ฝรั่งเศสร้อนจนวิกฤต เสียชีวิตเกิน 1,000 ราย ด้านญี่ปุ่นตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตจากลมแดดให้ต่ำกว่า 1,000 ราย/ปี



เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของฝรั่งเศสเปิดเผยในวันนี้ (28 มิ.ย.) 
ว่า คลื่นความร้อนที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตกตลอดหลายวันที่ผ่านมา 
นับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ทำให้ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1,000 ราย 
โดยตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจมีการปรับปรุงในภายหลัง

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า พื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเตือนภัยระดับสีแดงจากสภาพอากาศร้อนจัดได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ขณะที่ 85% ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดต่อสภาพอากาศร้อนจัด

ข้อมูลยังชี้ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเอง
โดยเฉพาะในแคว้น อีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France) ซึ่งครอบคลุมกรุงปารีสและพื้นที่ชานเมือง

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมปรับปรุงแผนปฏิบัติการรับมือโรคลมแดด (Heatstroke)
โดยตั้งเป้าหมายใหม่ในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดให้เหลือต่ำกว่า 1,000 รายต่อปี 
หลังประเทศเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นประวัติการณ์ 
จนทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 
จากสถิติในช่วง 5 ปีจนถึงปี 2024 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดเฉลี่ยมากกว่า 1,500 รายต่อปี

แผนปัจจุบัน ซึ่งมีกำหนดปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2026 จะอาศัยข้อเสนอจากสภาสิ่งแวดล้อมกลาง
ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม

ก่อนหน้านี้ แผนดังกล่าวตั้งเป้าหมายระยะกลางในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดดลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030
โดยอ้างอิงจากสถิติเฉลี่ยราว 1,300 รายต่อปี ในช่วง 5 ปีจนถึงปี 2022 แต่จากแนวโน้มที่จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และพุ่งแตะ 2,160 รายในปี 2024 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมา รัฐบาลจึงตัดสินใจปรับเป้าหมายใหม่
โดยให้ความสำคัญกับการลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่า 1,000 รายต่อปีโดยเร็ว แทนการมุ่งเน้นเป้าหมายระยะยาวเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาบรรจุเป้าหมายเพิ่มเติมในแผนฉบับใหม่ คือ ให้เทศบาลทุกแห่งทั่วประเทศ (100%)
กำหนดอาคารสาธารณะและเอกชนที่มีระบบปรับอากาศเป็น "ศูนย์หลบคลื่นความร้อน"
ภายในปี 2030 เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปพักพิงในช่วงที่อากาศร้อนจัดและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ
โดยปัจจุบันเทศบาลประมาณ 70% ของทั้งประเทศ ได้จัดตั้งศูนย์หลบคลื่นความร้อนแล้ว รวมกว่า 23,000 แห่ง

ที่มาข้อมูล : AFP, The Japan Times
ที่มารูปภาพ : Reuters

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่