🍗 เลิกโทษไก่! เจาะลึกความจริงของ “โรคเก๊าท์” ที่หลายคนเข้าใจผิด

หลายคนเวลาเห็นเมนูไก่ย่างหรือข้าวมันไก่แล้วต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะกลัวว่ากินเข้าไปแล้วจะปวดข้อและกลายเป็นโรคเก๊าท์ ความเชื่อที่ส่งต่อกันมานี้ทำให้เราพลาดของอร่อยไปอย่างน่าเสียดายค่ะ ความจริงแล้วการกินไก่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คนที่มีสุขภาพปกติกลายเป็นโรคเก๊าท์ได้ง่ายขนาดนั้น วันนี้เรามาเจาะลึกถึงต้นตอที่แท้จริงของโรคนี้กันค่ะ ว่าเกิดจากอะไร และใครกันแน่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
🔹 กฎ 80/20 ของปริมาณกรดยูริกในร่างกาย
สาเหตุหลักของโรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับกรดยูริกสะสมในเลือดสูงเกินไปจนตกตะกอนเป็นผลึกรูปเข็มทิ่มแทงตามข้อต่างๆ ค่ะ ตามหลักทางการแพทย์แล้ว กรดยูริกในร่างกายของเรามาจากอาหารที่กินเข้าไปเพียงแค่ 20% เท่านั้น ส่วนอีก 80% ที่เหลือนั้น ร่างกายของเราเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองตามธรรมชาติผ่านกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ ดังนั้นต่อให้เราคุมอาหารอย่างเข้มงวดแค่ไหน ร่างกายก็ยังคงผลิตกรดยูริกออกมาอยู่ดีค่ะ
🔹 ทฤษฎีอ่างน้ำกับระบบระบายของร่างกาย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราคืออ่างล้างจานค่ะ น้ำที่เปิดจากก๊อกตลอดเวลาคือกรดยูริกที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ส่วนน้ำที่เราเทเติมลงไปคืออาหารที่มีสารพิวรีนสูง และท่อน้ำทิ้งก็คือไตที่มีหน้าที่ขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ คนที่เป็นโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่มีปัญหาที่ท่อน้ำทิ้งระบายไม่ทันหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อขับออกไม่ทัน กรดยูริกจึงล้นอ่างและไปสะสมตามข้อต่างๆ จนเกิดอาการปวดบวมแดงร้อนขึ้นมาในที่สุดค่ะ
🔹 ผู้ร้ายตัวจริงที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา
แม้ว่าเนื้อไก่จะมีสารพิวรีนอยู่บ้าง แต่อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นค่ะ สิ่งที่น่ากังวลและไปกระตุ้นอาการปวดได้รุนแรงกว่าคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ที่มีสารพิวรีนสูงและยังไปขัดขวางการขับกรดยูริกออกจากไต รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง ภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเผาผลาญและการกำจัดของเสียในร่างกายค่ะ
🔹 สรุปแล้วเมนูไก่ยังกินได้อยู่ไหม
สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ได้ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ สามารถทานไก่ได้ตามปกติเลยค่ะ ส่วนผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว ในช่วงที่มีอาการปวดกำเริบควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ปีกและเครื่องในไปก่อนชั่วคราว เมื่อรักษาจนอาการสงบและควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ดีแล้ว ก็สามารถกลับมาทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเน้นทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงเครื่องในไก่ น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนข้น และยอดผักบางชนิดที่มีพิวรีนสูงจัดค่ะ
วิธีดูแลตัวเองที่นำไปปรับใช้ได้ง่ายๆ คือการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วค่ะ เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่พากรดยูริกส่วนเกินขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหากมีอาการปวดข้อเฉียบพลันบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเลือดและรักษาอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการบีบนวดหรือประคบร้อนบริเวณที่ปวด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการอักเสบลุกลามรุนแรงขึ้นค่ะ
ที่มา :Bluzone
