JJNY : “ไอซ์”ย้ำ TH-AI Passport มีข้อพิรุธ│ภคมนจี้กรมการปกครอง-ปลัดมท.แจง│ทนายอาร์มร้องกมธ.│กมธ.พบพิรุธเหล็ก ซินเคอหยวน

“ไอซ์” ย้ำ TH-AI Passport มีข้อพิรุธ แนะนายกฯ ศึกษาข้อมูลก่อนไฟเขียว ลั่น ปชน. อยากให้ยกเลิก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2940303
.

“ไอซ์ รักชนก” ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ ย้ำชัด TH-AI Passport มีข้อพิรุธ แนะนายกฯ ศึกษาข้อมูลก่อนไฟเขียว ย้ำจุดยืน ปชน. ต้องการให้ยกเลิกโครงการนี้จ่อรวบรวมหลักฐานยื่น ป.ป.ช. - สตง. ตรวจสอบ 
.
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการประชุมฯ ถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แสดงท่าทีสนับสนุนให้เดินหน้าโครงการ TH-AI Passport  ต่อไปนั้นว่า นายกรัฐมนตรีอาจจะยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียดหรือติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีภารกิจมาก จึงอยากฝากให้ทีมงานใกล้ชิดช่วยบรีฟสรุปข้อมูลให้ท่านทราบก่อนที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ท่านมีความมั่นใจในรายละเอียดของเกณฑ์ต่าง ๆ เหมือนกรณีโครงการ “ไทยช่วยไทย” และเพื่อป้องกันไม่ให้คำตอบของท่านดูเหมือนคนที่ไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานของโครงการฯ เลย
.
พร้อมตั้งข้อสังเกตงบประมาณจัดประชาพิจารณ์และ TOR ในส่วนของการจัดรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) โครงการ TH-AI Passport ที่มีกระแสข่าวว่ามีการเกณฑ์คนเข้าร่วมและผู้ร่วมงานอาจไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริงนั้น แม้ทางกระทรวงจะออกมาปฏิเสธ แต่ทางพรรคประชาชนมองว่าต้องมีการตรวจสอบเชิงลึก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องงบประมาณ ว่าเงินที่ใช้ในการจัดรับฟังความคิดเห็นนั้น เป็นงบก้อนเดียวกับเงินสำหรับจัดงานเปิดตัวโครงการตามที่ระบุไว้ใน TOR ซึ่งกำหนดว่าต้องจัด 1 งาน และมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน หรือไม่ เพื่อความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ
.
สำหรับการประชุมในวันนี้ มีตัวแทนจากหน่วยงานตรวจสอบอย่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมด้วย โดยขั้นตอนต่อไปทางพรรคจะรวบรวมหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นให้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า จุดยืนของพรรคประชาชนคือ “ต้องการให้ยกเลิกโครงการนี้” เนื่องจากมีความน่าสงสัยมาโดยตลอด หากรัฐบาลต้องการดำเนินโครงการจริงๆ ควรไปเริ่มต้นใหม่โดยการตั้งงบประมาณในปีถัดไป เพื่อให้กระบวนการทุกอย่างถูกต้องและไร้ข้อครหา ทั้งนี้หากรัฐมนตรียังยืนยันจะเดินหน้าต่อ ก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวอาจมี “ราคาที่ต้องจ่าย” ในภายหลัง
.

.
ภคมน จี้ กรมการปกครอง-ปลัด มท. แจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ หากเบี้ยวอีกจ่อใช้อำนาจเรียก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5766676
.
ภคมน จี้ “กรมการปกครอง-ปลัดมท.” เข้าชี้กมธ.พัฒนาการเมืองฯ หากเบี้ยวแจงอีกเตรียมใช้อำนาจเรียก ยัน มีวุฒิภาวะพอ แยกบทบาทฝ่ายค้าน-ประธานกมธ.ออก เตือน ข้าราชการแคร์สายตาประชาชน ชี้ น้ำเงินช่วยด้วย ลุแก่อำนาจไม่เป็นกลางทางการเมือง
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส. ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณากรณีช่วยน้ำเงินด้วยในวันนี้ ว่า วันนี้มีการเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาซ้ำ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่าการประชุมที่กำลังจะเริ่มขึ้น มีตัวแทนทั้ง 2 หน่วยงานเข้ามาร่วมประชุมหรือไม่ แต่คาดหวังว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่กมธ. จะเค้นเอาความผิดของบุคคลใดคนหนึ่ง แต่อยากให้กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยที่มีข้อกังขามากมาย ได้ตอบคำถามประชาชน และเคลียร์ไปทีละเรื่อง
.
