[รีวิว] Justice League Dark: Apokolips War (2020) – จุดจบของจักรวาล DC ที่โคตรหดหู่แต่ก็โคตรมันส์! (มีสปอยล์เบาๆ)



สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกคน วันนี้ผมจะมารีวิวหนังอนิเมชัน DC ที่ผมบอกได้เลยว่า “สุด” จริงๆ ครับกับ **Justice League Dark: Apokolips War (2020)** หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อและเป็นบทสรุปของจักรวาลอนิเมชัน DC (DC Animated Movie Universe หรือ DCAMU) ที่ดำเนินเรื่องมาตั้งแต่ Flashpoint Paradox เลยครับ ใครที่ตามมาตั้งแต่แรกจะอินกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษแน่นอน

ก่อนอื่นเลย ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นแฟน DC ตัวยงครับ แล้วก็ติดตามหนังอนิเมชันของ DC มาตลอด ซึ่งผมต้องบอกเลยว่า DC ทำหนังอนิเมชันได้ดีกว่าหนังคนแสดงหลายเท่าตัวนักครับ และเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ชัดเจนเลย

**Justice League Dark: Apokolips War** ได้คะแนนจาก TMDB ไปถึง 8.2/10 ซึ่งผมเห็นด้วยกับคะแนนนี้มากๆ ครับ เพราะหนังเรื่องนี้มันบ้าบิ่น กล้าหาญ และหดหู่ในเวลาเดียวกัน จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือหนังการ์ตูนสำหรับเด็ก (ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่สำหรับเด็กแล้วล่ะครับ)

เนื้อเรื่องเริ่มต้นมาแบบหักมุมสุดๆ ครับ หลังจากที่ Justice League พยายามจะบุกดาว Apokolips เพื่อจัดการ Darkseid แต่แผนกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าครับ Darkseid จัดการ Justice League ซะเละตุ้มเป๊ะ โลกก็ถูกยึดครอง ผู้คนล้มตายไปเกือบหมด จักรวาล DC ที่เรารู้จักมันพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาครับ

ภาพที่เห็นในตอนต้นเรื่องมันคือความสิ้นหวังโดยแท้จริงครับ ฮีโร่หลายคนตายแบบคาตา บางคนก็ถูกจับไปดัดแปลงเป็นทาสรับใช้ Darkseid ไอ้ตัวร้ายอย่าง Darkseid ก็โหดเหี้ยมสมกับเป็นทรราชย์แห่งจักรวาลจริงๆ ครับ คือมันไม่ใช่แค่ฆ่า แต่ยังทรมานและทำลายจิตใจฮีโร่ทุกคนอย่างเลือดเย็น ฉากเปิดเรื่องนี่มันทำให้ผมอึ้งไปเลยครับ ไม่คิดว่า DC จะกล้าเล่นแบบนี้

หลังจากความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ เหล่าฮีโร่ที่เหลือรอดไม่ว่าจะเป็น Justice League ที่เหลืออยู่ไม่กี่คน, Teen Titans ที่แตกสลาย, Suicide Squad ที่ต้องทำภารกิจสุดอันตราย และฮีโร่คนอื่นๆ ที่กระจัดกระจายกันไป ก็ต้องรวมตัวกันอีกครั้งครับ เพื่อหาทางแก้แค้นและกอบกู้โลกจากเงื้อมมือของ Darkseid ครับ

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในเรื่องนี้คือการที่หนังมันกล้าที่จะ "ฆ่า" ตัวละครครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวหลักตัวรองก็ตายกันเป็นเบือครับ และการตายของแต่ละตัวละครก็ไม่ได้ตายแบบง่ายๆ หรือไร้ความหมายนะครับ บางตัวละครก็ตายไปแบบฮดหู่ใจ บางตัวก็ตายไปแบบสมศักดิ์ศรีฮีโร่ มันทำให้เรารู้สึกว่าสถานการณ์มันวิกฤตจริงๆ และไม่มีอะไรแน่นอนครับ

หนังเรื่องนี้มันแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง ความเจ็บปวด และการเสียสละของเหล่าฮีโร่ได้อย่างถึงแก่นครับ เราจะได้เห็นว่าแม้แต่ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังต้องเจอกับความทุกข์ทรมานและความพ่ายแพ้ได้ มันทำให้ตัวละครมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นครับ แม้จะเป็นหนังอนิเมชันก็ตาม

การรวมทีมของฮีโร่จากหลายๆ กลุ่มก็เป็นจุดเด่นอีกอย่างครับ เราจะได้เห็นการทำงานร่วมกันที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น Constantine ที่เป็นตัวเดินเรื่องหลักในหลายๆ ช่วง ก็ต้องมาทำงานร่วมกับ Superman, Raven, หรือแม้แต่ Harley Quinn ครับ การรวมตัวกันแบบนี้มันทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้น และได้เห็นปฏิสัมพันธ์ของตัวละครที่หลากหลาย

ฉากแอคชั่นในเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่า "โคตรมันส์" ครับ! การต่อสู้ดุดัน รุนแรง และเลือดสาดครับ (แม้จะเป็นเลือดสีเขียวๆ ก็เถอะ) ทุกการเคลื่อนไหวดูมีน้ำหนักและเต็มไปด้วยพลัง การออกแบบฉากต่อสู้ทำได้ดีเยี่ยมครับ ทำให้เราลุ้นตามตลอดเวลาว่าใครจะรอด ใครจะตาย

งานภาพและเสียงก็อยู่ในระดับมาตรฐานของ DCAMU ครับ ลายเส้นสวยงาม รายละเอียดดี การเคลื่อนไหวลื่นไหล เสียงพากย์ก็ทำได้ดีเยี่ยมครับ โดยเฉพาะเสียงของ Constantine ที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ **Justice League Dark: Apokolips War** เหนือกว่าอนิเมชัน DC เรื่องอื่นๆ คือความกล้าที่จะพาเรื่องราวไปสู่จุดที่มืดหม่นและสิ้นหวังที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ มันไม่ใช่แค่การชนะหรือแพ้ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด และการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดเพื่อความอยู่รอดของจักรวาล

สำหรับผม หนังเรื่องนี้มันคือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบสำหรับ DCAMU ครับ มันกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ และนำเสนอเรื่องราวที่คาดไม่ถึงได้อย่างน่าประทับใจ มันอาจจะทำให้แฟนๆ หลายคนรู้สึกหดหู่ แต่ในความหดหู่นั้นมันก็แฝงไปด้วยความหวังและการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ครับ

**สรุปจุ๊บๆ* **Justice League Dark: Apokolips War** คือหนังอนิเมชัน DC ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ ถ้าคุณเป็นแฟน DC หรือชอบหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ไม่ใช่แค่ฮีโร่ชนะตัวร้ายแบบง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงจัง ความสิ้นหวัง และการเสียสละ คุณจะต้องชอบเรื่องนี้แน่นอนครับ

**คะแนนที่ผมให้จุ๊บๆ* 9/10 ครับ หักไปนิดหน่อยตรงที่บางฉากมันรุนแรงและหดหู่จนแอบปวดใจไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วคือดีเยี่ยมจริงๆ ครับ

ใครที่ดูแล้วมาคุยกันได้นะครับว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง ผมว่าเรื่องนี้มีประเด็นให้ถกเถียงกันเยอะเลยครับ

ขอบคุณครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่