ศิริกัญญา แง้มงบ’70 กระทรวงดีอีพุ่ง ได้เพิ่ม 30% มีเฟส 2 TH-AI Passport ด้วย จ่อเกาะติดเข้ม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5774315
.

.
‘ศิริกัญญา’ ห่วง ‘รัฐบาล’ ปิดงบปี 69 ทำหลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบปี 70 หลังตั้งเป้าโอนงบ 8 หมื่นล้าน แต่ทำได้จริงแค่ 1.03 หมื่นล้านบาท ชวนจับตางบปี 70 เอื้อประโยชน์พวกพ้องสีน้ำเงินหรือไม่ หวั่น TH-AI Passport เฟส 2 เสี่ยงซ้ำซ้อน ลงทุนสูง แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์ม
.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเอกสารงบประมาณก็จะมีการอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ จากนั้นเราจะมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการพิจารณาและวิเคราะห์งบประมาณปี 2570 ให้แล้วเสร็จ ซึ่งเราพร้อมที่จะอภิปรายในวันที่ 29 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม โดยมีผู้ที่จะมาอภิปราย 30 คนที่จะมาลงรายละเอียดเป็นรายกระทรวง เพราะในหนึ่งเรื่องอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง
.
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ก็ออกมาล่าช้าแถมยังสามารถโอนงบได้น้อยจากที่เคยประกาศว่าจากเดิมที่จะโอน 8 หมื่นล้านบาท แต่กลับโอนได้เพียงแค่ 1 หมื่น 3 ร้อยล้านบาท ซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องชะลอตัวลงในไตรมาส 3 เข้าใจว่าเงินที่ได้รับมาอาจจะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป แต่รัฐบาลต้องการเงินทุกบาททุกสตางค์
.
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า โดยการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ในวันนี้มีตัวแทนจากสำนักงบประมาณมาชี้แจงว่า ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ยังหาเงินมาใช้ไม่ได้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เช่น การเยียวยาชดเชยการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา การชดเชยให้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งตั้งงบไว้ไม่เพียงพอ แต่ผู้รับเหมาเรียกเก็บเงินแล้ว ตลอดจนค่าไฟก็มีการเรียกเก็บหนี้คืน หลังจากที่มีการออกมาเปิดเผยว่าไฟสาธารณะมีการเรียกเก็บเข้าไปในบินค่าไฟของประชาชนส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งภาครัฐยังจำเป็นต้องจ่ายและต้องหาเงินมาใช้หนี้อยู่ เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้สามารถโอนเงินมาได้เพียง 1 หมื่น 3 ล้านบาท ยังขาดอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท จึงกังวลแทนรัฐบาลว่าในช่วงเวลาที่เหลือจะไปหาเงินมาจากไหนได้อีกเพื่อปิดปีงบประมาณ 2569
.
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะสามารถหาเงินมาจากแหล่งไหนที่พรรคประชาชนจะสามารถยอมรับได้ น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ เราก็พยายามช่วยรัฐบาลคิดอยู่ว่าจะมีช่องทางไหนได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าหมดทางแล้ว ปี 2569 อาจจะต้องปิดงบไปโดยที่หลายหน่วยงานยังไม่ได้รับงบ แล้วไปตกเบิกในปีงบ 2570 ซึ่งก็น่ากังวลไม่แพ้กันว่าสถานการณ์จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมจากการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้าหรือไม่ ซึ่งวันนี้ยอดจัดเก็บยังเป็นไปได้ด้วยดี แต่ปลายปีก็ไม่แน่ใจว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทห้างร้านที่มีรายได้ลดลง ยอดขายตกลงมานั้น จะยังสามารถส่งภาษีให้กับภาครัฐได้ปกติหรือไม่ หากการจัดเก็บภาษีได้ไม่ตรงเป้าก็จะยิ่งทำให้รัฐบาลมีปัญหา
.
