อิริน่า นักศึกษาสิ่งทอที่ไม่ชอบใจกับระบบอุตสาหกรรมในยุคทุนนิยมที่ทุกอย่างเหมือนว่าจะผูกขาดไปซะหมด
ไหนจะเรื่องของบริษัทที่เธอขอไปฝึกงานด้วยก็ปฏิเสธ เท่านั้นยังไม่พอ
อิริน่ายังมีปัญหากับแฟนหนุ่มนักดนตรีอีกต่างหาก ทุกอย่างเป็นปัญหาที่ทำให้เธอกลุ้มใจและเบื่อหน่ายกับชีวิต
จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้รับโน้ตส่งมาที่บ้าน ชวนให้เธอไปรับงานในช่วงฤดูร้อน
เกี่ยวกับการผลิตสิ่งทอที่หมู่บ้าน Kyrsya อันโดดเดี่ยว เมื่อเธอไปถึง อิริน่าสัมผัสได้ว่า
หมู่บ้าน กึ๊รซา แห่งนี้ นั้นเงียบสงบและไม่เหมือนใคร
เวลาผ่านไป..ขณะที่เธอพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลางป่าของฟินแลนด์ที่ไม่สิ้นสุด
ผู้คนในหมู่บ้านกึ๊รชาที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย ก็เริ่มแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ให้ได้เห็น
และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ถูกปกปิดไว้...
Kyrsya – Tuftland ภาพยนตร์สัญชาติฟินแลนด์ เป็นหนังประเภทที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความผิดปกติของคนเหล่านี้
ซึ่งมันจะดำเนินไปตลอดทั้งเรื่อง จนกระทั่งถึงจุดพีค ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้
ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วใจมันคิดถึง Midsommar หนังสยองขวัญของแอรี แอสเตอร์ ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายเมื่อปี 2019
ด้วยว่าเรื่องของคนในเมืองที่มาอยู่ในหมู่บ้านห่างไกล และพบเจอกับความแปลกประหลาดสักอย่าง..
ความงามของธรรมชาติ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอันน่าขนลุกของหมู่บ้านอันโดดเดี่ยว
นอกจากนี้เพลงประกอบแนวสแกนดิเนเวียก็ยังเป็นพื้นฐานที่เสริมให้สองเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกันได้
(Midsommar เป็นเรื่องที่เกิดในสวีเดน ส่วนเรื่องนี้เกิดฟินแลนด์ ก็ใกล้ๆกันล่ะครับ)
อาจจะด้วยเรื่องของตำนานหรือความเชื่อบางอย่างในแถบสแกนดิเนเวียทำให้เรื่องสองเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงที่ไปด้วยกันได้
ในตอนท้ายทั้ง 2 เรื่องมีบางอย่างที่เหมือนกัน ตอนแรกผมก็ดูว่าเป็นบทภาพยนตร์ดัดแปลงหรือเปล่า
แต่ก็ไม่นะครับ ทั้งสองเรื่องเป็นงานเขียนบทใหม่ทั้งสิ้น แต่ผู้กำกับทั้ง 2 นำเอานิทานปรัมปราในท้องถิ่น
บวกกับความเชื่อบางอย่างที่คล้ายกันใส่เข้าไป
แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆ ก็คือ Midsommar ที่ทุกอย่างที่เกลาออกมาจนกลมกล่อมและสมบูรณ์แบบ
ขณะที่ Kyrsya ปล่อยทุกอย่างออกมาแต่ไปไม่สุดสักทาง ยิ่งตอนท้ายเรื่องนี้ผมยิ่งแบบเห้ยยยย WTF .... เอาเวลาข้าพเจ้าคืนมา....
