ผ่าตัดริดสีดวง 2569 โรงพยาบาลรัฐ ผ่านมาเกือบครบเดือนค่ะ

เป็นริดสีดวงมานานประมาณ 6-7 ปีได้แล้วค่ะ ทนอยู่กันมา บรรเทาด้วยยากินและยาเหน็บ ดีขึ้นบ้าง
เคยมีเลือดออกตอนถ่ายทั้งที่ไม่เจ็บช่วงก่อนปีที่จะมีโควิดครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นไม่เจ็บนะ อยู่ๆ เลือดก็ไหลหลังถ่ายโดยไม่รู้ตัว
กินยารักษามาตลอด จนช่วงปี 2567 เริ่มมีอาการรุนแรงขึ้น มีหัวริดซี่ทั้งด้านนอกด้านใน ข้างนอกคือบวมเป่งมาก
แต่ยังสามารถนั่ง เดิน ทำอะไรได้ ใช้ชีวิตเกือบปกติ จนกระทั่งอาหารเป็นพิษรุนแรงช่วงปี 2568 มันส่งผลกับริดสีดวงด้วย
ทำให้อักเสบหนักและอักเสบง่ายมาก เลยไปพบหมอ หมอก็ถามว่าคิดยังไงปล่อยให้เป็นนานแล้วเพิ่งมาหา
ก็บอกหมอไปว่าวัยมันได้ ก็วัยได้จริงๆ อยู่ในช่วงวัยที่ไม่อายที่จะตรวจทั้งภายในภายนอกใดๆ แล้ว
ระยะโรคของเราน่าจะเข้าระยะ 4 มีภาวะลิ่มเลือดเฉียบพลันที่ติ่งริดซี่ ปวดมาก ปวดร้าวไปถึงกลางหลัง
ร้าวลงขาสองข้างทุกครั้งที่กำเริบหรือมีอะไรไปกระตุ้น

เจอหมอครั้งแรก กันยายน 2568 หมอให้ยากินยาเหน็บตำรับเดิมที่เคยปรึกษาเภสัชมากิน
บอกวิธีปฏิบัติตัวที่ก็รู้กันอยู่ แต่จะทำได้หรือไม่ก็แล้วแต่คนเลย อย่านั่งห้องน้ำนาน อย่าให้ท้องผูก กินน้ำเยอะๆ ท้องเสียก็ไม่ดี ฯลฯ
จากนั้นหมอก็นัดผ่าตัด ได้คิวเดือนมิถุนายน ปี 2569 ระยะเวลาที่ได้เปลือยก้นให้หมอเห็นไม่ถึง 2 นาที หมอก็คงไม่อยากเห็นหรอก ไม่ต้องอายเนอะ ยิ่งหลังโควิดไปโรงพยาบาลใส่หน้ากากอยู่แล้ว

ระหว่างรอผ่าตัดนั้นก็ลดน้ำหนักรอไปด้วย เป็นหนึ่งปีที่ไม่ได้กินอาหารรสแซบเลย พยายามระมัดระวังอาหารการกินมาก
ลดน้ำหนักไปได้ 8 กิโลจนถึงวันผ่าตัด จริงๆ ถ้าวินัยดีกว่านี้จะลดได้ถึง 10 โลด้วยซ้ำ
ระหว่างรอคิวผ่าตัด คุณหมอจะนัดไปสอบถามอาการทุกๆ สามเดือน ระหว่างนั้นก็นัดเจอหมอแผนกนรีเวชไปด้วย
เพื่อปรึกษาเรื่องประจำเดือนมามาก ปวดท้องเล็กน้อย และก็ตรวจเจอเนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูก
ก้อนนิดเดียว ไม่คุ้มจะผ่าตัด หมอบอกว่าพอวัยทองประจำเดือนหมดก็จะค่อยๆ ฝ่อไปเอง
และให้ฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิดเพื่อไม่ให้มีประจำเดือน และไอ้ฮอร์โมนนั่น หลังฉีดเข็มแรก เดือนแรกไม่มีประจำเดือนเลยจริงๆ
แต่อยู่ๆ เดือนที่สองประจำเดือนมาแบบล้นหลามติดกัน 15 วันทำเอาผลเลือดตอนไปตรวจเตรียมผ่าตัดออกมาว่าซีด
วันที่ไปผ่าตัดจริงๆ เลยต้องตรวจเลือดซ้ำ ก็ยังซีดเหมือนเดิม หมอให้เลือด 1 ยูนิตก่อนผ่า

