รู้ไหมว่า จังหวัดปทุมธานี กำลังกลายเป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญในระดับโลก ที่เกาะขบวน AI ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตอนนี้
เพราะเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีโรงงานอยู่ในเขตอุตสาหกรรมนวนคร
บริษัทที่ว่านั้น ชื่อว่า Lumentum ที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ขาดไม่ได้
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ในระดับโลก Lumentum ปี 2025 มีรายได้ราว 54,000 ล้านบาท ขณะที่ในประเทศไทย มีรายได้ถึง 13,000 ล้านบาท เลยทีเดียว
Lumentum เป็นใครมาจากไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/share/p/1BD6DZWRrS/?mibextid=wwXIfr
ปัจจุบันโลกของเราก้าวหน้าไปด้วยสมองสองอย่าง
นั่นคือ สมองมนุษย์ และสมองชิปประมวลผล
สมองชิปประมวลผล อยู่เบื้องหลังการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง ไปจนถึง AI ที่เราใช้อยู่ทุก ๆ วัน ก็มาจากการทำงานของสมองนี้
แต่ปัจจุบัน สมองชิปประมวลผลดูเหมือนว่าจะเจอความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะปัจจุบันชิปประมวลผล สามารถใส่ทรานซิสเตอร์อัดลงไปได้เล็กสุดแค่ 2 นาโนเมตร
ทรานซิสเตอร์พวกนี้อัดอยู่ในชิป ซึ่งคอยกำกับให้ชิปประมวลผลทำงานได้อีกทอดหนึ่ง
แล้วทรานซิสเตอร์พวกนี้เล็กแค่ไหน ถ้าเราเทียบกับมดที่มีขนาดตัวราว 3 มิลลิเมตร แปลว่า มันเล็กกว่ามดถึง 1.5 ล้านเท่าเลยทีเดียว
เพราะยิ่งทรานซิสเตอร์ในชิปประมวลผลเล็กลงเท่าไร มันก็ยิ่งประมวลผลได้ซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น
แต่ปัญหาคือ ถ้ามันเล็กลงไปมากกว่านี้ มันจะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Quantum Tunneling ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันทำให้เราควบคุมการทำงานของชิปประมวลผลไม่ได้
นอกจากนี้ ชิปประมวลผลที่ใช้กระแสไฟฟ้าข้างในเป็นหลัก
พอใช้ไปนาน ๆ ก็เกิดความร้อนสูงตามมาด้วย
พอเป็นแบบนี้ สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ จึงกลายเป็นเทคโนโลยี Photonics หรือ การใช้แสง ที่มนุษย์รู้จักกันว่ามีความเร็วที่สุดในโลก
และหนึ่งในบริษัทที่เก่งเรื่องแสง นั่นก็คือ Lumentum ที่มีฐานการผลิตสำคัญอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทยนี่เอง
คำถามคือ แล้ว Lumentum เอาความเก่งเรื่องแสงมาแก้ปัญหาที่ชิปประมวลผลเจออยู่ตอนนี้อย่างไร ?
จริง ๆ แล้ว พอชิปประมวลผลแต่ละอันมาทำงานร่วมกัน มันก็ต้องมีโครงข่ายเชื่อมโยงและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกัน คล้ายกับเส้นประสาทในสมองของมนุษย์
ดังนั้นถ้าอยากทำให้การประมวลผลไวขึ้น ก็ต้องทำให้ระบบประสาทส่งผ่านข้อมูลกันไวขึ้น แสงจึงเข้ามาเป็นเส้นประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างชิปประมวลผลด้วยกันแทน
เพราะในโลกที่ AI กำลังเติบโต เส้นประสาทที่ทำด้วยสายไฟแบบเดิม ๆ อย่างทองแดง ไม่สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่มหาศาลมากขึ้นเรื่อย ๆ
พอเรายิ่งส่งผ่านข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเกิดความร้อนสูงขึ้นระหว่างทางในสายไฟเป็นเงาตามตัว แต่ถ้าใช้แสงเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล ปัญหาความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างทางนี้ก็จะหมดไป
แถมการใช้แสงยังทำให้เราส่งผ่านข้อมูลได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับไฟฟ้า เพราะแสงมีหลายคลื่นความยาวในตัวเอง เหมือนกับสายรุ้งกินน้ำ 7 สีที่เราเห็นหลังฝนตก
ดังนั้น ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายสุดว่าแสงมาช่วยสมองชิปประมวลผลอย่างไร มันก็คือการสร้างทางด่วนข้อมูล 7 เลนแบบสายรุ้ง (จริง ๆ มากกว่านั้น) ซึ่งเป็นตัวแทนของข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ นั่นเอง
ซึ่งปัจจุบัน Lumentum ก็ไม่ได้สร้างแค่เส้นประสาททางด่วนข้อมูลใหม่ด้วยการใช้แสงแค่อย่างเดียว แต่ยังผลิตเลเซอร์ในการยิงแสงต้นทางอีกด้วย
โดยเป็นเลเซอร์ยิงแสงที่สามารถใช้ได้ทั้งในวงการอุตสาหกรรมชิป ไปจนถึงวงการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการตัดวัสดุต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำสูง
ด้วยความเก่งเรื่อง Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสงนี้ แถมยังเกาะขบวนไปกับอุตสาหกรรมชิประดับโลก ทำให้มูลค่าบริษัท Lumentum พุ่งทะยานขึ้นราวกับจรวด
ในปี 2024 บริษัทมีมูลค่าราว 160,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กลับมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 2,300,000 ล้านบาท
เรียกได้ว่า ภายในเวลาแค่ 2 ปี บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 13 เท่าเลยทีเดียว..
