ปักปากกาอาจไม่ได้แค่ทำให้น้ำหนักลด แต่มันอาจเปลี่ยน 'บุคลิก' ผู้ใช้ได้ด้วย
หากจะพูดถึง 'ยาแห่งทศวรรษ 2020’ ถ้าไม่นับวัคซีน COVID-19 แล้ว ก็คงจะเป็นยาที่มักจะเรียกว่า ยากลุ่ม GLP-1 (ย่อมาจาก Glucagon-Like Peptide-1) ที่มีหลายยี่ห้อแข่งกัน แต่ทุกยี่ห้อมักจะมีหลอดยาเป็นรูปปากกา และออกฤทธิ์แบบเดียวกันคือ 'หลอกร่างกายให้ไม่หิว' และผลโดยตรงของมันก็คือจะทำให้คนไม่อยากอาหาร จึงทำให้คนไทยเรียกแบบติดปากว่า 'ปากกาลดน้ำหนัก' ทั้งที่จริงๆ โดยพื้นฐานยานี้คือยาที่ใช้บรรเทาโรคเบาหวานและโรคอ้วน
.
อย่างไรก็ตามที่ยากลุ่มนี้โด่งดังก็เพราะว่ามีคนออกมาโชว์ผลของมันมากมายตามโซเชียลมีเดีย แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะบอกตรงกันว่านี่คือยารักษาโรคที่มีผลร้ายแรง ที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำใกล้ชิดของแพทย์
.
แต่ส่วนหนึ่งที่คนใช้ GLP-1 มากมายโดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ก็อาจเป็นเพราะฝั่งอเมริกา คนใช้มันจำนวนมากโดยไม่ได้เจ็บป่วยร้ายแรงอะไร และข้อมูลเบื้องต้นยังชี้ว่า คนอเมริกันใช้ยานี้ภายใต้ใบสั่งแพทย์ถึง 1 ใน 8 ของประชากร และนั่นเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากๆ จึงไม่แปลกที่หุ้นบริษัทที่ผลิตยาเหล่านี้ขายจะทะยานขึ้นไปมากมายตั้งแต่เปิดตัวยา
.
แต่สิ่งที่น่าสนใจเช่นกันในยุคที่คนใช้ GLP-1 มากมายจนไม่มีใครตั้งคำถามถึงผลลัพธ์ของมันอีกแล้ว เพราะคนเริ่มมอง GLP-1 ระดับเดียวกับตอนที่ Pfizer ผลิตยา Viagra มาแล้วทำการปฏิวัติ 'ยารักษาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ' ซึ่งพอออกมามันก็ทำให้คนแทบจะเลิกใช้สิ่งอื่นๆ กันหมด เพราะมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าในทุกด้าน
.
ผลลัพธ์หลักๆ ของ GLP-1 จึงไม่มีใครตั้งคำถามเท่าไหร่แล้ว นี่เองทำให้คนเริ่มพูดถึง 'ผลข้างเคียง' ของมัน ที่มีมากมายทั้งในทางบวกและลบ และความน่าสนใจคือตัวยานี้ในทางการแพทย์ก็เริ่มมองว่ามันอาจใช้ในการรักษาภาวะอื่นๆ ได้ด้วย เช่น การติดยาเสพติด ติดเหล้า หรือเริ่มมีผลวิจัยว่ามันลดการเกิดมะเร็งเต้านม หรือชะลออาการโรคพาร์กินสันได้ เป็นต้น
.
แต่ที่น่าสนใจคือ ผลข้างเคียงในทางอารมณ์ ที่ไม่นับว่าเป็น 'ความเจ็บป่วย' แน่ๆ แต่มันส่งผลต่อตัวตนของผู้ใช้ GLP-1 อย่างลึกล้ำ
.
อธิบายง่ายๆ คือ GLP-1 หลักๆ มันไปทำงานลด 'ความอยากอาหาร' ของผู้ใช้ แต่หลายๆ ครั้งก็มีการรายงานว่ามันไปลดความอยากอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอยากออกไปกินดื่มสังสรรค์ ลดการอยากทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยมีในชีวิต หรือบางครั้งก็ถึงขั้นว่ามันไปลดความอยากที่จะมีความฝันและมีชีวิตด้วย
.
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ถ้าใครมีเพื่อนใช้วิธีปักปากกา จะสังเกตได้ว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดแค่ลักษณะภายนอก แต่บางทีจะรู้สึกได้ว่านิสัยใจคอเขาเปลี่ยนไปด้วย
.
และที่สำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ GPL-1 ไม่ใช่ยาที่ถูกออกแบบมาให้ใช้แล้ว 'หยุด' ได้ มันถูกออกแบบมาให้ใช้ไปยาวๆ ดังนั้น 'ความเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพ' ที่เกิดจากฤทธิ์ยา ก็อาจเป็นไปอย่างถาวรเช่นกัน และนี่ก็เป็นสิ่งที่น่าพูดคุยกันต่อไป เพราะโดยทั่วไป พวกยารักษาโรคประจำตัวที่ไม่ใช่โรคระบบประสาทส่วนกลาง มันมักจะไม่เปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของผู้ใช้ เช่น คนกินยา 'เบาหวาน, ความดัน, ไขมัน' ปกติก็ต้องกินยาทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนบุคลิกผู้ใช้แต่อย่างใด
.
ทั้งนี้ก็เลยต้องย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนเน้นมากว่า GLP-1 เป็นยาที่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดของแพทย์จริงๆ มันไม่ใช่แค่ยาที่มีฤทธิ์รุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีผลข้างเคียงจำนวนมากที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังศึกษาทำความเข้าใจกันอยู่ด้วย
.
ที่มา : BrandThink
เตือนภัย : ปักปากกาอาจไม่ได้แค่ทำให้น้ำหนักลด แต่มันอาจเปลี่ยน 'บุคลิก' ผู้ใช้ได้ด้วย