อ้อ ไปวันที่ 9 มิถุนายน ตั้งแต่เช้าเพื่อตรวจเลือด หอบกระเป๋าเสื้อผ้าของใช้จำเป็นไปเลย
เราไปคนเดียว กว่าจะติดต่อแผนกห้องพักผู้ป่วย แผนรับเข้าเป็นผู้ป่วยใน ใดๆ แล้วก็ได้ขึ้นวอร์ดศัลยกรรมตอนเที่ยงกว่าๆ เกือบบ่ายโมง
ขึ้นไปปุ๊บถามพยาบาลว่า คนไข้ลงไปเดินซื้อของข้างล่างได้ไหม คำตอบคือไม่ได้ ตอนนั้นที่ข้อมือมี tag แล้ว
แต่ขอว่าลงไปซื้อของกินหน่อยนะ พยาบาลอนุญาต รีบวิ่งลงไปช้อปปิ้ง 20 นาที ลูกชิ้น ซาลาเปา น้ำแร่ นม หอบขึ้นมาเพราะกลัวอด
ลืมบอกอีกอย่างว่านอนห้องรวม แต่โชคดีที่ได้นอนเตียงริมสุดติดระเบียงวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกเตียงมีพัดลมให้ เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง แต่เตียงเราเย็นสบายดี

วันแรกกินข้าวได้ถึงเที่ยงคืนค่อยงดน้ำงดอาหาร ช่วงค่ำๆ พยาบาลมาเจาะเลือด ให้เลือดตามที่หมอสั่ง ตามด้วยน้ำเกลือ
ก่อนจะให้สวนล้างก้นเพื่อกำจัดอุจาระตกค้างให้หมด ทีแรกพยาบาลจะทำให้ที่เตียง แต่ต้องใส่แพมเพิร์ส ไม่อายนะ แต่เกรงใจ
เลยขอไปทำเองในห้องน้ำ มือไม่ค่อยมีแรง บีบตัวบีบรอบเดียวไม่ไหว แต่ก็สำเร็จอยู่นะ เพราะก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงขับถ่ายเองไปแล้วด้วย
พวกซากอารยธรรมตกค้างเลยไม่เยอะ
คืนแรกนอนหลับสบายดี มีเจ้าหน้าที่คอยเรียกวัดไข้ เช็กค่าต่างๆ ตามรอบเวลา จนตีห้ามีคนปลุกไปอาบน้ำ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
และเปลี่ยนเป็นชุดของห้องผ่าตัด ตอนนี้กินอะไรไม่ได้แล้ว รออย่างเดียว พยาบาลแจ้งผลเลือดที่เจาะไปหลังให้เลือดว่า ค่าเลือดขึ้นมาอยู่ในระดับที่ผ่าตัดได้แล้ว
อ้อ ตอนแรกจะเจาะแบบปลายนิ้ว แต่ไม่ชอบเลย รู้สึกว่าในระบบการเจาะเลือดที่พบเจอครั้งนี้ ทั้งเจาะข้อพับแขน เจาะหลังมือเพื่อต่อสายน้ำเกลือ
กลายเป็นกลัวการเจาะปลายนิ้วที่สุด เลยขอให้เจาะที่ข้อพับแขนแทนถ้าทำได้ พยาบาลก็ยอมทำให้

