[img]https://medias.thansettakij.com/uploads/images/md/2026/06/5TujHxTsm8RDSwCPOYvb.webp?x-image-process=style/md-webp[/img]
KEY POINTS
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่าค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟทางหลวง ถูกนำไปรวมและซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนมานานกว่า 10 ปี
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถูกคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของ "ความสูญเสียในระบบ" ทำให้ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยที่ประชาชนต้องจ่ายสูงขึ้น ซึ่งมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
แนวทางแก้ไขคือการแยกบัญชี ติดตั้งมิเตอร์ และให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเป็นผู้จ่ายค่าไฟส่วนนี้โดยตรงจากงบประมาณ เพื่อลดภาระค่าไฟของประชาชน
กลายเป็นประเด็นดราม่าทางสังคมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุถึงแนวทางปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประเทศ โดยยอมรับว่า ปัจจุบันมีต้นทุนบางส่วนที่ถูกนำไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่าย
หนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะของภาครัฐ ซึ่งถูกบวกเข้าไปในต้นทุนค่าไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ และสุดท้ายประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับประเด็นค่าไฟสาธารณะของภาครัฐที่ประชาชนต้องรับภาระ เพื่อให้คลายสงสัยพบว่า
ย้อนรอยคำพูดเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นมาจากการนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว. พลังงาน ออกมาระบุว่า โดยยืนยันว่าตั้งใจเปิดปมทางหลวงเนียนเก็บค่าไฟทางรวมกับไฟบ้าน ชี้ ควรแยกจ่ายเหมือนหน่วยงานอื่น หวังช่วยลดค่าไฟ
ซึ่งให้เหตุผลว่า หากต้องการจะลดค่าไฟฟ้าของประชาชน จะต้องทำใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย
สัญญาแอดเดอร์ชั่วนิรันดร์ (การเรียกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ายุคแรก ตั้งแต่ปี 2550-2551 ที่รัฐให้เงินอุดหนุนบวกเพิ่ม (Adder) ในราคาสูงเพื่อจูงใจเอกชน และไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ผู้ผลิตที่คืนทุนแล้วยังคงขายไฟได้ในราคาสูง)
ไฟทางที่หลบตาประชาชนไปอยู่ในบิลค่าไฟ
อัตรารับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าและอัตราที่ขายไฟให้กับเอกชน อย่างการทำดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ควรคิดในอัตราที่ถูก
สังคยานาค่าไฟ
นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า การลดค่าไฟให้ประชาชนอยู่ในเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการ ต้องเร่งสังคายนา และแยกบัญชีค่าไฟทางหลวง-ทางหลวงชนบทให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันอยู่ในรายการความสูญเสีย และยังนำไปบวกในค่าไฟของทุกคนของทุกประเภทแบบนี้ไม่ถูกต้อง
ส่วนการบวกเพิ่มค่าไฟในลักษณะนี้ เกิดขึ้นมานานแล้วหรือไม่ เอกนัฏเปิดเผยว่า มีการเก็บแบบนี้มาเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรทำ ควรที่จะต้องติดมิเตอร์แยกบัญชีออกมาให้เห็นชัดว่าตกลงค่าไฟของไฟหลวงไฟทางเป็นเท่าไหร่ หน่วยราชการที่รับผิดชอบก็สามารถไปของบประมาณฯ มาจ่ายค่าไฟได้เหมือนหน่วยราชการทั่วไป ถ้าแยกตรงนี้ออกมาได้ ค่าไฟสำหรับประชาชนก็ถูกลง เพราะส่วนนี้ที่ต้องจ่ายกันปีหนึ่งเป็น 10,000 ล้านบาท ก็ต้องรีบจัดการแก้ไข และย้ำว่าจะเร่งดำเนินการโดยทันที
เรื่องนี้ตั้งใจพูดเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะรู้ กระทรวงฯกำลังจัดการติดมิเตอร์แยกบัญชีกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟ ให้หน่วยงานที่ใช้ไฟเป็นผู้รับผิดชอบ จะได้เห็นให้ชัดว่าตกลงแล้วเป็นเท่าไหร่ ไม่ใช่มาแทรกหลบหูหลบตาประชาชนแบบนี้ ไม่ถูกต้อง
ชำแหละบิลค่าไฟ
แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญทางด้านค่าไฟกล่าวให้ความเห็นกับ ”ฐานเศรษฐกิจ“ โดยอธิบายว่า หากนำหน่วยผลิตที่ผลิตได้มาทั้งหมด 100 หน่วย จะไปถึงผู้ใช้ไฟแค่ประมาณ 90 กว่าหน่วย หรือประมาณ 90-93 หน่วย ซึ่งแล้วแต่ปี เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหายไปประมาณ 7-10%
โดย 7-10% ดังกล่าวที่หายไป คือ การสูญเสีย (Loss) ในสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ประมาณ 1% กว่า หรือ 2% และ Loss ในสายจำหน่าย ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) น่าจะประมาณ 4-5% รวมแล้วก็ประมาณ 6%
ที่เหลือก็คือไฟสาธารณะ เพราะว่าไฟสาธารณะบางจุดมีมิเตอร์วัด แต่บางจุดก็ไม่มีมิเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น ตามถนนหลวงหากจะมีมิเตอร์เยอะก็ไม่ไหว บางทีก็ใช้วิธีต่อตรงลงมาเลย ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบเป็นแบบนี้ ไม่ได้มีมิเตอร์ทุกจุด
แต่การไฟฟ้าจะประเมินหรือคำนวณไว้ โดยมีโควต้าให้เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของบ้านอยู่อาศัย ไม่นับอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ว่าใช้ไฟสาธารณะได้เท่าไหร่ อย่างกทม. หรือเมืองใหญ่ที่มีบ้านจำนวนมาก โควต้าไฟสาธารณะก็จะมากตาม หากชนบทบ้านน้อยโควต้าก็จะน้อย
การไฟฟ้ามีหน้าที่กำกับไม่ให้เกินเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจาก 100 หน่วยที่ผลิตได้ แต่มาถึงผู้ใช้ไฟแค่ 90 หน่วย ระบบคิดค่าไฟของประเทศไทยคือ นำต้นทุนทั้งหมดที่มี หารด้วยหน่วยไฟที่ขายได้จริง แทนที่จะหารด้วย 100 ก็ต้องหารด้วย 90 ตัวหารจะน้อยลง หากตัดไฟสาธารณะออก ตัวหารอาจจะเป็น 95-96 หน่วย เพราะไฟสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 4-5% แต่ตัวเลขสวิงทุกปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องพวกขโมยใช้ไฟรวมอยู่ด้วย แต่หากจับได้และได้เงินคืน ก็ถูกนำกลับมาทบให้ในภายหลัง
ไทยคิดรวมในสูตรคำนวณค่าไฟ
อย่างไรก็ดี หากถามว่าเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องจ่ายหรือไม่นั้น ต้องเรียนว่ามีทั้งประเทศที่ไม่คิดรวมในค่าไฟ และประเทศที่คิดรวม อย่างเวียดนามไม่รวม ค่าไฟจึงถูก แต่มาเลเซียรวมและโชว์ในบิลให้เห็นเลยว่าเป็นค่าไฟสาธารณะเท่าไหร่
ส่วนของไทยไม่ได้โชว์ในบิล แต่อยู่ในสูตรการคำนวณ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการนำเสนอให้โชว์ในบิลเพื่อความโปร่งใส แต่ไม่ได้ดำเนินการด้วยเหตุผลว่าตัวเลขบางส่วนไม่ชัดเจนเนื่องจากไม่ได้ติดมิเตอร์ จึงให้การไฟฟ้าไปติดตั้งมิเตอร์ให้ครบก่อน
อย่างไรก็ตาม ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่า ควรจะแสดงให้เห็นในบิลค่าไฟของประชาชนว่าจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ โดยประเทศที่ไม่รวมในค่าไฟก็ต้องไปตั้งงบประมาณ ซึ่งก็มาเก็บจากเงินภาษีของประชาชนทางอ้อมอยู่ดี
ระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันคือ ประชาชนช่วยกันแบก โดยมีแนวคิดให้เป็นเปอร์เซ็นต์ของบ้านอยู่อาศัย เพราะถือว่าประชาชนเป็นผู้ใช้ไฟสุดท้ายและเพื่อความปลอดภัยในชุมชน สรุปคือควรเสีย แต่อยู่ที่ว่าจะเสียทางตรงหรือทางอ้อม
สำหรับข้อดีของการหารรวมแบบนี้คือ ภาคอุตสาหกรรมช่วยหารด้วย เพราะอุตสาหกรรมใช้ไฟเยอะกว่าบ้าน แต่หากแยกออกไป ภาคอุตสาหกรรมจะไม่ต้องมาหารร่วมด้วย และรัฐต้องเป็นผู้จ่ายเองทั้งหมด
อีกทั้งหากไม่ให้ไฟสาธารณะกับท้องถิ่น เช่น เทศบาล/อบต. สิ่งที่จะตามมาคือ อาจจะถูกคิดค่าตั้งเสาไฟฟ้าในพื้นที่ โดยปัจจุบันมีการอนุญาตให้ติดตั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถือว่าให้เป็นสาธารณูปโภค ถือว่าเป็นการชดเชย และการให้อุตสาหกรรมมาช่วยหารก็ทำให้รัฐออกเงินน้อยลง
ค่าไฟแฝง ภาระประชาชนต้องจ่าย ความซ้ำซ้อนซ่อนในบิลรายจ่าย
ค่าไฟแฝง ประชาชนแบกรับซ้ำซ้อน ทำไมจ่ายภาษีแล้ว ต้องจ่ายค่าไฟทางสาธารณะ ที่แฝงอยู่ในโครงสร้างบิลค่าไฟ “นักวิชาการ” ชี้ ควรแจกแจงค่าไฟฟ้าในบิลให้ชัดเจน ป้องกันหมกเม็ด