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการจัดสรรงบประมาณปี 2570 จะไปตกอยู่กับโครงการของพวกพ้องสีน้ำเงิน น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า เราก็ตั้งสมมุติฐานไว้ก่อน เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดของงบประมาณว่าจะเป็นอย่างไร จะมีการจัดสรรงบประมาณไปยังพื้นที่ใดหรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือไม่ หรือมีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งได้รับงบประมาณจำนวนมากจนผิดสังเกตหรือไม่ เพราะในปี 2569 มีหลายหน่วยรับงบประมาณถูกปรับลดงบประมาณลง แต่ก็มีบางหน่วยรับงบประมาณบางหน่วยที่ได้รับงบเพิ่มขึ้น เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น 30%
.
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเตรียมการอภิปราย TH-AI Passport ในปีงบประมาณ 2570 ไว้อย่างไรบ้าง น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า เรายังไม่เห็นรายละเอียด เพียงแต่ทราบว่าจะมีโครงการเฟส 2 งบประมาณ 9 ร้อยล้านบาท ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกตเช่นเดียวกันเนื่องจากโครงการ TH-AI Passport เฟส 1 ที่ลงทุนไปก่อน 1.6 พันล้านบาท แต่กลับไม่ได้แพลตฟอร์มมาเป็นของรัฐ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเอกชนอยู่ ดังนั้นหากมีเฟส 2 ก็จะทำให้โครงการเกิดความซ้ำซ้อนหรือไม่ หากผู้ได้รับโครงการไม่ใช่เป็นเจ้าเดียวกับเฟส 1 และต้องทำแพลตฟอร์มใหม่อีกหรือไม่ หากเป็นเจ้าเดียวกันก็จะถือเป็นการล็อกและประหยัดงบประมาณในการทำแพลตฟอร์ม
.
น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า นี่เป็นการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนการเดินหน้าโครงการอย่างชัดเจน ตัวทีโออาร์ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มต้องเป็นของรัฐ แต่เป็นของเอกชน ไม่เช่นนั้นเมื่อมีโครงการฝ่ายถัดไป กลายเป็นว่าต้องไปเช่าแพลตฟอร์มจากเจ้าเดิม หรืออาจจะมีเจ้าใหม่ก็ต้องจ่ายเงินค่าทำแพลตฟอร์มใหม่หรือไม่
.
เมื่อถามว่า การล็อกสเปกเช่นนี้เพียงพอที่จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยหน้าหรือไม่ น.ส.
ศิริกัญญา กล่าวว่า สำหรับโครงการ TH-AI Passport อยู่ในช่วงที่เรากำลังเก็บรวบรวมข้อมูล หากพูดไปก็จะเป็นเหมือนการเฉลยข้อสอบล่วงหน้าว่าจะมีโครงการอะไรอยู่บ้าง แต่ขั้นตอนทางกฎหมายเราก็ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ไม่ต้องรอให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่คงต้องเป็นสมัยหน้าเพราะสมัยนี้ไม่ทันแล้ว
.
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะซ้ำรอยโครงการรับจำนำข้าว ที่สามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ น.ส.
ศิริกัญญากล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ถูกล้มด้วยโครงการทุจริต ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่นายกฯ ถูกโหวตไม่ไว้วางใจแล้วต้องออกจากตำแหน่งไป ส่วนมากจะมีการยุบสภาก่อน
.
“
ดังนั้น เราจึงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะเดือดร้อนใจจนต้องยุบสภาก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ แต่เมื่อมีการอภิปรายแล้ว เราก็เข้าใจดีว่าในระบบรัฐสภาเสียงข้างมากคือรัฐบาล หากเราไม่สามารถเปลี่ยนใจพรรคร่วมรัฐบาลให้มาโหวตเห็นด้วยกับเราได้ เราก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวเปลี่ยนใจพรรคร่วมรัฐบาลให้โหวตตามความเป็นจริงที่เกิดมากกว่าการโหวตตามพวกพ้อง และความร่วมมือของฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล” น.ส.
ศิริกัญญา
.
.
อนุสรณ์ ยก 6 ข้อ ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย”
https://www.matichon.co.th/politics/news_5774941
.
อนุสรณ์ ยก 6 ข้อ ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย”
.
รศ.ดร.
อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการวิทยาลัยนานาชาติ
ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บรรยายหัวข้อ “
ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการเสริมสร้างสันติธรรมประชาธิปไตย” ในงานเปิดที่ทำการแห่งใหม่ ร่วมเปิดพื้นที่สาธารณะทางปัญญา Living Democracy PRIDI Democracy and Peace Hub ของสถาบัน
ปรีดี พนมยงค์ และ มูลนิธิ
ปรีดี พนมยงค์ ความว่า ขบวนการประชาธิปไตยในไทยและในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ล้วนมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเรียกร้อง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และ ทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
.
ขบวนการประชาธิปไตยในหลายประเทศต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุขึ้นจึงสามารถสถาปนา “
สันติธรรมประชาธิปไตย” ให้เกิดขึ้นได้ บางขบวนการใช้เวลาสั้นกว่า แต่สังคมก็สามารถเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมา ก้าวหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง หยุดนิ่งบ้าง แต่ทุกขบวนการเป็นการเดินทางไกลทั้งสิ้น ชัยชนะระยะสั้นต่อระบอบอำนาจนิยม หรือ ระบอบเผด็จการทหารไม่อาจดำรงรักษาต่อไปได้ หากไม่มีการสถาปนา สถาบันประชาธิปไตยให้เข้มแข็งมั่นคง หยั่งรากลึก
.
ขบวนการประชาธิปไตยในไทยมีสายธารต่อเนื่องกันมาแม้นคนในขบวนการในแต่ละช่วงเวลาจะล้มหายตายจากไปตามอายุขัยและเสียสละชีวิตไปในระหว่างการต่อสู้ ขบวนการ รศ. 103 นำโดย พระองค์เจ้า
ปฤษฎางค์ เรียกร้องรัฐธรรมนูญในสมัยรัชกาลที่ 5 ขบวนการทหารประชาธิปไตย รศ. 130 ต่อเนื่องมายัง ขบวนการอภิวัฒน์สยาม 2475 โดย คณะราษฎร ที่มี พ.อ. พระยา
พหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้าคณะ และ มี ท่านรัฐบุรุษอาวุโส
ปรีดี พนมยงค์ เป็น มันสมองสำคัญในการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย ผ่านเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยหลายยุค เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา เหตุการณ์พฤษภา 35 เหตุการณ์พฤษภา 53 และ การเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันหลักของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี พ.ศ. 2563
.
รศ.ดร.
อนุสรณ์ กล่าวถึงความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยในการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย” มีดังต่อไปนี้
.
1. ปัญหาความไม่มีเอกภาพในขบวนการและความแตกแยก การขยายแนวร่วม พันธมิตรมากขึ้น พร้อมกับความมีเอกภาพของขบวนการท่ามกลางความหลากหลายของผลประโยชน์และ มียุทธศาสตร์และเป้าหมายชัดเจน “
การแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเอาชนะต่อเครือข่ายอำนาจนิยม อนุรักษ์นิยม จารีตขวาจัดปรปักษ์ประชาธิปไตย ได้ การจัดตั้งของเครือข่ายอำนาจนิยมนั้นมีความเข้มแข็ง ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย มีนวัตกรรมใหม่ๆทางการเมือง
.
2. การต่อสู้กับสงครามข้อมูลข่าวสารบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย สร้างความเกลียดชัง ปลุกลัทธิคลั่งชาติเพื่อทำลายสันติภาพ สร้างความขัดแย้งรุนแรง
.
3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม กดทับ ประชาชนจนขาดความกระตือรือร้นทางการเมือง เกิดภาวะความเพิกเฉยทางการเมือง ขบวนการประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ต้องอาศัยพลเมืองผู้ตื่นรู้ Active Citizen ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคมครั้งใหญ่ ต้องหยุดโครงสร้างที่กดทับ “คนส่วนใหญ่” ไม่ให้เข้าถึงโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมเหล่านี้จะทำให้ ประชาธิปไตยแบบไทยไทยไม่มีสันติสุข เกิดความรุนแรงทางการเมือง ความขัดแย้งทางสังคมเป็นระยะๆ มี “รัฐประหาร” เฉลี่ย 4-5 ปีต่อครั้ง ยังคงเป็นประเทศด้อยพัฒนาทางประชาธิปไตยแม้นจะมีการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนา มาแล้วเกือบ 94 ปี
.