สิบเอ็ดโมงกว่าเจ้าหน้าที่มาพาไปห้องผ่าตัด อาคารเดียวกันแค่คนละชั้น นอนรอบนเปลพักใหญ่ จนเที่ยงนิดๆ เข็นเข้าห้องผ่าตัดจริงๆ
วิสัญญีแพทย์มาคุยเรื่องบล็อกหลัง ทำบนเปลเลย นอนตะแคงคู้ขา เข่าชิดอก โค้งหลัง ตอนแทงเข็มเดินยา ที่เขาว่าเจ็บไม่เจ็บเท่าที่คิด
ยังไงตอนเจาะเลือดปลายนิ้วก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ชอบสุดเหมือนเดิม พอฉีดยาเข้าไขสันหลังเรียบร้อยก็ทิ้งตัวลงเตียงผ่าตัด
มีเจ้าหน้าที่ช่วยน่าจะหลายคน จัดให้อยู่ท่านอนคว่ำเหมือนเขียดย่าง 5555 เริ่มขาหนักๆ วิสัญญีก็เอาอะไรเย็นๆ มาลูบที่ก้น เอว ว่าตรงไหนควรรู้สึก ตรงไหนไม่ควรรู้สึก
ได้เวลาก็เริ่มผ่า ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยมีใครพูดอะไรกัน สักครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเรียบร้อยนะคะ
จับพลิกนอนหงายบนเปล เข็นไปรอดูอาการประมาณ 1 ชั่วโมงตรงจุดพักดูอาการในแผนกผ่าตัด รอเจ้าหน้าที่มาพากลับวอร์ดศัลยกรรมหญิง
กลับถึงวอร์ด เป็นช่วงเวลานอนราบนิ่งๆ ซึ่งตอนแรกก็พอไหว พอนานๆ ไปชักไม่ไหว ชั่วโมงสุดท้ายที่ต้องนอนราบคือมองเวลาทุกนาที
พยายามเปิดมือถือดูนั่นฟังนี่ให้เวลาผ่านไป สิบนาทีสุดท้ายคือช่วงเวลานรก จนครบเวลาเป๊ะ ขยับลุกนั่งเอง
แต่พยาบาลยกที่กั้นเตียงไว้ทั้งสองด้าน แล้วไม่มีแรงเอาลงตอนแรก แทบร้องไห้ รู้สึกตัวเองฟึดฟัดเหมือนผีเข้า เตียงนอนวิวแม่น้ำก็ดันไกลเคาเตอร์พยาบาล พยายามมองหาสบตาใครสักคนก็ไม่มีใครมอง
พอกดที่กั้นเตียงลงได้ ลงเดินไปห้องน้ำไม่สนใจใคร แต่ปัญหาคือฉี่ไม่ออกนี่แหละ เดินเหมือนผีดิบมาก เลยกลับมาตั้งหลักที่เตียง
กินข้าวก่อน เป็นโจ๊กไก่ปริมาณพอสมควรและไข่ต้ม กินเกลี้ยง เติมแลคตาซอยอีกกล่อง ซื้อเผื่อไว้ได้กินพอดี
คืนนั้นเดินไประหว่างเตียงกับห้องน้ำประมาณ 10 รอบ จนฉี่ได้ตอนเที่ยงคืนกว่า ตอนเดินออกจากห้องน้ำผ่าน 16 เตียงอื่นๆ
รู้สึกเฉิดฉายมาก เดินสับเหมือนเป็นนางแบบฟินาเล่ มันโล่งโปร่งสบายท้องจริงๆ
แวะขอยาแก้ปวดที่เคาน์เตอร์พยาบาล ได้ทรามาดอลมา 1 เม็ด กินแล้วก็หลับไป
ตื่นเช้ามา รีบอาบน้ำแต่งตัว เพราะพยาบาลแจ้งตั้งแต่เมื่อคืนว่าหมอให้กลับได้เลยวันนี้
แต่คงแต่งตัวเร็วไปหน่อย นั่งๆ รอๆ กินข้าวมื้อแรกที่ รพ.เสร็จแล้วสักเก้าโมงหมอก็มา ถามว่าคนไข้เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเหรอเนี่ย แล้วก็หัวเราะ
ก็บอกหมอว่าแผลโอเคนะคะ ผ้าก๊อซที่อุดแปะไว้หลุดไปตอนเช้ามืด ฉี่ได้แต่ยังไม่ถ่ายหนัก หมอก็บอกว่าจะให้ยาอะไรไปบ้าง
มีพาราสำหรับเวลาปวดทั่วไป ทรามาดอลสำหรับปวดมาก ยาน้ำหวานๆ ที่ทำให้อุจจาระนิ่ม และเบตาดีนสำหรับผสมน้ำอุ่นแช่ทำความสะอาดแผล
หมอบอกว่าตัดติ่งริดซี่ไปให้สองติ่งใหญ่และอีกนิด มันเยอะมากหลายหัว ตัดหมดทีเดียวไม่ได้
หมอตัดเฉพาะที่เห็นว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ ก็ตัดถูกติ่งแหละ เพราะดีขึ้นมากจริงๆ ถ้าตัดหมดทั้งนอกในที่มี จะมีปัญหารูทวารตีบตันได้

เจ้าหน้าที่พยาบาลคิดว่าจะรอญาติมารับ พอบอกว่ากลับเองค่ะก็ตกใจกันใหญ่ จะให้หาใครมารับให้ได้ บอกไปว่าไม่มีค่ะ
ก็ถามว่าแล้วจะให้ใครไปรับยา บอกว่าไปเองได้ ก็ลงไปยื่นใบสั่งยา เดินเล่นตลาดนัดใน รพ.หนึ่งรอบเก๋ๆ ซื้อข้าวปลาอาหาร
แล้วขึ้นมาทำเรื่องกลับบ้าน พวกป้าๆ ยายๆ เตียงอื่นกวักมือเรียก ถามหนูมาผ่าตัดอะไร ทำไมกลับเร็วจัง
ทุกคนเหมือนอยู่กันจนเป็นคอมมูนแล้ว แต่ละคนน่าจะหลายโรคหลายอาการ ขอให้ดีขึ้นกันไวๆ นะ

