ใครคือ 'สุภาพร พิมพงษ์' ปริศนานักลงทุน เก็บหุ้น TRUE ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6



KEY POINTS

สุภาพร พิมพงษ์ คือนักลงทุนที่สร้างความสนใจในตลาดทุน หลังจากเข้าซื้อหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จำนวนมาก จนก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 6

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 เธอได้เข้าซื้อหุ้น TRUE เพิ่มเติมผ่านบริษัทหลักทรัพย์ UBS Group AG จำนวน 2,159.23 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนการถือครองทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 7.0992%

ตัวตนของเธอยังคงเป็นปริศนา เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีจำกัด ทำให้นักลงทุนและตลาดต่างจับตามอง

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจเป็นนักลงทุนรายใหม่ที่เห็นศักยภาพของ TRUE หรืออาจเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) ให้กับนักลงทุนหรือกลุ่มทุนอื่นที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ

การเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงนี้ถือเป็นธุรกรรมที่มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ TRUE และตลาดกำลังติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปอย่างใกล้ชิด


ความเคลื่อนไหวโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนจับตา หลังจากชื่อของ "สุภาพร พิมพงษ์" ปรากฏในแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีการเข้าซื้อหุ้น TRUE เพิ่มเติมจำนวนมาก จนขยับขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อันดับ 6 ของบริษัท

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  พบว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 "สุภาพร พิมพงษ์" ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของ TRUE รวม 2,159.23 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 3.2174% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ UBS Group AG

ภายหลังการทำรายการ ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 3,500.47 ล้านหน่วย  หรือคิดเป็น 7.0992% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด จากเดิมที่ถืออยู่ 1,341.24 ล้านหน่วย หรือ 3.8817%

การเข้าซื้อหุ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของสุภาพรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TRUE ทันที

โดยแบบรายงาน 246-2 ยังระบุว่า ราคาสูงสุดที่ผู้มีหน้าที่รายงาน หรือบุคคลในกลุ่ม ได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของ TRUE ในช่วง 90 วันก่อนหน้าการยื่นรายงาน อยู่ที่ 14.70 บาทต่อหน่วย

กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ให้ความเห็นกรณีดังกล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ในเวลานี้ยังเป็นเรื่องที่วิเคราะห์ได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังมีจำกัด แต่สามารถตั้งข้อสังเกตได้ 2 แนวทางหลัก

แนวทางแรก คือ การลงทุนส่วนบุคคล โดยอาจเป็นนักลงทุนรายใหม่ที่มองเห็นศักยภาพของ TRUE และตัดสินใจเข้าลงทุนด้วยเงินทุนของตนเอง

ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง คือ การถือหุ้นแทน หรือ Nominee หรือการถือครองหุ้นในนามบุคคลอื่น ซึ่งเป็นโครงสร้างที่พบได้ในตลาดทุนในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนหรือกลุ่มทุนไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อผู้ถือหุ้นที่แท้จริงต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ากรณีของ "สุภาพร พิมพงษ์" เป็นการถือหุ้นในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่นักลงทุนรายใหม่เข้าถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 7% ถือเป็นธุรกรรมที่มีนัยสำคัญต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท จึงเป็นประเด็นที่ตลาดจะติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากในอนาคตมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินลงทุน วัตถุประสงค์ในการถือหุ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือครองอีกครั้ง

สำหรับ โครงสร้างผู้ถือหุ้น TRUE ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ค. 2569


เครดิต: กรุงเทพธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่