ไขปริศนาทำไมยุโรปลังเลติดแอร์ ทั้งที่เผชิญคลื่นความร้อนทุบสถิติ เปิด 4 เหตุผลเบื้องหลัง

UPDATE: ไขปริศนาทำไมยุโรปลังเลติดแอร์ ทั้งที่เผชิญคลื่นความร้อนทุบสถิติ เปิด 4 เหตุผลเบื้องหลัง ตั้งแต่บ้านเก่า, ค่าไฟแพง ถึงอุดมการณ์สิ่งแวดล้อม

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนที่รุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนผู้คนหลายล้านต้องดิ้นรนปรับตัวกับอุณหภูมิที่ทำลายสถิติ ทว่าสิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใดทวีปที่ร่ำรวยแห่งนี้จึงยังลังเลที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทั้งที่อากาศร้อนถึงขั้นคร่าชีวิตผู้คนมากขึ้นทุกปี

ตัวเลขสะท้อนความแตกต่างชัดเจน จากรายงานของ CNN ระบุว่า บ้านในสหรัฐฯ เกือบ 90% มีเครื่องปรับอากาศ แต่ในยุโรปกลับมีเพียงราว 20% เท่านั้น ขณะที่ฝรั่งเศสซึ่งเพิ่งเผชิญวันที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยอุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียส มีครัวเรือนที่ติดแอร์เพียง 25%

คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากเหตุผลเดียว แต่เป็นการผสมผสานของปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ, เศรษฐกิจ, สถาปัตยกรรม และอุดมการณ์ทางการเมือง ที่หล่อหลอมทัศนคติของชาวยุโรปต่อเครื่องปรับอากาศมายาวนาน

🟠 ความเคยชินที่ไม่เคยต้องการความเย็น

เหตุผลแรกคือยุโรป โดยเฉพาะประเทศทางตอนเหนือ แทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศมาก่อน เพราะในอดีตคลื่นความร้อนเกิดขึ้นไม่บ่อยและไม่รุนแรงยาวนานเท่าปัจจุบัน

ไบรอัน มาเธอร์เวย์ หัวหน้าสำนักงานด้านประสิทธิภาพพลังงานของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ยุโรปไม่มีวัฒนธรรมการใช้เครื่องปรับอากาศ เพราะจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ มันยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น ทำให้คนยุโรปไม่คุ้นเคยกับการคิดเรื่องการทำความเย็นในฤดูร้อน

เหตุผลที่ 2 ที่ตามมาคือเรื่องค่าใช้จ่าย เครื่องปรับอากาศถูกมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยมากกว่าสิ่งจำเป็น เพราะทั้งค่าติดตั้งและค่าไฟในการใช้งานนั้นสูง โดยค่าพลังงานในหลายประเทศยุโรปแพงกว่าสหรัฐฯ

ขณะที่รายได้ของผู้คนกลับต่ำกว่า ทำให้ต้นทุนการเปิดแอร์ยังเกินเอื้อมสำหรับชาวยุโรปจำนวนมาก

🟠 บ้านเก่าและกฎอนุรักษ์ที่เป็นอุปสรรค

เหตุผลที่ 3 คือสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนในยุโรปส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ สร้างขึ้นก่อนที่เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศจะแพร่หลาย โดยในอังกฤษที่เพิ่งผ่านเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีบ้านถึง 1 ใน 6 หลังที่สร้างขึ้นก่อนปี 1900

แม้บ้านในประเทศแถบยุโรปตอนใต้ที่อากาศร้อนจะออกแบบมาเพื่อรับมือความร้อน ด้วยผนังหนา หน้าต่างบานเล็กที่กันแสงแดด และการระบายอากาศที่ดี แต่บ้านในภูมิภาคอื่นกลับไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือความร้อน ทำให้การติดตั้งระบบทำความเย็นในบ้านเก่าเป็นเรื่องยุ่งยากกว่า

นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือกฎระเบียบ โดย ริชาร์ด แซลมอน ผู้อำนวยการบริษัทติดตั้งเครื่องปรับอากาศในอังกฤษ เปิดเผยกับ CNN ว่า หน่วยงานในอังกฤษมักปฏิเสธคำขอติดตั้งแอร์ ด้วยเหตุผลเรื่องความสวยงามของตัวเครื่องที่อยู่ภายนอกอาคาร โดยเฉพาะในเขตอนุรักษ์หรืออาคารที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดก

