ก็คือเราได้คุยกับผู้ชายคนหนึ่ง
ซึ้งตอนนั้นเราทะเลาะกับครอบครัวและได้ไปขออยู่กับเขา ซึ้งไม่ได้บอกครอบครัวว่าอยู่กับเขา แต่เราบอกว่าอยู่กับเพื่อน แต่ครอบครัวก็น่าจะเอ้ะใจว่าอยู่กับผู้ชาย
เราอยู่ประมาณ1-2วันเราก็ให้เขามาส่งที่หอ และครอบครัวเราก็เห็นเลยได้คุยกันในแต่ละปัญหา
นี้คือประเด็นที่1 ที่เขาน่าจะไม่ค่อยโอเค
ส่วนประเด็นที่2 คือ แฟนเก่าเราได้มาบอกผู้ชายคนนี้ว่าเราทักไปขอคืนดี ซึ่งเรายอมรับว่ายังคุยกันแบบคุยผ่านๆ เราผิดเรายอมรับแต่เราไม่ได้ทักข้อความที่บอกว่า กลับมาหากลับมาคืนดีได้ไหม คำคำนี้เราไม่ได้พูดจริงๆ เพราะช่วงเวลาที่ทักไปนั้น เราก็อยู่กับพี่คนนี้ ซึ้งเขาก็ดูแลเราดี ดีทุกอย่าง มันไม่มีเหตุผลที่เราต้องอยากกลับไปหาคนเก่าเลย
แล้วพอคุยกันทุกอย่าง เขาก็บอกว่า ทางแฟนเก่ามีหลักฐานข้อความที่คุยกันกับเรา เราก็งง ว่าเราทักไปขอคืนดีตอนไหน
พี่คนนี้เลยบอกว่า งั้นก็กลับไปทบทวนตัวเองก่อน สัก3 เดือน
ค่อยกลับมาบอกชอบพี่ใหม่ ถ้าหนูมั่นใจ พี่ก็จะรอ
ซึ้งหนูไม่รู้เขาจะรอหนูจริงๆไหม
แต่ตอนนี้หนูก็กำลังพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
ให้มั่นใจว่าถ้าหนูกลับไปหาเขาทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นอีก
เขาบอกให้เรากลับมาทบทวนตัวเองอีก3เดือน
ซึ้งตอนนั้นเราทะเลาะกับครอบครัวและได้ไปขออยู่กับเขา ซึ้งไม่ได้บอกครอบครัวว่าอยู่กับเขา แต่เราบอกว่าอยู่กับเพื่อน แต่ครอบครัวก็น่าจะเอ้ะใจว่าอยู่กับผู้ชาย
เราอยู่ประมาณ1-2วันเราก็ให้เขามาส่งที่หอ และครอบครัวเราก็เห็นเลยได้คุยกันในแต่ละปัญหา
นี้คือประเด็นที่1 ที่เขาน่าจะไม่ค่อยโอเค
ส่วนประเด็นที่2 คือ แฟนเก่าเราได้มาบอกผู้ชายคนนี้ว่าเราทักไปขอคืนดี ซึ่งเรายอมรับว่ายังคุยกันแบบคุยผ่านๆ เราผิดเรายอมรับแต่เราไม่ได้ทักข้อความที่บอกว่า กลับมาหากลับมาคืนดีได้ไหม คำคำนี้เราไม่ได้พูดจริงๆ เพราะช่วงเวลาที่ทักไปนั้น เราก็อยู่กับพี่คนนี้ ซึ้งเขาก็ดูแลเราดี ดีทุกอย่าง มันไม่มีเหตุผลที่เราต้องอยากกลับไปหาคนเก่าเลย
แล้วพอคุยกันทุกอย่าง เขาก็บอกว่า ทางแฟนเก่ามีหลักฐานข้อความที่คุยกันกับเรา เราก็งง ว่าเราทักไปขอคืนดีตอนไหน
พี่คนนี้เลยบอกว่า งั้นก็กลับไปทบทวนตัวเองก่อน สัก3 เดือน
ค่อยกลับมาบอกชอบพี่ใหม่ ถ้าหนูมั่นใจ พี่ก็จะรอ
ซึ้งหนูไม่รู้เขาจะรอหนูจริงๆไหม
แต่ตอนนี้หนูก็กำลังพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
ให้มั่นใจว่าถ้าหนูกลับไปหาเขาทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นอีก