แล้วที่ผ่านมา ผลประกอบการของ บริษัท Lumentum เป็นอย่างไรบ้าง ? (ปิดงบสิ้นเดือนมิถุนายนของปี)
ปี 2025
- รายได้ 54,000 ล้านบาท
- กำไร 823 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2026
- รายได้ 66,000 ล้านบาท
- กำไร 7,400 ล้านบาท
จะเห็นว่า บริษัทมีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
และหากเราไปดูผลประกอบการของ บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (ปิดงบสิ้นเดือนมิถุนายนของปี) บริษัทในเครือ Lumentum จากสหรัฐฯ จะพบว่า
ปี 2024
- รายได้ 10,000 ล้านบาท
- กำไร 106 ล้านบาท
ปี 2025
- รายได้ 13,000 ล้านบาท
- กำไร 810 ล้านบาท
เรียกได้ว่า รายได้และกำไรของบริษัทก็เติบโตขึ้น เหมือนกับผลประกอบการของบริษัทแม่ด้วยเช่นกัน
สำหรับคนที่สนใจ Lumentum ตอนนี้มีกองทุนไทยที่ลงทุนใน Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสงกองแรกออกมาแล้ว ใครสนใจดูได้ในคอมเมนต์
ทั้งนี้ บทบาทสำคัญของโรงงาน Lumentum ที่ปทุมธานีนี้ แม้อาจไม่ใช่ศูนย์วิจัยหรือออกแบบ แต่เป็นฐานการผลิต ที่นำไปติดตั้งในดาตาเซนเตอร์ ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอีกที
จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่า วันนี้ ปทุมธานีไม่ได้เป็นแค่จังหวัดหนึ่งในปริมณฑล แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับ Photonics หรือเทคโนโลยีแสงที่ AI ทั้งโลกขาดไม่ได้ นั่นเอง..
—-
Lumentum บริษัทที่ทำให้ปทุมธานี เกาะขบวน AI ระดับโลก /โดย ลงทุนแมน
เพราะเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีโรงงานอยู่ในเขตอุตสาหกรรมนวนคร
บริษัทที่ว่านั้น ชื่อว่า Lumentum ที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ขาดไม่ได้
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ในระดับโลก Lumentum ปี 2025 มีรายได้ราว 54,000 ล้านบาท ขณะที่ในประเทศไทย มีรายได้ถึง 13,000 ล้านบาท เลยทีเดียว
Lumentum เป็นใครมาจากไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/share/p/1BD6DZWRrS/?mibextid=wwXIfr
ปัจจุบันโลกของเราก้าวหน้าไปด้วยสมองสองอย่าง
นั่นคือ สมองมนุษย์ และสมองชิปประมวลผล
สมองชิปประมวลผล อยู่เบื้องหลังการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่าง ไปจนถึง AI ที่เราใช้อยู่ทุก ๆ วัน ก็มาจากการทำงานของสมองนี้
แต่ปัจจุบัน สมองชิปประมวลผลดูเหมือนว่าจะเจอความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะปัจจุบันชิปประมวลผล สามารถใส่ทรานซิสเตอร์อัดลงไปได้เล็กสุดแค่ 2 นาโนเมตร
ทรานซิสเตอร์พวกนี้อัดอยู่ในชิป ซึ่งคอยกำกับให้ชิปประมวลผลทำงานได้อีกทอดหนึ่ง
แล้วทรานซิสเตอร์พวกนี้เล็กแค่ไหน ถ้าเราเทียบกับมดที่มีขนาดตัวราว 3 มิลลิเมตร แปลว่า มันเล็กกว่ามดถึง 1.5 ล้านเท่าเลยทีเดียว
เพราะยิ่งทรานซิสเตอร์ในชิปประมวลผลเล็กลงเท่าไร มันก็ยิ่งประมวลผลได้ซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น
แต่ปัญหาคือ ถ้ามันเล็กลงไปมากกว่านี้ มันจะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า Quantum Tunneling ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันทำให้เราควบคุมการทำงานของชิปประมวลผลไม่ได้
นอกจากนี้ ชิปประมวลผลที่ใช้กระแสไฟฟ้าข้างในเป็นหลัก
พอใช้ไปนาน ๆ ก็เกิดความร้อนสูงตามมาด้วย
พอเป็นแบบนี้ สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ จึงกลายเป็นเทคโนโลยี Photonics หรือ การใช้แสง ที่มนุษย์รู้จักกันว่ามีความเร็วที่สุดในโลก
และหนึ่งในบริษัทที่เก่งเรื่องแสง นั่นก็คือ Lumentum ที่มีฐานการผลิตสำคัญอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทยนี่เอง
คำถามคือ แล้ว Lumentum เอาความเก่งเรื่องแสงมาแก้ปัญหาที่ชิปประมวลผลเจออยู่ตอนนี้อย่างไร ?