เรียบร้อยทุกสิ่งแล้วลงจากตึก เรียกแท็กซี่กลับบ้าน

11 มิถุนา วันแรกหลังผ่าตัดที่บ้าน เกิดปัญหาที่ฉี่ไม่ออกอีกเลยหลังจากฉี่ได้ที่ รพ.แล้วเดินฟินาเล่เมื่อคืน
พอนั่งลงบนชักโครกปุ๊บเหมือนระบบมันตัด แก้ปัญหาอย่างอเนจอนาถด้วยการยืนฉี่ พอไหว 555 วันนี้ถ่ายหนักได้ก้อนเดียว มีเลือดออกด้วย
แต่เป็นก้อนเดียวที่รู้สึกโล่งโปร่งสบายมากเช่นกัน หลังจากผายลมทั้งวันไม่ถ่ายสักที หลังจากนั้นก็ถ่ายทุกวันแต่วันละนิดละหน่อยแบบไม่สุดทาง
จนมาวันที่ 14 มิถุนา ถ่ายหนักแบบจริงจังครั้งแรก อ้อ จะบอกว่าวันนั้นต้องยืนถ่ายเหนือชักโครกจ้า เพราะทุกวันเหมือนจะถ่ายได้แต่พอเอาจริงไม่ออก
พอนั่งลงปุ๊บไม่ยอมถ่าย ท่าขับถ่ายคือ ยืนแล้วโค้งตัวเอามือวางบนขอบโอ่งน้ำที่สูงประมาณครึ่งตัวเรา คล้ายๆ แพลงค์ เลือดออกเยอะหน่อยวันนี้ เจ็บแผลก็เจ็บแหละ แต่ไม่มากถึงขั้นทนไม่ได้
15 มิถุนายน ประจำเดือนมาจริงจังอีกรอบ จริงๆ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ผ่าตัดแล้ว ทีนี้เลยแย่หน่อยตรงที่ปวดท้องเมน ปวดแผลที่ก้น ปนกันไปหมด
แยกไม่ได้ว่าเลือดอันไหนคือซึมจากแผล อันไหนประจำเดือน  ระยะนี้ลุกนั่งลำบากเล็กน้อย ต้องมีสติในการหย่อนก้นลงไปให้ไม่กระทบแผล
ถ้าหามุมได้แล้วก็โอเค แต่หลายครั้งที่เผลอไม่มีสติ ก็เจ็บปวดไป
17 มิถุนา ไหมที่เย็บแผลไว้มันยืดยาวออกมาเกือบคืบ เลยใช้กรรไกรตัดทิ้งไปส่วนนั้นแหละ หมอบอกไว้ตั้งแต่วันที่จะออกจาก รพ.ว่า มันจะหลุดไปเองไม่ต้องสนใจ แต่มันไม่หลุดเลยตัดออกบางส่วน ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์พอดี วันนี้ออกนอกบ้านไปเป็นเพื่อนรุ่นพี่หาหมอที่ศิริราช
เอาเบาะโดนัทรองนั่งไปด้วย ได้ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง วัดการเดินจากแอปได้แค่ 4000 กว่าก้าว ไม่เยอะเลย ถือว่าวัดความถึกทนของตัวเองไปในตัว

18 ช่วงนี้เจ็บแผลแบบตึงๆ ชาๆ เหมือนกล้ามเนื้อตรงนั้นที่หมอตัดและเย็บไว้มันขยายตามการขับถ่ายแล้วก็หดกลับ เนื้อกำลังประสานกันแล้วก็โดนขยายออกเวลาปวดเบ่ง  เกือบจะดีแต่มีเวรกรรมตรงที่มีอาการไอและจาม และทุกครั้งที่ไอและจามคือสะเทือนไปที่แผล