🟠 เมื่ออุดมการณ์สิ่งแวดล้อมปะทะความจำเป็น

เหตุผลที่ 4 ซึ่งเป็นแกนสำคัญคืออุดมการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ตามรายงานของ BBC ระบุว่า กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสมองว่าเครื่องปรับอากาศเป็นทางออกที่แย่ที่สุดต่อปัญหาโลกร้อน เพราะเป็นเพียงการบรรเทาผลกระทบที่ปลายเหตุ แทนที่จะแก้ที่ต้นตอของปัญหา และยังทำให้คนละเลยการต่อสู้กับสาเหตุที่แท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องปรับอากาศยังถูกวิจารณ์ว่าซ้ำเติมภาวะโลกร้อน เพราะกินไฟฟ้าซึ่งในหลายประเทศยังมาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล อีกทั้งสารทำความเย็นที่ใช้ยังเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มักรั่วไหล

นอกจากนี้ การระบายความร้อนออกสู่ภายนอกยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง โดยผลการศึกษาในกรุงปารีสพบว่าการใช้แอร์อาจดันอุณหภูมิภายนอกให้สูงขึ้นราว 2-4 องศาเซลเซียส

แนวคิดต่อต้านนี้ยังแทรกซึมเข้าไปในนโยบายรัฐ โดยกฎเกณฑ์การก่อสร้างและปรับปรุงอาคารใหม่ของฝรั่งเศสมุ่งเน้นเรื่องฉนวนกันความร้อน พื้นที่สีเขียว และเทคโนโลยีหมุนเวียนอากาศ เพื่อให้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ

ขณะที่ยุโรปยังตั้งเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของแอร์จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุได้ยากขึ้น

🟠 จุดเปลี่ยนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ทัศนคติเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป เมื่อยุโรปกลายเป็นจุดร้อนของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้วยอัตราการอุ่นขึ้นเร็วเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยโลก

จนแม้แต่ฝ่ายที่เคยต่อต้านก็เริ่มยอมรับ โดย มารี ตองเดอลีเย หัวหน้าพรรคกรีนของฝรั่งเศส ยอมรับกับ BBC ว่า โรงเรียนและโรงพยาบาลจำเป็นต้องมีเครื่องปรับอากาศ พร้อมระบุว่ามีหลายสถานที่ที่ขาดมันไม่ได้อีกต่อไป

ด้านการเมืองฝ่ายขวาอย่างพรรค National Rally ของ มารีน เลอเปน ก็เรียกร้องให้รัฐจัดทำแผนติดตั้งแอร์ทั่วประเทศในโรงเรียนและโรงพยาบาล รวมถึงการปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยมูลค่า 20,000 ล้านยูโร (ประมาณ 7.57 แสนล้านบาท) เพื่อให้ครัวเรือน 30-40 ล้านหลังติดตั้งเครื่องทำความเย็นได้

ความต้องการที่พุ่งสูงสะท้อนผ่านคำบอกเล่าของแซลมอน ที่ระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยอดสอบถามติดตั้งแอร์ในที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า ขณะที่รายงานของ IEA คาดว่าจำนวนเครื่องปรับอากาศในสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นเป็น 275 ล้านเครื่องภายในปี 2050 หรือมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2019

แต่ผู้เชี่ยวชาญก็เตือนว่า แม้แอร์จะช่วยคลายร้อนได้ทันที แต่ก็กินพลังงานมหาศาลที่ส่วนใหญ่ยังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะยิ่งเร่งให้โลกร้อนขึ้นและกลายเป็นวงจรอันตราย

โดยความท้าทายที่แท้จริงคือการที่แต่ละประเทศต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเรื่องประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น เพราะเครื่องปรับอากาศทุกเครื่องที่ขายวันนี้ จะผูกมัดการใช้พลังงานไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร เท่ากับ 37.87 บาท ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2569

ภาพ: Eduardo Parra/Europa Press via Getty Images

อ้างอิง:
https://www.bbc.com/news/articles/c4gyqldl3p5o
https://edition.cnn.com/climate/europe-heat-air-conditioning

CR : TheStandardWealth
⬇️🔗
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่