4. ปัญหาการถูกทำลายและแทรกแซงโดยอำนาจรัฐแบบอำนาจนิยม ที่ต้องการกำกับ ควบคุมและต้องการปกป้องผลประโยชน์ที่เกิดจากการขุดรีดและเอารัดเอาเปรียบให้อยู่กับกลุ่มตนต่อไป โดยไม่ยอมแบ่งปันให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างเป็นธรรม
.
5. ปัญหาการผูกขาดอำนาจและการใช้อำนาจโดยมิชอบ นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและละเมิดสิทธิฝ่ายตรงข้าม
.
6. ปัญหาการคงอยู่ของระบอบการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ คสช และ รัฐธรรมนูญปี 2560 อำนาจอธิปไตยของประชาชน และ ระบอบประชาธิปไตยกำลังอยู่ในความสุ่มเสี่ยงจากความไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ ความไม่เชื่อมั่นเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้ที่มาขององค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน มีปัญหาความโปร่งใสในการทำงาน การดำเนินการและตัดสินคดีที่ไม่มีมาตรฐานหรือหลายมาตรฐาน ตลอดจนการขยายอำนาจและใช้อำนาจเกินขอบเขตรุกล้ำอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร การปฏิรูปองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 (ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ป.ป.ช., สตง., สิทธิมนุษยชน) กลายเป็นประเด็นสำคัญในประชาธิปไตยไทยช่วงปี 2569 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าใช้อำนาจมากเกินไป ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ข้อเสนอหลักคือการปรับปรุงที่มาและการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจ เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย การจัดสมดุลอำนาจตามความต้องการของเครือข่ายจารีตอนุรักษ์ที่ไม่เชื่อมั่นในเจตจำนงและเสียงของราษฎรได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญปี 2560 องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนืออำนาจของประชาชนและอำนาจขององค์กรที่มาจากประชาชน
JJNY : 5in1 ศิริกัญญาแง้มงบ’70│อนุสรณ์ยก 6ข้อ│กสม.เปิดตัว“ประชาชิน”│ไฟแนนซ์ยังเข้ม│อังกฤษเตรียมร้อนสุด-ฝรั่งเศสจมน้ำตาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5774315
.
.
‘ศิริกัญญา’ ห่วง ‘รัฐบาล’ ปิดงบปี 69 ทำหลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบปี 70 หลังตั้งเป้าโอนงบ 8 หมื่นล้าน แต่ทำได้จริงแค่ 1.03 หมื่นล้านบาท ชวนจับตางบปี 70 เอื้อประโยชน์พวกพ้องสีน้ำเงินหรือไม่ หวั่น TH-AI Passport เฟส 2 เสี่ยงซ้ำซ้อน ลงทุนสูง แต่ไม่ได้กรรมสิทธิ์แพลตฟอร์ม
.
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเอกสารงบประมาณก็จะมีการอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ จากนั้นเราจะมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการพิจารณาและวิเคราะห์งบประมาณปี 2570 ให้แล้วเสร็จ ซึ่งเราพร้อมที่จะอภิปรายในวันที่ 29 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคม โดยมีผู้ที่จะมาอภิปราย 30 คนที่จะมาลงรายละเอียดเป็นรายกระทรวง เพราะในหนึ่งเรื่องอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ก็ออกมาล่าช้าแถมยังสามารถโอนงบได้น้อยจากที่เคยประกาศว่าจากเดิมที่จะโอน 8 หมื่นล้านบาท แต่กลับโอนได้เพียงแค่ 1 หมื่น 3 ร้อยล้านบาท ซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องชะลอตัวลงในไตรมาส 3 เข้าใจว่าเงินที่ได้รับมาอาจจะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป แต่รัฐบาลต้องการเงินทุกบาททุกสตางค์
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โดยการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ในวันนี้มีตัวแทนจากสำนักงบประมาณมาชี้แจงว่า ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ยังหาเงินมาใช้ไม่ได้ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เช่น การเยียวยาชดเชยการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา การชดเชยให้กับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งตั้งงบไว้ไม่เพียงพอ แต่ผู้รับเหมาเรียกเก็บเงินแล้ว ตลอดจนค่าไฟก็มีการเรียกเก็บหนี้คืน หลังจากที่มีการออกมาเปิดเผยว่าไฟสาธารณะมีการเรียกเก็บเข้าไปในบินค่าไฟของประชาชนส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งภาครัฐยังจำเป็นต้องจ่ายและต้องหาเงินมาใช้หนี้อยู่ เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้สามารถโอนเงินมาได้เพียง 1 หมื่น 3 ล้านบาท ยังขาดอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท จึงกังวลแทนรัฐบาลว่าในช่วงเวลาที่เหลือจะไปหาเงินมาจากไหนได้อีกเพื่อปิดปีงบประมาณ 2569
.
