แคนาดา:
เจสซี่ มาร์ช นายใหญ่ แคนาดา พาทีมเฉือนเอาชนะ แอฟริกาใต้ 1-0 จากประตูในช่วงทดเจ็บผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายชนิดสะใจแฟนๆ เจ้าภาพ
ข่าวดีและกำลังใจของทีมคือการที่ อัลฟอนโซ่ เดวิส กลับมาลงสนามอีกครั้งหลังลงเป็นตัวสำรองในช่วง 15 นาทีสุดท้ายในนัดที่แล้ว
ถือเป็นการลงเล่นทีมชาติครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025
ทีมมีปัญกาแค่ อิสมาเอล โกเน่ ขาหักปิดฉากไปเรียบร้อย ส่วนที่เหลือพร้อมใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด
สำหรับ อัลฟอนโซ่ เดวิส คงอยู่ที่ม้านั่งข้างสนามเหมือนเดิม
สเตเฟ่น ยุสตากีโอ ฮีโร่ทำประตูชัยเกมที่แล้วยังนำทัพในแดนกลาง ส่วนกองหน้า โจนาธาน เดวิด เป็นตัวทีเด็ดเหมือนเดิม
โมร็อกโก:
โมฮาเหม็ด อูอาห์บี เทรนเนอร์ โมร็อกโก โชว์ผลงานยอดเยี่ยมในเกมกับ เนเธอร์แลนด์ส แม้เสียประตูไปก่อน แต่ฮึดตีเสมอได้สำเร็จ
ก่อนยื้อไปดวลจุดโทษเอาชนะได้สำเร็จ
ชาดี รีอาด กองหลังคนสำคัญบาดเจ็บจากเกมล่าสุด แต่ข่าวดีคือเขากลับมาซ้อมได้เต็มรูปแบบ พร้อมที่จะลงคุมเกมรับ
แต่หากไม่เต็มร้อย เรดูอาน ฮัลฮาล กับ มาร์งาเน่ ซาดาเน่ พร้อมทำหน้าที่
อิสมาเอล ไซบารี่ กองหน้าที่ทำผลงานได้อย่างโดเด่นจะเป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า
พร้อมแกนหลักที่เหลือทั้ง อาชราฟ ฮาคิมี่ กัปตันทีม, บราอิม ดีอาซ, นุสแซร์ มาซราอุยม นีล เอล อายนาอุย และ อายยุบ บูอัดดี
11 ผู้เล่นตามคาด
แคนาดา (4-4-2)
: มักซิม เครโป
- อาลิสแตร์ จอห์นสตัน, มอยเซ่ บอมบิโต้, เดเร็ค คอร์เนลิอุส, ริชี่ ลาร์เยีย
- ทายอน บูชาแนน, เนธาน ซาลิบา, สเตเฟ่น ยุสตากีโอ, เจค็อบ ชาฟเฟลเบิร์ก
- โจนาธาน เดวิด, ทานี่ โอลูวาเซยี่
โมร็อกโก (4-2-3-1)
: ยัสซีน บูนู
- อาชราฟ ฮาคิมี่, อิสซ่า ดิย็อป, ชาดี รีอาด, นุสแซร์ มาซราอุย
- นีล เอล อายนาอุย, อายยุบ บูอัดดี
- บราอิม ดีอาซ, อัซเซดีน อูนาอี, บิลาล เอล คานนุส
- อิสมาเอล ไซบารี่
สนาม : เอ็นอาร์จี สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ (อังกฤษ)
รูปเกม:
แคนาดา เข้ารอบมาได้ด้วยแรงฮึดที่ยอดเยี่ยม แต่ภาพรวมแล้วเขายังไม่ได้เจอกับคู่แข่งของจริงเลย
ตรงข้ามกับ โมร็อกโก ที่เจองานยากมาตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเม้นต์ และพวกเขาก็ยืนหยัดอย่างน่าประทับใจ เกมรุกมีดี เกมรับก็แข็งแกร่ง
ช่วงแรกเกมอาจจะอึดอัด แต่เกมนี้ทีมจาก แอฟริกา จะเอาชนะได้ในที่สุด
ผลที่คาด:
แคนาดา แพ้ โมร็อกโก 0-2
.
ปารากวัย
ดีเอโก้ โกเมซ ของไบรท์ตัน พ้นโทษแบน 1 นัดกลับมา หลังชวดลงเล่นเกมกับเยอรมัน เนื่องจากรับใบเหลือง 2 ใบในรอบแบ่งกลุ่ม
แนวรับเตรียมชวดใช้งาน โอมาร์ อัลเดเรเต้ ของซันเดอร์แลนด์ ที่เจ็บหัวเข่า จะเป็นโอกาสของ โฮเซ่ กานาเล่ ออกสตาร์ตอีกครั้ง
ฝรั่งเศส
สภาพทีมสมบูรณ์ มีแค่ต้องลุ้นการตัดสินใจของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ว่าจะจัดทัพแนวรุกอย่างไร หลัง บราดเล่ย์ บาร์โคล่า ทำประตูได้อีกครั้งในเกมกับสวีเดน รอบที่แล้ว
คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง ยิงไปแล้ว 6 ประตูในทัวร์นาเม้นต์นี้ นำดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ม
นอกจากนั้น ยังทำ 18 ประตูในการเล่นฟุตบอลโลก เป็นอันดับ 2 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลรายการนี้ด้วย
ที่เหลือไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น หลังได้ วิลเลี่ยม ซาลิบา ลงสนามเกมที่แล้ว พร้อมยืนตัวจริง
11 ผู้เล่นตามคาด:
ปารากวัย (4-4-2)
: ออร์แลนโด้ กิลล์
- ฮวน กาเซเรส, กุสตาโว่ โกเมซ, โฮเซ่ กานาเล่, จูเนียร์ อลอนโซ่
- มิเกล อัลมิรอน, ดีเอโก้ โกเมซ, อันเดรส กูบาส, มาติอัส กาลาร์ซ่า
- ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, กาเบรียล อาบาโลส
ฝรั่งเศส (4-2-3-1)
: ไมค์ เมนญ็อง
- ฌูลส์ กุนเด้, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ลูก้าส์ ดีญ
- อาเดรียง ราบิโอต์, ออเรเลียง ชูอาเมนี่
- อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลีเซ่, บราดเล่ย์ บาร์โคล่า
- คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
สนาม : ลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์, ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐฯ
ผู้ตัดสิน : อิลกิซ ทานตาเชฟ (อุซเบกิสถาน)
รูปเกม:
ปารากวัย สร้างเซอร์ไพรส์คว่ำเยอรมันในการดวลจุดโทษ รอบที่แล้ว ทรงบอลเป็นรองเยอะ คาดว่าจะเน้นความรัดกุม และโต้กลับอย่างฉับพลัน
ขณะที่ฝรั่งเศสเป็นทีมที่เกมรุกดีที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทั้งการสร้างโอกาสและจบสกอร์ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หยุดไม่อยู่
ขณะที่ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ และ อุสมาน เดมเบเล่ แผลงฤทธิ์ต่อเนื่อง ดูแล้ว ปารากวัยต้านไม่อยู่
ผลที่คาด:
ปารากวัย แพ้ ฝรั่งเศส 0-3
.
cr. พรีวิว เพจกีฬาเพจนึง
🪙 #เกมบอลพันทิป 🆚 Here We Go 🔥⚽🌏🏆 | 🇨🇦-🇲🇦, 🇵🇾-🇲🇫
รูปเกม:
cr. พรีวิว เพจกีฬาเพจนึง