ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่ามันคือเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดสำหรับความเป็นลูกคนเล็ก
ด้วยต้นทุนทางครอบครัวไม่สูงนักกว่าจะจบมาก็ได้แรงผลักดันจากปู่ ย่า ตา ยาย และญาติทั้งนั้น
ได้เติบโตมา เรียนจบ ทำงานส่งตัวเองเรียน และได้เก็บเงิน ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตเลย และได้หันกลับมามองครอบครัว
ซึ่งแน่นอนความความกตัญญูรู้คุณมันต้องตกที่ฉันอย่างแน่นอน ฉันคือลูกสาวคนเล็ก และมีพี่สาวคนโตเรียนจบปริญญาตรี
คิดว่านางจะมาช่วยกันบริหารครอบครัวเราให้มีกิน มีใช้ไม่ขัดสน แต่เปล่าเลยนางใช้ชีวิตอิสระในวัน 45 ปี ปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการทุกสิ่ง
ว่างงาน หาหลักแหล่งไม่เจอ ซึ่งคนที่หนักอก หนักใจนั่นคือคนเป็นแม่ ส่วนพ่อของฉันลอยตัวละแล้วซึ่งความกังวล ห่วงหาอาทรณ์
ส่วนแม่ของฉันยังทำหน้าที่ตั้งตา รอลูกสาวคนโตเมื่อไรจะกลับบ้าน วันนี้ไม่รับสายเลยทั้งวันมันไปไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งแม่อายุ 66 ปี
ตั้งแต่ฉันกลับมาทำงานที่บ้านได้ 5 ปี ฉันก็ยังไม่เห็นว่าพี่สาวจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเลย ทำให้แม่หนักอก หนักใจไม่เว้นแต่ละวัน
แต่ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนทั้งวัน หาตัวจับยากมาก แต่ก็นั่นแหละเพราะทุกคนเกิดมาต้องใช้ชีวิตพี่สาวก็ได้ใช้ชีวิตแล้วแต่ก็ยังทำให้แม่ห่วงกังวล
ส่วนฉันดูแลตัวเองได้ดี ทำหน้าที่ลูกได้อย่างพอสมควรถึงมันอาจจะไม่ดีแต่มันก็ดีกว่าเดิม
ก็พยายามคิดว่าทุกวันนี้การได้ใช้ชีวิตของเรามันคือการได้ทำงาน พอสิ้นเดือนรับเงินเดือน ซื้อกับข้าวเข้าบ้าน ให้เงินเดือนแม่พ่อ
ได้ดูแลหลานแค่นี้ก็คงเป็นการได้ใช้ชีวิตแล้วแน่เลย แล้วมานั่งถามตัวเองว่าเหนื่อยไหมล่ะ? พอหันกลับไปมองหน้าแม่ก็ไม่เหนื่อยดีกว่า
เพราะแม่ต้องเหนื่อยกว่าแน่นอนแหละ ผู้หญิงคนนึงในวัย 66 ปี ก็ควรได้พักผ่อน นอนดูโทรทัศน์ นั่งกินข้าวอย่างสบายใจได้แล้วเนาะ
แต่แม่ ก็คือแม่ กว่าจะผ่านทุกช่วงอายุมาได้ก็หนักทุกตอนแทนที่จะมีเรื่องให้สบายใจบ้าง แต่กลับต้องมานอนระแวด
ระวังกับการหายไปทางลูกสาวคนโต จนไม่ได้กิน ไม่ได้นอน แต่ทำไงได้แม่ก็ต้องห่วงลูกทุกคน
แต่แค่อยากให้หลังจากนี้ ทุกการสวดมนต์ของฉันได้แผ่ไปให้พี่สาว ให้ได้มีชีวิตที่มั่นคงไม่ต้องลำบาก มีงานทำที่สุจริต
และไม่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องเหนื่อยหัวใจด้วยการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี
ก็จะส่งผลให้เขาได้ดิบได้ดีในสักวันโดยที่ไม่ลำบากตัวเองในอนาคตก็พอ
หากลูกมั่นคงพ่อแม่ก็จะสบายใจ


สวัสดีแล้วพบกันใหม่
ลูกคนเล็ก
เหนื่อยไหมกับการเป็นลูกคนเล็ก!?
สวัสดีแล้วพบกันใหม่
ลูกคนเล็ก