หลังมีการเผยแพร่ความเห็นของ นายเอกกวิน โชคประสพรวย ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี จากพรรคประชาชน ที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบค่าไฟฟ้าของประเทศไทย ระบุว่า เพิ่งทราบว่า ค่าไฟฟ้าสำหรับไฟตามถนนและพื้นที่สาธารณะ ถูกนำมาคำนวณรวมอยู่ในภาระค่าไฟฟ้า ที่ประชาชนต้องจ่ายมาเป็นเวลานาน
“เพิ่งทราบว่าเราทุกคนเป็นคนจ่ายค่าไฟ ที่อยู่ตามท้องถนนหรือที่สาธารณะ การไฟฟ้าเอามาหารเฉลี่ยลงในบิลค่าไฟของทุกบ้านมานานแล้ว” ซึ่งข้อความดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสและถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนไม่เคยรับรู้ถึงข้อมูลนี้มาก่อน
ล่าสุด วันนี้ (22 มิ.ย.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงกรณีการคิดค่าไฟฟ้าเหมารวมไฟทางกับไฟบ้านประชาชนว่า ตนมีนโยบายที่อยากจะลดภาระค่าครองชีพและลดค่าไฟให้ประชาชน โดยเตรียมแนวทางแก้ไขใน 3 เรื่องหลัก คือ
1. การทบทวนสัญญาแอดเดอร์ (Adder)
2. การปรับปรุงบิลค่าไฟทางถนนสาธารณะที่นำไปรวมกับค่าไฟฐาน
3. อัตราการรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าและการขายไฟให้เอกชน
ซึ่งทั้ง 3 นโยบายนี้จะสามารถลดภาระค่าไฟของประชาชนได้หากมีการปรับปรุง
เจาะโครงสร้างค่าไฟแฝง ประชาชนจ่ายมานาน แต่ไม่รู้
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในเรื่องดังประเด็นค่าไฟแฝงที่อยู่ในบิลค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของประชาชนว่า ก่อนอื่นเราต้องแยกประเภทของไฟถนนออกเป็น 2 ส่วน เพื่อลดความสับสน ดังนี้
ไฟถนนหลวงสายหลัก , มอเตอร์เวย์ , ถนนข้ามจังหวัด ส่วนนี้ดูแลโดยหน่วยงานส่วนกลาง เช่น กรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ซึ่งค่าไฟฟ้าในส่วนนี้จะถูกจ่ายผ่าน "งบประมาณแผ่นดิน" โดยเงินภาษีที่ประชาชนจ่ายไปตามปกติ ประชาชนไม่ได้จ่ายเพิ่มในบิลค่าไฟรายเดือน
แต่ในกรณี ไฟสาธารณะในชุมชน , ตรอกซอกซอย , ถนนเชื่อมหมู่บ้าน ส่วนนี้อยู่ในความดูแลของ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีโควต้าใช้ไฟฟรี 10% ต่อเดือน หากใช้ไม่เกินก็จะได้ใช้ฟรี โดยค่าไฟส่วนนี้เองที่เป็นประเด็นว่าประชาชนในท้องที่นั้นต้องจ่ายแฝงอยู่ในบิลค่าไฟฟ้า 
ตามหลักเกณฑ์ที่มีมาเป็นเวลานาน ทาง อปท. จะได้โควต้าใช้ไฟฟรี 10% ต่อเดือนของค่าไฟฐาน หากในพื้นที่ใช้ไฟส่องสว่างไม่เกินโควต้านี้ อปท. ก็ไม่ต้องควักงบประมาณตัวเองจ่ายเพิ่ม แต่ค่าใช้จ่ายในกรอบ 10 % จะถูกนำไปเฉลี่ยรวมไว้ใน "ค่าไฟฐาน" ที่เก็บจากบิลค่าไฟของประชาชน (คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยเกือบ 10 สตางค์ต่อหน่วย)
“ตอนนี้ทุกคนช่วยรับภาระ 10% ค่าไฟฟรีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ มันก็ทุกคนร่วมกันหารยาวอยู่แล้ว” ดร. อารีพร กล่าว
ดังนั้นการแยกบิล จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อความโปร่งใสและชัดเจน เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้นประชาชนก็จ่าย 10% นี้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีระบุไว้ในบิลอย่างชัดเจน
ดร. อารีพร ฝากทิ้งท้ายว่า การคำนวณค่าไฟของประเทศไทยนั้นมีความซับซ้อน และมีส่วนที่ยังไม่รู้อีกมาก เช่น ค่าความพร้อมจ่าย ค่า Adder ซึ่งมีสัดส่วนที่สูงกว่าสิบสตางค์ เหมือนตอนนี้เราจ่ายทับซ้อนอยู่ ทั้งภาษี ทั้งค่าไฟที่เรียกว่าเป็นสินค้าสาธารณะที่มันควรจะมีการระบุให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนมากกว่านี้
ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องปฏิรูปโครงสร้างบิลค่าไฟ เพื่อความโปร่งใส แยกรายละเอียดต้นทุนทุกอย่างออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริง และมั่นใจว่าไม่ได้กำลังแบกรับภาระที่ซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น
ความลับบิลค่าไฟ ทำไมทุกบ้านต้องช่วยจ่ายค่าไฟสาธารณะ หลังถูกซ่อนมากว่า 10 ปี