ตุ่มสามโคก
ตู้กับข้าวลอยน้ำ
ภูมิปัญญาโบราณคราวอุทกภัย
.
ประเทศไทยกับอุทกภัยเป็นเรื่องที่แยกออกจากกันไม่ได้ เพราะภูมิประเทศของเราส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำและเชื่อมต่อกับทะเล ในอดีตเมื่อลมมรสุมพัดผ่านหรือย่างเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก วิถีชีวิตของคนไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ คนไทยในอดีตเมื่อต้องเผชิญกับน้ำที่ท่วมสูงมิดใต้ถุนบ้านเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาจำเป็นต้องมีวิธีการจัดเก็บเสบียงอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ และหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งก็คือ ‘ตุ่มสามโคก’ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาจากภูมิปัญญาชาวมอญแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่ไม่ต่างจากตู้กับข้าวและคลังถนอมอาหารท่ามกลางภัยพิบัติจากน้ำท่วม
.
ตุ่มสามโคกนั้นมีต้นกำเนิดจากชาวมอญในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่สมัยอยุธยามาจนถึงรัตนโกสินทร์ ภาชนะดินเผาชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร กล่าวคือมีรูปทรงที่ป้อมและอ้วน ปากแคบ แต่ป่องตรงกลาง และเนื้อดินสีส้มอิฐที่หนาจากการเผาด้วยอุณหภูมิสูง ในอดีตพ่อค้าชาวมอญจะนำตุ่มสามโคกที่ในภาษามอญเรียกว่า ‘อีเลิ้ง’ ที่ผลิตได้นี้บรรทุกเรือไปขายยังเมืองบางกอก ตามคูคลองต่างๆ จนส่งผลให้กลายเป็นชื่อหมู่บ้าน ตลาด คู คลอง ตามสินค้าที่นำไปขาย เช่น คลองโอ่งอ่าง และตลาดนางเลิ้ง
.
ตุ้มสามโคกนั้นแม้ภายนอกจะดูเรียบง่ายและไม่มีการเคลือบเงาเหมือนโอ่งมังกรในยุคหลัง แต่รูปทรงและเนื้อผิวที่ไร้สารเคลือบนี้กลับเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องอาหารเพราะในยามที่น้ำท่วม ตุ่มสามโคกจะถูกแปรสภาพให้กลายเป็น ‘ตู้กับข้าวและคลังเสบียงลอยน้ำ’ ด้วยภูมิปัญญาการจัดการอาหารที่ชาญฉลาด นั่นคือการมีระบบสุญญากาศธรรมชาติด้วยรูปทรงปากตุ่มที่แคบพอให้เอามือล้วงเข้าไปได้ เราสามารถใช้ใบตองตึงหรือผ้าหนาๆ ปิดคลุมปากตุ่ม ผูกมัดด้วยปอหรือเชือกกล้วยอย่างแน่นหนาแล้วพอกทับด้วยน้ำมันยางหรือชันยาแนวอีกที
.
ด้วยวิธีนี้ของเหลวและอากาศจากภายนอกจึงไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้ และช่องว่างขนาดใหญ่ภายในทำให้ตุ่มสามโคกสามารถลอยน้ำได้โดยไม่จม ดังนั้นแม้ระดับน้ำจะท่วมสูงแต่เสบียงที่อยู่ข้างในก็ยังแห้งและปลอดภัย
.
ประกอบกับการมีเนื้อดินเผาแบบไม่เคลือบที่มีรูพรุนขนาดเล็กจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำให้น้ำระเหยออกได้ทีละนิด ส่งผลให้อุณหภูมิภายในตุ่มคงที่และมีความเย็น ความเย็นตามธรรมชาตินี้เองจะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ทำให้อาหารไม่บูดเน่าแม้อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ชื้นแฉะ ประกอบกับหน้าน้ำหลากคือช่วงที่ปลาชุกชุมที่สุด ในอดีตชาวบ้านจะดักจับสัตว์น้ำมาทำปลาร้า ปลาเจ่า และกะปิ
.
ตุ่มสามโคกจึงเป็นภาชนะที่ดีที่สุดในการหมักบ่ม เนื่องจากความหนาของเนื้อดินช่วยป้องกันแสงแดดและรักษาอุณหภูมิให้จุลินทรีย์ชนิดดีทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เสบียงเหล่านี้จึงถูกเก็บรักษาไว้กินได้ยาวนานจนกว่าน้ำจะลด
.
ด้วยคุณประโยชน์ขนาดนี้ ตุ่มสามโคกจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ตักน้ำในบ้านเรือน แต่คือมรดกทางปัญญาที่สะท้อนถึงความเข้าใจในหลักฟิสิกส์และชีววิทยาอย่างลึกซึ้งของคนโบราณ เป็นนวัตกรรมการเอาชีวิตรอดที่เปลี่ยนวิกฤตภัยพิบัติให้กลายเป็นเรื่องที่รับมือได้
.
ปัจจุบันแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่ตุ่มสามโคกยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงภูมิปัญญาของคนไทยในการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนและชาญฉลาด
.
ปัจจุบันตุ่มสามโคกมีแหล่งผลิตอยู่ที่วัดสิงห์ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
.
ตุ่มสามโคก ตู้กับข้าวลอยน้ำ ภูมิปัญญาโบราณคราวอุทกภัย