“บูลโกกิ” อาหารเกาหลียุคโกคูรยอ



ประวัติ “บูลโกกิ” (불고기 / Bulgogi) : จากเนื้อย่างโบราณสู่สัญลักษณ์อาหารเกาหลี

“บูลโกกิ” เป็นหนึ่งในอาหารเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยมีข้อสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์อาหารเกาหลีจำนวนมากเชื่อว่า “บูลโกกิ” มีรากย้อนกลับไปถึงยุคโกคูรยอ (Goguryeo) หนึ่งในสามอาณาจักรโบราณของเกาหลี ราวช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 7 (37 ปีก่อนคริสตกาล–ค.ศ. 668) โดยพบว่ามีอาหารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “มักจ็อก” (맥적 / Maekjeok) ซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ โดยมักเป็นหมูหรือสัตว์ป่า หมักซอสแล้วนำไปเสียบไม้ย่างบนไฟ
.
คำว่า “แม็ก” (맥 / Maek) อาจเกี่ยวข้องกับการเรียกกลุ่มชนเผ่า “แม็ก” (Maek tribe) ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีและแมนจูเรีย ส่วนคำว่า “จ็อก” (적 / jeok) หมายถึงอาหารประเภทเนื้อย่างหรือเนื้อเสียบไม้ ดังนั้น “มักจ็อก” จึงมีความหมายว่า “เนื้อย่างแบบชาวแม็ก” หรือ "อาหารย่างของชาวแม็ก" อย่างไรก็ตามความเชื่อมโยงดังกล่าวยังเป็นข้อถกเถียงในเชิงประวัติศาสตร์อยู่ นอกจากนี้เอกสารและตำราอาหารโบราณของเกาหลีหลายฉบับมักระบุว่า “แม็กจ็อก” ถือเป็นต้นแบบดั้งเดิมของบูลโกกิสมัยใหม่ หรือต้นแบบของวัฒนธรรมเนื้อย่างเกาหลีในยุคต่อมา
.
การพัฒนาในยุคโชซอน: จากเนื้อย่างชนชั้นสูงสู่รากของบูลโกกิ

ในสมัยราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty / ค.ศ. 1392–1910) วัฒนธรรมการบริโภคเนื้อวัวเริ่มมีการพัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น โดยพบมีอาหารชนิดหนึ่งเรียกว่า “เนอบียานี” (너비아니 / Neobiani) ซึ่งเป็นเนื้อวัวหั่นบาง หมักและย่าง ถือเป็นอาหารที่พบในชนชั้นสูงและราชสำนัก และในช่วงเวลานี้เองที่เนื้อวัวมีมูลค่าสูง และอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ เนื่องจากวัวมีความสำคัญในฐานะแรงงานเกษตรกรรม ดังนั้นการบริโภคเนื้อวัวจึงเป็นสัญลักษณ์ของฐานะทางสังคมและอภิสิทธิ์ของชนชั้นสูง
.
ในยุคนี้เองรูปแบบการกินเนื้อเปลี่ยนจากการ “ย่างทั้งชิ้นหรือเสียบไม้” ไปสู่การ “หั่นบางและหมักซอส” เพื่อให้เนื้อนุ่มขึ้นและเหมาะกับการย่างบนเตา นักวิชาการเกาหลีมองว่า “เนอบียานี” คือขั้นสำคัญที่เชื่อมตรงไปสู่ “บูลโกกิ” ในยุคปัจจุบัน เพราะมีทั้งเทคนิคการหั่นบาง การหมัก และการย่างบนไฟเหมือนกัน
.
การกำเนิด “บูลโกกิ” (불고기 / Bulgogi) ในความหมายปัจจุบัน
คำว่า “บูล” (불) หมายถึง “ไฟ”  ส่วนคำว่า “โกกิ” (고기) หมายถึง “เนื้อสัตว์” รวมกันจึงมีความหมายว่า “เนื้อย่างไฟ”
.
แม้รูปแบบการปรุงจะมีรากฐานมาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่ชื่อ “บูลโกกิ” และรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันเริ่มแพร่หลายในช่วงศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะหลังสงครามเกาหลี เมื่อเกาหลีใต้เข้าสู่ยุคฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร้านบูลโกกิแบบเตาถ่านได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกรุงโซลและเขตอุตสาหกรรม
.
เอกลักษณ์สำคัญของบูลโกกิ (불고기) คือการหมักเนื้อก่อนย่าง โดยมักใช้ส่วนผสม เช่น ซีอิ๊วเกาหลี (ganjang), กระเทียม, น้ำมันงา, ต้นหอม, น้ำตาล, พริกไทย และผลไม้ เช่น ลูกแพร์เอเชีย ซึ่งช่วยเพิ่มความนุ่มของเนื้อและรสหวานตามธรรมชาติ
.

ที่มา  Thai Cuisine History
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่