จริง ๆ แล้ว พอชิปประมวลผลแต่ละอันมาทำงานร่วมกัน มันก็ต้องมีโครงข่ายเชื่อมโยงและส่งผ่านข้อมูลระหว่างกัน คล้ายกับเส้นประสาทในสมองของมนุษย์
ดังนั้นถ้าอยากทำให้การประมวลผลไวขึ้น ก็ต้องทำให้ระบบประสาทส่งผ่านข้อมูลกันไวขึ้น แสงจึงเข้ามาเป็นเส้นประสาทที่เชื่อมต่อระหว่างชิปประมวลผลด้วยกันแทน
เพราะในโลกที่ AI กำลังเติบโต เส้นประสาทที่ทำด้วยสายไฟแบบเดิม ๆ อย่างทองแดง ไม่สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่มหาศาลมากขึ้นเรื่อย ๆ
พอเรายิ่งส่งผ่านข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเกิดความร้อนสูงขึ้นระหว่างทางในสายไฟเป็นเงาตามตัว แต่ถ้าใช้แสงเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล ปัญหาความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างทางนี้ก็จะหมดไป
แถมการใช้แสงยังทำให้เราส่งผ่านข้อมูลได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับไฟฟ้า เพราะแสงมีหลายคลื่นความยาวในตัวเอง เหมือนกับสายรุ้งกินน้ำ 7 สีที่เราเห็นหลังฝนตก
ดังนั้น ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายสุดว่าแสงมาช่วยสมองชิปประมวลผลอย่างไร มันก็คือการสร้างทางด่วนข้อมูล 7 เลนแบบสายรุ้ง (จริง ๆ มากกว่านั้น) ซึ่งเป็นตัวแทนของข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ นั่นเอง
ซึ่งปัจจุบัน Lumentum ก็ไม่ได้สร้างแค่เส้นประสาททางด่วนข้อมูลใหม่ด้วยการใช้แสงแค่อย่างเดียว แต่ยังผลิตเลเซอร์ในการยิงแสงต้นทางอีกด้วย
โดยเป็นเลเซอร์ยิงแสงที่สามารถใช้ได้ทั้งในวงการอุตสาหกรรมชิป ไปจนถึงวงการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการตัดวัสดุต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำสูง
ด้วยความเก่งเรื่อง Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสงนี้ แถมยังเกาะขบวนไปกับอุตสาหกรรมชิประดับโลก ทำให้มูลค่าบริษัท Lumentum พุ่งทะยานขึ้นราวกับจรวด
ในปี 2024 บริษัทมีมูลค่าราว 160,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน กลับมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 2,300,000 ล้านบาท
เรียกได้ว่า ภายในเวลาแค่ 2 ปี บริษัทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 13 เท่าเลยทีเดียว..
แล้วที่ผ่านมา ผลประกอบการของ บริษัท Lumentum เป็นอย่างไรบ้าง ? (ปิดงบสิ้นเดือนมิถุนายนของปี)
ปี 2025
- รายได้ 54,000 ล้านบาท
- กำไร 823 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2026
- รายได้ 66,000 ล้านบาท
- กำไร 7,400 ล้านบาท
จะเห็นว่า บริษัทมีรายได้และกำไรเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
และหากเราไปดูผลประกอบการของ บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (ปิดงบสิ้นเดือนมิถุนายนของปี) บริษัทในเครือ Lumentum จากสหรัฐฯ จะพบว่า
ปี 2024
- รายได้ 10,000 ล้านบาท
- กำไร 106 ล้านบาท
ปี 2025
- รายได้ 13,000 ล้านบาท
- กำไร 810 ล้านบาท
เรียกได้ว่า รายได้และกำไรของบริษัทก็เติบโตขึ้น เหมือนกับผลประกอบการของบริษัทแม่ด้วยเช่นกัน
สำหรับคนที่สนใจ Lumentum ตอนนี้มีกองทุนไทยที่ลงทุนใน Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสงกองแรกออกมาแล้ว ใครสนใจดูได้ในคอมเมนต์
ทั้งนี้ บทบาทสำคัญของโรงงาน Lumentum ที่ปทุมธานีนี้ แม้อาจไม่ใช่ศูนย์วิจัยหรือออกแบบ แต่เป็นฐานการผลิต ที่นำไปติดตั้งในดาตาเซนเตอร์ ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอีกที
จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่า วันนี้ ปทุมธานีไม่ได้เป็นแค่จังหวัดหนึ่งในปริมณฑล แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับ Photonics หรือเทคโนโลยีแสงที่ AI ทั้งโลกขาดไม่ได้ นั่นเอง..
—-