ซึ่งการที่ตนเป็นนั่งเป็นประธานกมธ.ไม่ใช่ศาล เราไม่ตัดสินใครอยู่แล้ว เพียงแต่อยากใช้พื้นที่กมธ. เป็นเวทีกลางให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาสตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องช่วยน้ำเงินด้วย การขยายกรอบอำนาจของเครือข่ายสีน้ำเงิน
.
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมองว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย แต่นี่คือการขยายอำนาจแบบที่ไม่แคร์พี่น้องประชาชนเลย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามเป็นการลุแก่อำนาจในการที่ข้าราชการ ไม่รู้สึกตระหนักแล้วว่าตัวเองเป็นกลางทางการเมือง แล้วถ้าวันนี้มีความผิดพลาดอะไร ท่านบอกว่าใช้ไลน์สาธารณะ เรื่องนี้ในฐานะกมธ.และส.ส. ฝ่ายค้าน ต้องตามให้ถึงที่สุด” น.ส.ภคมน กล่าว
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า อย่างน้อยประชาชนต้องรู้ว่าคณะกรรมการสอบที่นายกรัฐมนตรีบอกเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มต้นขึ้นแล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลล่าสุดกมธ. ได้จากหน่วยงานที่มาชี้แจงครั้งที่ผ่านมานั้น ก็ยืนยันว่า ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปของเรื่องการย้ายผู้ว่าฯ เราจะยังเชื่อมั่นได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องแรกท่านยังไม่สะสาง ฉะนั้น ตนจึงอยากจะขอร้องตรงนี้ว่า กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ควรจะแคร์สายตาประชาชน และออกมาชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ให้ถูกต้อง และไม่ว่าท่านจะทำอะไรหลังจากนี้ ประชาชนจับตาอยู่
.
เมื่อถามว่า หากไม่มาชี้แจงจำเป็นต้องใช้อำนาจในการเรียกหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เพราะเราคาดหวังว่าคนเป็นข้าราชการ หรือหน่วยงานขององค์การปกครอง ควรจะมีความรับผิดชอบต่อประชาชน หรือควรจะมีความรับผิดชอบต่อข้อกังขาของประชาชนตั้งคำถาม แต่ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าตนพยายามถึงที่สุด ในการหาคำตอบให้กับสาธารณชน ท่านยังไม่ให้ความร่วมมือ ก็ต้องใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในการหาคำตอบให้กับสังคมให้ได้
.
เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีข้อกังขาว่า ในหน่วยงานมีการปกป้องกันเอง น.ส.ภคมน กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นข้อกังขา แต่ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศในการประชุมกมธ. ครั้งที่ผ่านมามีบรรยากาศแบบนั้นอยู่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรองอธิบดีกรมการปกครอง จำเป็นจะต้องปกป้องบุคคล ทำไมไม่ปกป้ององค์กรหรือประชาชน วันนี้ไม่ว่าข้าราชการซีไหน สิ่งที่ท่านต้องปกป้องคือพี่น้องประชาชน แล้วพี่น้องจะอยู่อย่างไรถ้าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ท่านก็ดูไม่ได้สนใจที่จะปกป้องสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้สักเท่าไหร่ นี้คือสิ่งที่สาธารณประโยชน์ ควรจะต้องจับตาต่อไป
.
ดิฉันยืนยันอีกครั้งว่า จะต้องแยกบทบาทระหว่างการเป็นส.ส. ฝ่ายค้านและประธานกมธ. และยืนยันว่าอายุเท่านี้แล้ว ดิฉันมีวุฒิภาวะมากพอ เพียงแต่ท่านเองต้องไม่มีอคติในการเข้ามาในกมธ. และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องแคร์ดิฉัน แต่ท่านต้องแคร์ประชาชน ท่านต้องแคร์ว่าวันนี้ประชาชนมององค์กรและพวกท่าน ในสายตาพวกเขาเป็นแบบไหน เคลียร์ข้อครหานั้นแล้วท่านจะได้เดินหน้าทำงานเรื่องอื่นต่อไป วันนี้ต่อให้ท่านบอกว่าจะตรวจสอบสิ่งใดก็ตาม ใครจะเชื่อ ว่าท่านจะตรวจสอบอะไรได้ ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรท่าน ท่านยังไม่กล้าที่จะตรวจสอบมันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ดังนั้น ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง พี่น้องประชาชนจับตาดูท่านอยู่” น.ส.ภคมน กล่าว
.