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะสามารถหาเงินมาจากแหล่งไหนที่พรรคประชาชนจะสามารถยอมรับได้ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ เราก็พยายามช่วยรัฐบาลคิดอยู่ว่าจะมีช่องทางไหนได้บ้าง แต่ต้องบอกว่าหมดทางแล้ว ปี 2569 อาจจะต้องปิดงบไปโดยที่หลายหน่วยงานยังไม่ได้รับงบ แล้วไปตกเบิกในปีงบ 2570 ซึ่งก็น่ากังวลไม่แพ้กันว่าสถานการณ์จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมจากการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้าหรือไม่ ซึ่งวันนี้ยอดจัดเก็บยังเป็นไปได้ด้วยดี แต่ปลายปีก็ไม่แน่ใจว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบริษัทห้างร้านที่มีรายได้ลดลง ยอดขายตกลงมานั้น จะยังสามารถส่งภาษีให้กับภาครัฐได้ปกติหรือไม่ หากการจัดเก็บภาษีได้ไม่ตรงเป้าก็จะยิ่งทำให้รัฐบาลมีปัญหา
.
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการจัดสรรงบประมาณปี 2570 จะไปตกอยู่กับโครงการของพวกพ้องสีน้ำเงิน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราก็ตั้งสมมุติฐานไว้ก่อน เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดของงบประมาณว่าจะเป็นอย่างไร จะมีการจัดสรรงบประมาณไปยังพื้นที่ใดหรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือไม่ หรือมีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งได้รับงบประมาณจำนวนมากจนผิดสังเกตหรือไม่ เพราะในปี 2569 มีหลายหน่วยรับงบประมาณถูกปรับลดงบประมาณลง แต่ก็มีบางหน่วยรับงบประมาณบางหน่วยที่ได้รับงบเพิ่มขึ้น เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น 30%
.
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเตรียมการอภิปราย TH-AI Passport ในปีงบประมาณ 2570 ไว้อย่างไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรายังไม่เห็นรายละเอียด เพียงแต่ทราบว่าจะมีโครงการเฟส 2 งบประมาณ 9 ร้อยล้านบาท ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกตเช่นเดียวกันเนื่องจากโครงการ TH-AI Passport เฟส 1 ที่ลงทุนไปก่อน 1.6 พันล้านบาท แต่กลับไม่ได้แพลตฟอร์มมาเป็นของรัฐ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเอกชนอยู่ ดังนั้นหากมีเฟส 2 ก็จะทำให้โครงการเกิดความซ้ำซ้อนหรือไม่ หากผู้ได้รับโครงการไม่ใช่เป็นเจ้าเดียวกับเฟส 1 และต้องทำแพลตฟอร์มใหม่อีกหรือไม่ หากเป็นเจ้าเดียวกันก็จะถือเป็นการล็อกและประหยัดงบประมาณในการทำแพลตฟอร์ม
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า นี่เป็นการที่รัฐบาลไม่ได้วางแผนการเดินหน้าโครงการอย่างชัดเจน ตัวทีโออาร์ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มต้องเป็นของรัฐ แต่เป็นของเอกชน ไม่เช่นนั้นเมื่อมีโครงการฝ่ายถัดไป กลายเป็นว่าต้องไปเช่าแพลตฟอร์มจากเจ้าเดิม หรืออาจจะมีเจ้าใหม่ก็ต้องจ่ายเงินค่าทำแพลตฟอร์มใหม่หรือไม่
.