อ่อ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นสักทีเดียวนะครับ เพราะความดีงามของหนังเรื่องนี้ทั้งหมด
ผมขอยกให้กับ Veera W. Vilo นางเอกของเรื่องกับบท Irina นักเรียนจากในเมือง
เพราะเธอคนนี้คนเดียวจริงๆที่ทำให้ผมทนดูหนังเรื่องนี้จนจบได้ ^^
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== Kyrsya (2017) หมู่บ้านวิปริต..จิตวิปลาส ==
อิริน่า นักศึกษาสิ่งทอที่ไม่ชอบใจกับระบบอุตสาหกรรมในยุคทุนนิยมที่ทุกอย่างเหมือนว่าจะผูกขาดไปซะหมด
ไหนจะเรื่องของบริษัทที่เธอขอไปฝึกงานด้วยก็ปฏิเสธ เท่านั้นยังไม่พอ
อิริน่ายังมีปัญหากับแฟนหนุ่มนักดนตรีอีกต่างหาก ทุกอย่างเป็นปัญหาที่ทำให้เธอกลุ้มใจและเบื่อหน่ายกับชีวิต
จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้รับโน้ตส่งมาที่บ้าน ชวนให้เธอไปรับงานในช่วงฤดูร้อน
เกี่ยวกับการผลิตสิ่งทอที่หมู่บ้าน Kyrsya อันโดดเดี่ยว เมื่อเธอไปถึง อิริน่าสัมผัสได้ว่า
หมู่บ้าน กึ๊รซา แห่งนี้ นั้นเงียบสงบและไม่เหมือนใคร
เวลาผ่านไป..ขณะที่เธอพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลางป่าของฟินแลนด์ที่ไม่สิ้นสุด
ผู้คนในหมู่บ้านกึ๊รชาที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย ก็เริ่มแสดงพฤติกรรมแปลก ๆ ให้ได้เห็น
และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ถูกปกปิดไว้...
Kyrsya – Tuftland ภาพยนตร์สัญชาติฟินแลนด์ เป็นหนังประเภทที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความผิดปกติของคนเหล่านี้
ซึ่งมันจะดำเนินไปตลอดทั้งเรื่อง จนกระทั่งถึงจุดพีค ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้
ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วใจมันคิดถึง Midsommar หนังสยองขวัญของแอรี แอสเตอร์ ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายเมื่อปี 2019
ด้วยว่าเรื่องของคนในเมืองที่มาอยู่ในหมู่บ้านห่างไกล และพบเจอกับความแปลกประหลาดสักอย่าง..
ความงามของธรรมชาติ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอันน่าขนลุกของหมู่บ้านอันโดดเดี่ยว
นอกจากนี้เพลงประกอบแนวสแกนดิเนเวียก็ยังเป็นพื้นฐานที่เสริมให้สองเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกันได้
(Midsommar เป็นเรื่องที่เกิดในสวีเดน ส่วนเรื่องนี้เกิดฟินแลนด์ ก็ใกล้ๆกันล่ะครับ)
อาจจะด้วยเรื่องของตำนานหรือความเชื่อบางอย่างในแถบสแกนดิเนเวียทำให้เรื่องสองเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงที่ไปด้วยกันได้
ในตอนท้ายทั้ง 2 เรื่องมีบางอย่างที่เหมือนกัน ตอนแรกผมก็ดูว่าเป็นบทภาพยนตร์ดัดแปลงหรือเปล่า
แต่ก็ไม่นะครับ ทั้งสองเรื่องเป็นงานเขียนบทใหม่ทั้งสิ้น แต่ผู้กำกับทั้ง 2 นำเอานิทานปรัมปราในท้องถิ่น
บวกกับความเชื่อบางอย่างที่คล้ายกันใส่เข้าไป
แต่ถ้าให้พูดกันตรงๆ ก็คือ Midsommar ที่ทุกอย่างที่เกลาออกมาจนกลมกล่อมและสมบูรณ์แบบ
ขณะที่ Kyrsya ปล่อยทุกอย่างออกมาแต่ไปไม่สุดสักทาง ยิ่งตอนท้ายเรื่องนี้ผมยิ่งแบบเห้ยยยย WTF .... เอาเวลาข้าพเจ้าคืนมา....
อ่อ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นสักทีเดียวนะครับ เพราะความดีงามของหนังเรื่องนี้ทั้งหมด
ผมขอยกให้กับ Veera W. Vilo นางเอกของเรื่องกับบท Irina นักเรียนจากในเมือง
เพราะเธอคนนี้คนเดียวจริงๆที่ทำให้ผมทนดูหนังเรื่องนี้จนจบได้ ^^
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===