.
ทนายอาร์ม ร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง สอบ อบจ.สงขลากู้เงิน 2 พันล้านซ่อมถนน ไม่เปิดข้อมูลประชาคม https://www.matichon.co.th/politics/news_5766669
.
‘ทนายอาร์ม’ ร้อง ‘กมธ.พัฒนาการเมือง’ สอบปมกู้เงิน 2 พันล้าน ของ อบจ.สงขลา ชี้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ทำชาวสงขลาเป็นหนี้ อ้างทำประชาคมแล้ว แต่ไม่เปิดข้อมูลความเห็น ด้าน ‘ภคมน’ จี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ สอบความผิดปกติให้โปร่งใสไม่เกรงกลัวว่าใครพวกใคร
.
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายอาร์ม ตัวแทนเครือข่ายบ้านเกิดเมืองนอน จังหวัดสงขลา ถึงปัญหาการกู้เงิน 2 พันล้านบาทของ อบจ.สงขลา
.
โดย นายพงศกรกล่าวว่า ปัญหาการกู้ยืมเงินของ อบจ.จังหวัดสงขลามูลค่า 2 พันล้านบาท เป็นการกู้หนี้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ทำให้จังหวัดสงขลา มีปัญหาเรื่องการพัฒนาไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้อย่างน้อย 10 ปี การกู้ยืมเงินดังกล่าวผิดต่อระเบียบในการกู้ยืม ที่จะต้องเป็นกรณีที่เร่งด่วนไม่สามารถใช้งบปัจจุบันได้แต่เรื่องของ อบจ.จังหวัดสงขลา มีการกู้ยืมเงินไปซ่อมถนนทั้งหมด ซึ่งเป็นการตั้งกู้เงินก่อนที่จะมีโครงการซ่อมแซมถนน และยังมีเรื่องการทำประชาคม ที่ไม่เป็นความจริงและข้อมูลถูกบิดเบือน
.
นายพงศกรกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องนี้ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นคนเดิม ได้รับการตอบกลับมาว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ไม่นานมานี้คนเดิมถูกย้าย เป็นอธิบดีคนใหม่เข้ามา อนุมัติทันทีทำให้ชาวสงขลาเคลือบแคลงใจ ที่ต้องทนรับหนี้ 2 พันล้านอย่างไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม จึงอยากให้กรรมาธิการ ช่วยเหลือชาวสงขลายับยั้งเงินก้อนนี้ ยับยั้งการกู้เงินของ อบจ.จังหวัดสงขลา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท
.
ด้าน น.ส.ภคมนกล่าวว่า การที่จัดทำโครงการสาธารณะระดับนี้จะต้องจัดทำความคิดเห็นซึ่งในช่วงแรกเว็บไซต์ของ อบจ.สงขลามียอดคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น 7,000 กว่าความเห็น ซึ่งดูแล้วเป็นความผิดปกติ และเมื่อเข้าไปขอข้อมูลในการแสดงความคิดเห็นนั้นก็ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงต้องตรวจสอบกันว่า 7,000 ความเห็นที่เข้าไปแสดงความเห็นนั้นเป็นความเห็นจริงๆ ของประชาชนหรือประชาชนรู้หรือไม่ว่าจะมีการเกิดสิ่งนี้ขึ้น ซึ่ง กมธ.จะติดตามเรื่องนี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณและประชาชนควรได้รู้ว่างบประมาณที่ อบจ.กู้มาประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ด้วยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
.
ไม่ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ส่วนไหนของประเทศไทย ประชาชนตั้งคำถามสิ่งแรกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับใคร ดังนั้น รัฐบาลต้องแก้ข้อครหานี้ให้ได้ ให้เห็นถึงความผิดปกติทุกอย่างของประเทศว่าไม่มีเบื้องหลัง นายกรัฐมนตรีบอกเองว่ารัฐบาลนี้ไม่มีนอก ไม่มีนัย แต่ไม่แน่ใจว่ามีใบสั่งหรือไม่ ฉะนั้น ต้องทำให้โปร่งใสทั้งหมดตรวจสอบให้โปร่งใสทั้งหมด เราอยากเห็นการใช้อำนาจของรัฐบาลของผู้มีอำนาจ ในประเทศนี้ที่จะตัดสินเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงกลัวว่าใครพวกใคร” น.ส.ภคมนกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่