TRUE ร่อนหนังสือแจง “โบรก-กองทุน” ปมสตรีลึกลับรายงานซื้อหุ้น 7% อาจผิดพลาด
ด่วน! TRUE ร่อนจดหมาย IR ถึงโบรกฯ-กองทุน ชี้รายงาน 246-2 ของ "สุภาพร พิมพงษ์" ที่ระบุเข้าถือหุ้นรวม 7% มูลค่าพอร์ต 3 หมื่นล้านบาท "อาจผิดพลาด" ล่าสุด ก.ล.ต. แปะป้ายอยู่ระหว่างตรวจสอบ (Preliminary) ด้านแหล่งข่าวรับยังงงที่ IR ออกโรงแจงเอง แต่ย้ำไม่กระทบพื้นฐานหุ้น
จากกรณี วานนี้ (2 ก.ค. 69) นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ รายงานแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ว่าได้เข้าทำรายการซื้อหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 จำนวนประมาณ 1,111 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.2174% ส่งผลให้ภายหลังทำรายการ นางสาวสุภาพร ถือครองหุ้น TRUE จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,451 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.0992% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด
ข้อเท็จจริงดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสความสนใจจากผู้ลงทุนและแวดวงตลาดทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่นางสาวสุภาพรเข้ามาลงทุนที่สูงถึงกว่า 3 หมื่นล้านบาท รวมถึงการสืบค้นเกี่ยวกับประวัติด้านการลงทุน การทำธุรกิจ การประกอบวิชาชีพ และประวัติความเป็นมาด้านครอบครัวของนางสาวสุภาพร เนื่องจาก TRUE เป็นหุ้นขนาดใหญ่มากและเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั่วไปมักไม่ค่อยพบเห็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลจะมีการถือครองหุ้นในสัดส่วนที่สูงขนาดนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดพบเอกสารที่เชื่อได้ว่าถูกส่งผ่านระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือ IR ของ TRUE ถึงบริษัทหลักทรัพย์ และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หลายแห่ง โดยมีเนื้อหาระบุเกี่ยวกับกรณีนางสาวสุภาพรว่า ทางบริษัทขอแจ้งให้ทราบถึงรายงานการยื่นแบบของ ก.ล.ต. ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายย่อยประเภทบุคคลธรรมดาคนหนึ่งได้ยื่นรายงานการเข้าซื้อหุ้นของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมและมีการยกระดับเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. แล้วนั้น ในปัจจุบันรายงานฉบับดังกล่าวได้ถูกทำเครื่องหมายระบุว่าเป็น “ฉบับปรับปรุงขั้นต้น” (Preliminary Version) ซึ่งแสดงว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูล
โดยทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการยื่นรายงานข้อมูลดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ซึ่งหากกระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทจะแจ้งข้อมูลอัพเดตให้ทราบในลำดับต่อไป
พร้อมกันนี้ ทางบริษัทขอเน้นย้ำว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงแข็งแกร่งและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นใน TRUE มาโดยตลอด
ด้านแหล่งข่าว 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ได้รับ Email ระบุกับผู้สื่อข่าวในทิศทางสอดคล้องกันว่า ตนไม่แน่ใจว่าเหตุใด IR ของ TRUE จึงเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ในเบื้องต้น เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ถือหุ้น คือฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบริษัท
อย่างไรก็ดีตนยังคงต้องเฝ้าติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งกรณีนี้ที่ทาง TRUE ระบุถึงความน่าจะเป็นว่าการรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าว น่าจะมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ตนก็เชื่อว่าน่าจะมีความกระจ่างเกิดขึ้นในเร็ววัน พร้อมกับยังยืนยันถึงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ TRUE โดยเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ได้ส่งผลกระทบเชิง “ฟันดาเมนทัล” ในชั้นนี้
https://www.kaohoon.com/news/843836