เมื่อถามว่า การล็อกสเปกเช่นนี้เพียงพอที่จะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยหน้าหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สำหรับโครงการ TH-AI Passport อยู่ในช่วงที่เรากำลังเก็บรวบรวมข้อมูล หากพูดไปก็จะเป็นเหมือนการเฉลยข้อสอบล่วงหน้าว่าจะมีโครงการอะไรอยู่บ้าง แต่ขั้นตอนทางกฎหมายเราก็ต้องดำเนินการไปพร้อมกัน ไม่ต้องรอให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่คงต้องเป็นสมัยหน้าเพราะสมัยนี้ไม่ทันแล้ว
.
เมื่อถามว่า โครงการนี้จะซ้ำรอยโครงการรับจำนำข้าว ที่สามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่ถูกล้มด้วยโครงการทุจริต ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่นายกฯ ถูกโหวตไม่ไว้วางใจแล้วต้องออกจากตำแหน่งไป ส่วนมากจะมีการยุบสภาก่อน
.
“ดังนั้น เราจึงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะเดือดร้อนใจจนต้องยุบสภาก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ แต่เมื่อมีการอภิปรายแล้ว เราก็เข้าใจดีว่าในระบบรัฐสภาเสียงข้างมากคือรัฐบาล หากเราไม่สามารถเปลี่ยนใจพรรคร่วมรัฐบาลให้มาโหวตเห็นด้วยกับเราได้ เราก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อโน้มน้าวเปลี่ยนใจพรรคร่วมรัฐบาลให้โหวตตามความเป็นจริงที่เกิดมากกว่าการโหวตตามพวกพ้อง และความร่วมมือของฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล” น.ส.ศิริกัญญา
.
.
อนุสรณ์ ยก 6 ข้อ ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย”
https://www.matichon.co.th/politics/news_5774941
.
อนุสรณ์ ยก 6 ข้อ ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย”
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บรรยายหัวข้อ “ความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยต่อการเสริมสร้างสันติธรรมประชาธิปไตย” ในงานเปิดที่ทำการแห่งใหม่ ร่วมเปิดพื้นที่สาธารณะทางปัญญา Living Democracy PRIDI Democracy and Peace Hub ของสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ความว่า ขบวนการประชาธิปไตยในไทยและในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ล้วนมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การเรียกร้อง สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และ ทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
.
ขบวนการประชาธิปไตยในหลายประเทศต้องใช้เวลาหลายชั่วอายุขึ้นจึงสามารถสถาปนา “สันติธรรมประชาธิปไตย” ให้เกิดขึ้นได้ บางขบวนการใช้เวลาสั้นกว่า แต่สังคมก็สามารถเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมา ก้าวหน้าบ้าง ถอยหลังบ้าง หยุดนิ่งบ้าง แต่ทุกขบวนการเป็นการเดินทางไกลทั้งสิ้น ชัยชนะระยะสั้นต่อระบอบอำนาจนิยม หรือ ระบอบเผด็จการทหารไม่อาจดำรงรักษาต่อไปได้ หากไม่มีการสถาปนา สถาบันประชาธิปไตยให้เข้มแข็งมั่นคง หยั่งรากลึก
.
ขบวนการประชาธิปไตยในไทยมีสายธารต่อเนื่องกันมาแม้นคนในขบวนการในแต่ละช่วงเวลาจะล้มหายตายจากไปตามอายุขัยและเสียสละชีวิตไปในระหว่างการต่อสู้ ขบวนการ รศ. 103 นำโดย พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ เรียกร้องรัฐธรรมนูญในสมัยรัชกาลที่ 5 ขบวนการทหารประชาธิปไตย รศ. 130 ต่อเนื่องมายัง ขบวนการอภิวัฒน์สยาม 2475 โดย คณะราษฎร ที่มี พ.อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้าคณะ และ มี ท่านรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ เป็น มันสมองสำคัญในการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย ผ่านเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยหลายยุค เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา เหตุการณ์พฤษภา 35 เหตุการณ์พฤษภา 53 และ การเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันหลักของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี พ.ศ. 2563
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวถึงความท้าทายของขบวนการประชาธิปไตยในการสร้าง “สันติธรรมประชาธิปไตย” มีดังต่อไปนี้
.
