ผู้หญิงสมัยนี้มีอิสระทางด้านการแต่งกาย มากเกินความจำเป็นหรือไม่

ตามหัวข้อกระทู้เลยครับ ถ้ามองกลับไปในประวัติศาสตร์ กางเกงกับกระโปรงก็แบ่งแยกเพศตามปกติ ผู้หญิงก็ใส่กระโปรงตามปกติ ต่อมาก็เริ่มเคลื่อนไหว นำกางเกงที่เป็นของผู้ชายของมาใส่ เริ่มแต่งตัวเหมือนผู้ชาย นำเสื้อผ้าผู้ชายมาใส่จนถึงปัจจุบัน ทั้งๆที่บทบาททางเพศของผู้หญิงไม่มีความจำเป็นต้องสวมใส่กางเกง

      แต่ปัจจุบัน ผู้ชายใส่เดรส ใส่กระโปรง ใส่ชุดสวยๆ สีชมพู หรือสีหวานๆ ก็จะถูกบูลลี่ สังคมไม่ยอมรับ ถ้าผู้ชายมาใส่กระโปรง มันก็ไม่เหมาะสม ดูตรงข้ามขัดแย้ง ผู้ชายทุกคนรู้จุดนั้นดี จึงไม่นำกระโปรงมาใส่ เพราะมันไม่ใช่ที่ของผู้ชาย ไม่สอดคล้องกับบทบาททางเพศของเพศชาย ขนาดผมเองก็ชอบอะไรน่ารักๆ ผมยังไม่ใส่เสื้อผ้าผู้หญิง ข้ามกรอบเพศ เอากระโปรงเอาเดรสอะไรมาใส่เลย ผมก็ทำตัวสมกับที่เป็นผู้ชายตลอด เพราะถ้าผมทำ ผมก็จะถูกบูลลี่ มันไม่ถูกที่ถูกทาง ดูขัดแย้ง ดูตลก ดูไม่เข้ากัน ดูผิดที่ผิดทาง จนผมรู้ว่าบทบาททางเพศชายเป็นอย่างไร ตามสังคม วัฒนธรรมที่เราเรียนมา การปลูกฝั่งในโรงเรียน การปลูกฝังในชีวิตประจำวัน มันก็แบ่งความเหมาะสมแบบนั้น

      ผมถึงได้สงสัยว่าผู้หญิงมีอิสระทางการแต่งตัวมากเกินไป เกินความจำเป็นไปหรือเปล่า ผู้หญิงใส่เสื้อที่ไม่ใช่ลวดลายผู้หญิง ใส่เสื้อสบายๆ แต่งตัวเข้มๆ ดำๆ จะมาอ้างว่าสบายมันก็ไม่ใช่ บางทีถ้าเด็กถามว่าทำไม่ผู้ชายใส่ได้แต่กางเกง แต่ผู้หญิงใส่ได้ทั้งกางเกงและกระโปรง ทำไมแต่งตัวได้มากกว่า ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเหมือนกัน เพราะเด็กพอถึงช่วงวัยนึง เข้าจะเริ่มตั้งคำถามถึงความเท่าเทียม มีการเปรียบเทียบ ด้วยความที่สังคมปัจจุบันตระหนักเรื่องความเท่าเทียม ถ้าสร้างค่านิยมให้ผู้หญิงใส่กระโปรงส่วนใหญ่ในการทำกิจกรรมเหมือนที่ผู้ชายใส่แต่กางเกงจนเป็นวัฒนธรรม แบ่งแยกเครื่องแต่งกาย รูปแบบเครื่องแต่งกายชัดเจน ให้มันเป็นค่านิยม ให้มันแบ่งตามระบบระเบียบกันมากกว่า เพื่อความเท่าเทียม จะดีไหม ปัจจุบันมันเหลื่อมล้ำ มีการข้ามเส้นกันเสรีกันเกินไปหรือเปล่า ควรต้องมีการจำกัดสิทธิ์ สกัดสิทธิ์ หรือส่งเสริมให้เท่าเทียมกันทั้งสองเพศหรือเปล่า

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่