🍗 เลิกโทษไก่! เจาะลึกความจริงของ “โรคเก๊าท์” ที่หลายคนเข้าใจผิด
หลายคนเวลาเห็นเมนูไก่ย่างหรือข้าวมันไก่แล้วต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะกลัวว่ากินเข้าไปแล้วจะปวดข้อและกลายเป็นโรคเก๊าท์ ความเชื่อที่ส่งต่อกันมานี้ทำให้เราพลาดของอร่อยไปอย่างน่าเสียดายค่ะ ความจริงแล้วการกินไก่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คนที่มีสุขภาพปกติกลายเป็นโรคเก๊าท์ได้ง่ายขนาดนั้น วันนี้เรามาเจาะลึกถึงต้นตอที่แท้จริงของโรคนี้กันค่ะ ว่าเกิดจากอะไร และใครกันแน่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
🔹 กฎ 80/20 ของปริมาณกรดยูริกในร่างกาย
สาเหตุหลักของโรคเก๊าท์เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับกรดยูริกสะสมในเลือดสูงเกินไปจนตกตะกอนเป็นผลึกรูปเข็มทิ่มแทงตามข้อต่างๆ ค่ะ ตามหลักทางการแพทย์แล้ว กรดยูริกในร่างกายของเรามาจากอาหารที่กินเข้าไปเพียงแค่ 20% เท่านั้น ส่วนอีก 80% ที่เหลือนั้น ร่างกายของเราเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองตามธรรมชาติผ่านกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ ดังนั้นต่อให้เราคุมอาหารอย่างเข้มงวดแค่ไหน ร่างกายก็ยังคงผลิตกรดยูริกออกมาอยู่ดีค่ะ
🔹 ทฤษฎีอ่างน้ำกับระบบระบายของร่างกาย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราคืออ่างล้างจานค่ะ น้ำที่เปิดจากก๊อกตลอดเวลาคือกรดยูริกที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ส่วนน้ำที่เราเทเติมลงไปคืออาหารที่มีสารพิวรีนสูง และท่อน้ำทิ้งก็คือไตที่มีหน้าที่ขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ คนที่เป็นโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่มีปัญหาที่ท่อน้ำทิ้งระบายไม่ทันหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อขับออกไม่ทัน กรดยูริกจึงล้นอ่างและไปสะสมตามข้อต่างๆ จนเกิดอาการปวดบวมแดงร้อนขึ้นมาในที่สุดค่ะ
🔹 ผู้ร้ายตัวจริงที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา
แม้ว่าเนื้อไก่จะมีสารพิวรีนอยู่บ้าง แต่อยู่ในระดับปานกลางเท่านั้นค่ะ สิ่งที่น่ากังวลและไปกระตุ้นอาการปวดได้รุนแรงกว่าคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ที่มีสารพิวรีนสูงและยังไปขัดขวางการขับกรดยูริกออกจากไต รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง ภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคประจำตัวอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเผาผลาญและการกำจัดของเสียในร่างกายค่ะ
🔹 สรุปแล้วเมนูไก่ยังกินได้อยู่ไหม
สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ได้ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ สามารถทานไก่ได้ตามปกติเลยค่ะ ส่วนผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว ในช่วงที่มีอาการปวดกำเริบควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ปีกและเครื่องในไปก่อนชั่วคราว เมื่อรักษาจนอาการสงบและควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ดีแล้ว ก็สามารถกลับมาทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเน้นทานเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงเครื่องในไก่ น้ำซุปกระดูกที่เคี่ยวจนข้น และยอดผักบางชนิดที่มีพิวรีนสูงจัดค่ะ
วิธีดูแลตัวเองที่นำไปปรับใช้ได้ง่ายๆ คือการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้วค่ะ เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่พากรดยูริกส่วนเกินขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหากมีอาการปวดข้อเฉียบพลันบวมแดง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเลือดและรักษาอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการบีบนวดหรือประคบร้อนบริเวณที่ปวด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการอักเสบลุกลามรุนแรงขึ้นค่ะ
ที่มา :Bluzone