23 มิถุนา หมอนัดไปเช็กว่าหลังผ่ามาสองสัปดาห์มีอะไรผิดปกติไหม ไม่ได้ยาอะไรมากินเลย เพราะรวมแล้วปกติดี ยาแก้ปวดเดิมยังเหลือ วันนี้มีนัดนรีเวชเรื่องฉีดยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาเนื้องอกในกล้ามเนื้อมดลูกด้วย ปรึกษาว่าเข็มแรกที่ลองทำให้ประจำเดือนมาล้นหลามมากนะ จดบันทึกไปให้อย่างละเอียด บอกว่ามีภาวะซีด หมอยังยืนยันให้ฉีดเข็มสอง บอกว่าเป็นผลกระทบที่เกิดได้ในสองสามเข็มแรก ให้ยาบำรุงเลือดมาเพิ่ม แล้วรอดูผลอีกรอบว่าจะเป็นอย่างไร

ตั้งแต่ 23 จนถึงสิ้นเดือน ถือว่าดีขึ้นตามลำดับ จนมาท้องผูกไม่ถ่ายติดกันสามวัน และถ่ายเอาวันที่ 1 กรกฏาคม ลำบากนิดหน่อย แต่เลือดแทบไม่ออกเลย มีซึมๆ นิดเดียว ร่างกายรู้สึกว่าไม่เจ็บ แต่แสดงออกด้วยการไข้ขึ้นตอนค่ำ กินพาราไปสองเม็ด หลับพักผ่อน ตื่นมาก็ดีแล้ว
คิดว่าต้องเคร่งครัดเรื่องอาหารให้มากหน่อย
อยากกินส้มตำปู และก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวเจียงฮาย ให้ได้หลังจากไม่ได้กินมาหนึ่งปีเต็ม

ที่จริงกระทู้เล่าประสบการณ์ผ่าตัดริดซี่ในนี้ก็มีหลายอยู่ ก่อนผ่าก็เข้ามาศึกษาอยู่บ้าง เลยอยากแบ่งปันอีกสักเคส ใครเป็นอยู่ก็รีบปรึกษาหมอนะคะ
โรงพยาบาลที่รักษาเป็นโรงพยาบาลรัฐระดับจังหวัด ตอนนี้พัฒนาระบบไปมาก  ที่ตัดสินใจไปเพราะทางโรงพยาบาลมีระบบนัดหมายออนไลน์ ดีกว่าไปยื่นบัตรแบบไม่มีเป้าหมาย เรานัดครั้งแรกไปมีใบนัดมาทางไลน์ของหมอพร้อมที่ดีลกับ รพ.ไว้ เวลารอคิวหรือทำอะไรต่างๆ จะแจ้งทางไลน์ตลอด ก็ยังรอนานตามจำนวนผู้ใช้บริการ แต่ไม่ต้องไปนั่งหรือยืนเบียดกันหน้าแผนกหรือห้องตรวจ ไปนั่งจิบกาแฟ รอตรงอื่นที่คนน้อยๆ ได้ คอยเช็กคิวเอา ใกล้แล้วก็เดินไปรอเรียกเข้าห้องตรวจ
****สรุปค่าใช้จ่ายเฉพาะที่จ่ายให้โรงพยาบาล เป็นค่าหัตถการพิเศษ เพราะเลือกผ่าแบบใช้เครื่องมือ Ligasure 5500 บาท มีเย็บแผลบางส่วน ส่วนค่านอน รพ.และอื่นใดไม่เสีย ใช้บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอนขึ้นวอร์ดพยาบาลถามว่านอนห้องพิเศษรวมไหม คืนละ 1500 แต่ต้องมีญาติหรือคนเฝ้าผู้หญิง ซึ่งหายากกว่าเงินอีก ก็เลยบอกว่าไม่ค่ะ นอนห้องรวม
ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกินมา คิดว่าน่าจะเพราะผลกระทบจาก สปสช. ทางโรงพยาบาลแบกรับภาระไม่ไหว เราเองถือว่ามีไม่มาก แต่ยอมจ่ายเพราะก็คิดว่ามันไม่ได้มากเกินไป ปกติถ้าช่วงไหนรายได้เข้าเยอะก็จะสแกนทำบุญกับทาง รพ.อยู่บ้าง ปีก่อนมีรุ่นพี่ผ่าตัดมดลูกแบบส่องกล้อง นางบอกฟรีหมดเลย แต่คิดว่าปีนี้น่าจะคิดเงินแล้วในส่วนต่างพวกนี้ ซึ่งก็เข้าใจได้
เคสเราถ้าผ่าแบบปกติ คือผ่าแบบแผลเปิดไม่เย็บแผล ก็จะไม่เสียสักบาท แต่คิดแล้วสยองเกินไป มโนภาพไปไกลมาก จ่ายเงินเถอะ พยายามคิดถึงแพคเกจโรงพยาบาลเอกชนที่เหยียบแสน แล้วจะสบายใจขึ้นมาก
 

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่