หรือจะอวสานไอติมราชาหิมะ? ถอดรหัส MIXUE ปิดตัว 400 กว่าสาขา

เคยสงสัยไหม ไอติมโคนละ 15 บาท ชามะนาวแก้วละ 20 บาท ที่เคยคนต่อคิวยาวจนล้นหน้าร้าน วันนี้ทำไมกระแสถึงดูเงียบๆ ไม่คึกคักเหมือนที่เคย และเรื่องนี้คุณไม่คิดไปเอง เพราะล่าสุดมีรายงานว่า MIXUE (มีเสวี่ย) สั่งปิดสาขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้วกว่า 400 สาขา! จากแบรนด์ที่โตไวระดับปีศาจ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้โมเดล "ราคาถูก" ในยุคที่คนอยากได้ของ “ราคาประหยัด” เริ่มไปต่อไม่ได้?

แบรนด์ไอศกรีมและชาผลไม้ขวัญใจมหาชนอย่าง Mixue (มี่เสวี่ย) ที่เราเคยเห็นคนต่อคิวยาวเหยียดและขยายสาขาอย่างดุดันเหมือน "ดอกเห็ด" ตอนนี้กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างมาก จนหลายคนเริ่มรู้สึกว่ากระแสเริ่มซาลงอย่างรวดเร็ว
หากวิเคราะห์ลึกๆ แล้ว คำว่า "อวสาร" อาจจะยังดูรุนแรงไปนิดสำหรับภาพรวมทั่วโลก  แต่สำหรับในบางทำเลหรือพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ "มาเร็ว ไปเร็ว" นั้น มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้

1. สงครามราคาที่ลดกำไรตัวเอง (Low-Price Strategy)
🔺จุดเด่นที่สุดของ Mixue คือ "ความถูก" (ไอศกรีม 15 บาท ชามะนาว 20 บาท) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทลาย
🔺กำแพงการตัดสินใจซื้อได้ดีมากในช่วงแรก แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ:
🔺 Margin (กำไรต่อหน่วย) ต่ำมาก: ทำให้ร้านต้องพึ่งพา "ปริมาณการขาย (Volume)" ที่สูงมหาศาลตลอดเวลาเพื่อให้อยู่รอด
🔺เมื่อความตื่นเต้นลดลง: พอยอดขายต่อวันเริ่มลดลงเพียงเล็กน้อย ร้านค้าจะเริ่มแบกรับต้นทุนคงที่ (เช่น ค่าเช่าที่ ค่าแรงพนักงาน) ไม่ไหวทันที

2. การขยายสาขาที่ "ทับซ้อน" กันเอง (Cannibalization)
🔹Mixue ใช้โมเดลแฟรนไชส์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ในช่วงที่กระแสพีกๆ เราจะเห็นร้าน Mixue เปิดดักทุกหัวมุมถนน หรือแม้กระทั่งในซอยเดียวกัน
🔹แย่งลูกค้ากันเอง: การไม่มีการควบคุมระยะห่างของสาขา (Territory Protection) ที่เข้มงวดพอ ทำให้สาขาใหม่ไปดึงลูกค้าจากสาขาเดิม แทนที่จะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่
🔹แฟรนไชส์อยู่ยาก: สุดท้ายแล้วยอดขายของแต่ละสาขาก็ลดลงจนผู้ลงทุนรายย่อยเริ่มสู้ไม่ไหวและต้องปิดตัวไป

3. พฤติกรรมผู้บริโภคไทย: "เห่อตามกระแส"
🔸ต้องยอมรับว่าตลาดเครื่องดื่มและของหวานในไทยขับเคลื่อนด้วยกระแส Fast F&B ค่อนข้างสูง
ช่วงแรกคนยอมต่อคิวเพื่อไปถ่ายรูป เช็คอิน กับ "เจ้าตุ๊กตาหิมะ Snow King" และเพลงฮิตติดหู
🔸พอหมดช่วง Honey Moon Period หรือหมดความแปลกใหม่ ลูกค้าก็พร้อมจะเปลี่ยนไปลองแบรนด์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวตามมา (ซึ่งตอนนี้มีแบรนด์จีนลักษณะเดียวกันเข้ามาแข่งในตลาดไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

4. รสชาติและเมนูที่เน้นความคุ้มค่า ไม่ใช่ความพรีเมียม
▪️เนื่องจากวัตถุดิบหลักเน้นการทำราคาถูก (ใช้ผงไอศกรีมสำเร็จรูป, น้ำเชื่อม) ทำให้:
กลุ่มลูกค้าจำกัด: ตอบโจทย์กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่เน้นความคุ้มค่า
▪️ขาด Brand Loyalty ในระยะยาว: ลูกค้าไม่ได้ผูกพันกับรสชาติที่ทดแทนไม่ได้ ถ้ามีแบรนด์อื่นที่ถูกพอกันหรืออร่อยกว่าในราคาใกล้เคียงกัน ลูกค้าก็พร้อมเปลี่ยนใจทันที

CR The Unlock กรุงเทพธุรกิจ
🔗⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่