TRUE ร่อนหนังสือแจง “โบรก-กองทุน” ปมสตรีลึกลับรายงานซื้อหุ้น 7% อาจผิดพลาด
TRUE ร่อนหนังสือแจง “โบรก-กองทุน” ปมสตรีลึกลับรายงานซื้อหุ้น 7% อาจผิดพลาด
ด่วน! TRUE ร่อนจดหมาย IR ถึงโบรกฯ-กองทุน ชี้รายงาน 246-2 ของ "สุภาพร พิมพงษ์" ที่ระบุเข้าถือหุ้นรวม 7% มูลค่าพอร์ต 3 หมื่นล้านบาท "อาจผิดพลาด" ล่าสุด ก.ล.ต. แปะป้ายอยู่ระหว่างตรวจสอบ (Preliminary) ด้านแหล่งข่าวรับยังงงที่ IR ออกโรงแจงเอง แต่ย้ำไม่กระทบพื้นฐานหุ้น
จากกรณี วานนี้ (2 ก.ค. 69) นางสาวสุภาพร พิมพงษ์ รายงานแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ว่าได้เข้าทำรายการซื้อหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 จำนวนประมาณ 1,111 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.2174% ส่งผลให้ภายหลังทำรายการ นางสาวสุภาพร ถือครองหุ้น TRUE จำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,451 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.0992% ของจำนวนหุ้นที่ชำระแล้วทั้งหมด
ข้อเท็จจริงดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสความสนใจจากผู้ลงทุนและแวดวงตลาดทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่นางสาวสุภาพรเข้ามาลงทุนที่สูงถึงกว่า 3 หมื่นล้านบาท รวมถึงการสืบค้นเกี่ยวกับประวัติด้านการลงทุน การทำธุรกิจ การประกอบวิชาชีพ และประวัติความเป็นมาด้านครอบครัวของนางสาวสุภาพร เนื่องจาก TRUE เป็นหุ้นขนาดใหญ่มากและเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั่วไปมักไม่ค่อยพบเห็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลจะมีการถือครองหุ้นในสัดส่วนที่สูงขนาดนี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดพบเอกสารที่เชื่อได้ว่าถูกส่งผ่านระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ หรือ IR ของ TRUE ถึงบริษัทหลักทรัพย์ และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หลายแห่ง โดยมีเนื้อหาระบุเกี่ยวกับกรณีนางสาวสุภาพรว่า ทางบริษัทขอแจ้งให้ทราบถึงรายงานการยื่นแบบของ ก.ล.ต. ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายย่อยประเภทบุคคลธรรมดาคนหนึ่งได้ยื่นรายงานการเข้าซื้อหุ้นของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมและมีการยกระดับเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. แล้วนั้น ในปัจจุบันรายงานฉบับดังกล่าวได้ถูกทำเครื่องหมายระบุว่าเป็น “ฉบับปรับปรุงขั้นต้น” (Preliminary Version) ซึ่งแสดงว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูล
โดยทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าการยื่นรายงานข้อมูลดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ซึ่งหากกระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน ก.ล.ต. เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทจะแจ้งข้อมูลอัพเดตให้ทราบในลำดับต่อไป
พร้อมกันนี้ ทางบริษัทขอเน้นย้ำว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงแข็งแกร่งและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นใน TRUE มาโดยตลอด
ด้านแหล่งข่าว 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ได้รับ Email ระบุกับผู้สื่อข่าวในทิศทางสอดคล้องกันว่า ตนไม่แน่ใจว่าเหตุใด IR ของ TRUE จึงเป็นผู้ชี้แจงเรื่องนี้ในเบื้องต้น เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องระหว่างผู้ถือหุ้น คือฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับบริษัท
อย่างไรก็ดีตนยังคงต้องเฝ้าติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งกรณีนี้ที่ทาง TRUE ระบุถึงความน่าจะเป็นว่าการรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าว น่าจะมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาด ตนก็เชื่อว่าน่าจะมีความกระจ่างเกิดขึ้นในเร็ววัน พร้อมกับยังยืนยันถึงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ TRUE โดยเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ได้ส่งผลกระทบเชิง “ฟันดาเมนทัล” ในชั้นนี้
https://www.kaohoon.com/news/843836