฮิปโปกราเตสเปรียบเทียบเนื้องอกร้ายกับปู มาจากลักษณะทางกายภาพที่เขาพบเห็น กล่าวคือ เนื้องอกร้ายมักจะมีเส้นเลือดขยายตัวและแผ่ขยายออกไปโดยรอบเนื้อเยื่อปกติ ดูคล้ายกับ "ขาของปู" ที่กำลังกางออกและเกาะยึดสิ่งต่าง ๆ อย่างแน่นหนา นอกจากนี้ ความเจ็บปวดจากโรคที่กัดกินร่างกายอย่างช้า ๆ แต่รุนแรง ยังทำให้คนยุคนั้นนึกถึงการถูกก้ามปูหนีบหนีบไว้ไม่ยอมปล่อย
ต่อมาในยุคจักรวรรดิโรมัน (ราวปี ค.ศ. 28–50) แพทย์ชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำภาษากรีกของฮิปโปกราเตส ให้เป็นภาษาละติน ซึ่งก็คือคำว่า "Cancer" และกลายเป็นคำสากลที่ใช้เรียกโรคนี้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มาและแหล่งอ้างอิงข้อมูล (Sources)
• American Cancer Society (ACS): บทความ "The History of Cancer" รายงานการค้นพบโรคมะเร็งในประวัติศาสตร์และบันทึกปาปิรุสเอ็ดวิน สมิธ
• The Edwin Smith Surgical Papyrus: เอกสารคำแปลและบทวิเคราะห์ต้นฉบับภาษาอียิปต์โบราณ โดย James Henry Breasted จัดพิมพ์โดยสถาบัน Oriental Institute แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (The University of Chicago Press)
• National Cancer Institute (NCI): ข้อมูลประวัติศาสตร์การแพทย์และการกำเนิดชื่อโรคในสารานุกรมมะเร็ง
• "The Emperor of All Maladies: A Biography of Cancer" (2010) บันทึกประวัติศาสตร์โรคมะเร็งฉบับสมบูรณ์ โดย Dr. Siddhartha Mukherjee แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและอายุรศาสตร์โรคมะเร็ง (รางวัลพูลิตเซอร์ สาขาสารคดีทั่วไป)
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #History #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/1CiyFKmefu/
🤢 เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: การค้นพบโรคมะเร็งและที่มาของชื่อ "ปูร้าย" ที่กัดกินมนุษยชาติ
โรคมะเร็ง (Cancer) ถูกมองว่าเป็นโรคในวิถีชีวิตยุคใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้อยู่คู่กับมนุษยชาติมานานหลายพันปี หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า มนุษย์รู้จักและพยายามต่อสู้กับเนื้อร้ายนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ
3,000 ปีก่อนคริสตกาล: บันทึกแรกสุดในกระดาษปาปิรุสแห่งอียิปต์
หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ถูกค้นพบในบันทึกกระดาษปาปิรุสโบราณที่ชื่อว่า "บันทึกปาปิรุสเอ็ดวิน สมิธ" (Edwin Smith Papyrus) ซึ่งคาดว่าถูกเขียนขึ้นในช่วง 3,000–2,500 ปีก่อนคริสตกาล เนื้อหาในบันทึกนี้เป็นการรวบรวมเคสผู้ป่วยและการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของ อิมโฮเทป (Imhotep) แพทย์และสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงแห่งราชวงศ์อียิปต์
ในบันทึกดังกล่าว โดยเฉพาะใน "เคสที่ 45" ได้มีการบรรยายถึงอาการของผู้ป่วยที่มี "เนื้องอกปูดนูนที่ทรวงอก"แพทย์ในยุคนั้นอธิบายลักษณะของเนื้องอกไว้ว่า มีขนาดใหญ่ แข็ง และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกเย็น คล้ายกับผลไม้ดิบที่ยังไม่สุก
สิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนถึงข้อจำกัดในยุคโบราณคือ ในส่วนของการรักษา บันทึกระบุไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า "ไม่มีวิธีรักษา"อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานว่าในยุคนั้นมีการพยายามทำลายเนื้อร้ายหรือห้ามเลือดด้วยวิธี "Cauterization" หรือการใช้แท่งโลหะเผาไฟร้อนจัดจี้ลงไปบนบาดแผล
400 ปีก่อนคริสตกาล: ฮิปโปกราเตส กับการตั้งชื่อโรคว่า "ปู"
คำว่า "Cancer" ที่เราใช้กันในปัจจุบัน มีรากศัพท์มาจากกรีกโบราณ โดยผู้ที่ริเริ่มนำคำนี้มาใช้คือ ฮิปโปกราเตส (Hippocrates) แพทย์ชาวกรีกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก" (ช่วงปี 460–370 ก่อนคริสตกาล)
ฮิปโปกราเตสได้สังเกตลักษณะของเนื้องอกร้ายที่มีพฤติกรรมลุกลาม และได้เรียกเนื้องอกที่ไม่มีแผลเปิดว่า "karkinos" (καρκίνος) และเรียกเนื้องอกที่มีแผลเปิดกว้างว่า "karkinoma" ซึ่งทั้งสองคำนี้ในภาษากรีกแปลว่า "ปู" (Crab)
เหตุผลที่ฮิปโปกราเตสเปรียบเทียบเนื้องอกร้ายกับปู มาจากลักษณะทางกายภาพที่เขาพบเห็น กล่าวคือ เนื้องอกร้ายมักจะมีเส้นเลือดขยายตัวและแผ่ขยายออกไปโดยรอบเนื้อเยื่อปกติ ดูคล้ายกับ "ขาของปู" ที่กำลังกางออกและเกาะยึดสิ่งต่าง ๆ อย่างแน่นหนา นอกจากนี้ ความเจ็บปวดจากโรคที่กัดกินร่างกายอย่างช้า ๆ แต่รุนแรง ยังทำให้คนยุคนั้นนึกถึงการถูกก้ามปูหนีบหนีบไว้ไม่ยอมปล่อย
ต่อมาในยุคจักรวรรดิโรมัน (ราวปี ค.ศ. 28–50) แพทย์ชาวโรมันชื่อ เซลซัส (Celsus) ได้แปลคำภาษากรีกของฮิปโปกราเตส ให้เป็นภาษาละติน ซึ่งก็คือคำว่า "Cancer" และกลายเป็นคำสากลที่ใช้เรียกโรคนี้สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มาและแหล่งอ้างอิงข้อมูล (Sources)
• American Cancer Society (ACS): บทความ "The History of Cancer" รายงานการค้นพบโรคมะเร็งในประวัติศาสตร์และบันทึกปาปิรุสเอ็ดวิน สมิธ
• The Edwin Smith Surgical Papyrus: เอกสารคำแปลและบทวิเคราะห์ต้นฉบับภาษาอียิปต์โบราณ โดย James Henry Breasted จัดพิมพ์โดยสถาบัน Oriental Institute แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (The University of Chicago Press)
• National Cancer Institute (NCI): ข้อมูลประวัติศาสตร์การแพทย์และการกำเนิดชื่อโรคในสารานุกรมมะเร็ง
• "The Emperor of All Maladies: A Biography of Cancer" (2010) บันทึกประวัติศาสตร์โรคมะเร็งฉบับสมบูรณ์ โดย Dr. Siddhartha Mukherjee แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและอายุรศาสตร์โรคมะเร็ง (รางวัลพูลิตเซอร์ สาขาสารคดีทั่วไป)
#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #History #วิทยาศาสตร์ #ต่างประเทศ #Learning #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ #News #ข่าว
https://www.facebook.com/share/p/1CiyFKmefu/