1. ปัญหาความไม่มีเอกภาพในขบวนการและความแตกแยก การขยายแนวร่วม พันธมิตรมากขึ้น พร้อมกับความมีเอกภาพของขบวนการท่ามกลางความหลากหลายของผลประโยชน์และ มียุทธศาสตร์และเป้าหมายชัดเจน “การแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” จึงเป็นแนวทางสำคัญในการเอาชนะต่อเครือข่ายอำนาจนิยม อนุรักษ์นิยม จารีตขวาจัดปรปักษ์ประชาธิปไตย ได้ การจัดตั้งของเครือข่ายอำนาจนิยมนั้นมีความเข้มแข็ง ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย มีนวัตกรรมใหม่ๆทางการเมือง
.
2. การต่อสู้กับสงครามข้อมูลข่าวสารบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย สร้างความเกลียดชัง ปลุกลัทธิคลั่งชาติเพื่อทำลายสันติภาพ สร้างความขัดแย้งรุนแรง
.
3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม กดทับ ประชาชนจนขาดความกระตือรือร้นทางการเมือง เกิดภาวะความเพิกเฉยทางการเมือง ขบวนการประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ต้องอาศัยพลเมืองผู้ตื่นรู้ Active Citizen ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคมครั้งใหญ่ ต้องหยุดโครงสร้างที่กดทับ “คนส่วนใหญ่” ไม่ให้เข้าถึงโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมเหล่านี้จะทำให้ ประชาธิปไตยแบบไทยไทยไม่มีสันติสุข เกิดความรุนแรงทางการเมือง ความขัดแย้งทางสังคมเป็นระยะๆ มี “รัฐประหาร” เฉลี่ย 4-5 ปีต่อครั้ง ยังคงเป็นประเทศด้อยพัฒนาทางประชาธิปไตยแม้นจะมีการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนา มาแล้วเกือบ 94 ปี
.
4. ปัญหาการถูกทำลายและแทรกแซงโดยอำนาจรัฐแบบอำนาจนิยม ที่ต้องการกำกับ ควบคุมและต้องการปกป้องผลประโยชน์ที่เกิดจากการขุดรีดและเอารัดเอาเปรียบให้อยู่กับกลุ่มตนต่อไป โดยไม่ยอมแบ่งปันให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศอย่างเป็นธรรม
.
5. ปัญหาการผูกขาดอำนาจและการใช้อำนาจโดยมิชอบ นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันและละเมิดสิทธิฝ่ายตรงข้าม
.
6. ปัญหาการคงอยู่ของระบอบการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ คสช และ รัฐธรรมนูญปี 2560 อำนาจอธิปไตยของประชาชน และ ระบอบประชาธิปไตยกำลังอยู่ในความสุ่มเสี่ยงจากความไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ ความไม่เชื่อมั่นเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้ที่มาขององค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน มีปัญหาความโปร่งใสในการทำงาน การดำเนินการและตัดสินคดีที่ไม่มีมาตรฐานหรือหลายมาตรฐาน ตลอดจนการขยายอำนาจและใช้อำนาจเกินขอบเขตรุกล้ำอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร การปฏิรูปองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 (ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ป.ป.ช., สตง., สิทธิมนุษยชน) กลายเป็นประเด็นสำคัญในประชาธิปไตยไทยช่วงปี 2569 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าใช้อำนาจมากเกินไป ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ข้อเสนอหลักคือการปรับปรุงที่มาและการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจ เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย การจัดสมดุลอำนาจตามความต้องการของเครือข่ายจารีตอนุรักษ์ที่ไม่เชื่อมั่นในเจตจำนงและเสียงของราษฎรได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญปี 2560 องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนืออำนาจของประชาชนและอำนาจขององค์กรที่มาจากประชาชน