อิงสถิติ postcard ที่หายไป
2-3 ปีมานี้ ส่ง postcard เวลาไปเที่ยว แต่ โปสการ์ด มักมาไม่ถึงมือ
2568 ปีใหม่ ปายแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่----> ทริปนี้ ส่งโปสการ์ดจากปาย มาไม่ถึง แต่ส่งจากเชียงใหม่ซึ่งเป็นงานคราฟท์โปสการ์ดเฉพาะ แต่ส่งถึงมือ
2569 ปีใหม่ ส่งจากโอซาก้าญี่ปุ่น 2 ฉบับ ทริปนี้มาไม่ถึงทั้ง 2 ฉบับ หนึ่งใน นั้นเป็นรูปปราสาทวากายามะ
ทริปล่าสุด โตเกียว คาวากูชิโกะ ส่งที่ kawaguchiko 2ฉบับ ส่งที่ทำการไปรษณีย์เลย เกือบเดือนแล้วยังมาไม่ถึง มีแนวโน้มสูญหาย
ขณะที่ที่ทริปเดียวกัน ส่งจากสนามบินนาริตะ วันกลับ ไม่เกิน 2อาทิตย์มาถึงแล้ว
หากคิดเป็นอัตราส่วนความสำเร็จ ต่อ จำนวนครั้งที่ส่ง ได้รับ 2 ครั้ง จาก 5 ครั้งที่ส่ง จำนวน 3 ครั้งที่ไม่ได้รับ 2 ครั้งเป็ฯการส่งช่วงปีใหม่
หากคิดเป็นฉบับ ได้รับ 2โปสการ์ด จาก 7 ฉบับที่ส่งไป
มันบ่งบอกว่า Postcard นับเวลาถอบหลังเข้าทุกที ในการ ล้มหาย แม้นตอนนี้มันยังไม่ตายก็ตาม
Postcard ที่หล่นหาย: ส่งความคิดถึงให้ตัวเอง...จากโอซาก้า
ถ้าคุณเคยดู หรือเคยอ่าน บทภาพยนตร์เรื่อง
“Dear You” คุณคงจำความรู้สึกของการเฝ้ารอได้ดี ความรู้สึกที่ว่าถ้อยคำบางคำ ต่อให้เดินทางช้าไปหน่อย หรืออาจจะหลงทิศทางไปบ้าง แต่มันก็ยังคงทำหน้าที่โอบกอดความรู้สึกของคนรอได้อย่างอบอุ่นเสมอ
ช่วงปีใหม่ ที่ผ่านมา ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านปราสาทวากายามะ ผมยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ในมือ—มันคือโปสการ์ดภาพวาดสีน้ำของตัวปราสาทที่สะท้อนความงดงามแบบเรียบง่าย ท่ามกลางฉากหลังของสถานที่จริงที่ถูกเบลอไว้ด้วยสายตาและเลนส์กล้อง
“ถึงตัวเองในวันข้างหน้า... ขอบคุณทุกๆอย่างที่ผ่านมา ”
ผมบรรจงเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองสั้น ๆ ลงบนหลังภาพ ถ้อยคำเรียบง่ายที่ตั้งใจจะส่งกลับมาหาตัวเองที่บ้าน เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ชิ้นแรกจากระยะทางนับพันกิโลเมตร ผม หย่อนมันลงตู้ไปรษณีย์ด้วยรอยยิ้ม จินตนาการถึงวันที่ตัวเองจะเปิดอ่านข้อความนี้ซ้ำอีกครั้ง พร้อมตราประทับของประเทศญี่ปุ่น
ใครจะไปรู้วันหนึ่ง ญี่ปุ่นอาจจะสูญหายไปจากแผนที่โลก็ได้ มันไม่มีอะไรแน่นอน
แต่จนถึงวันนี้... โปสการ์ดใบนั้นก็ยังมาไม่ถึง
เมื่อ ‘การเดินทาง’ ของข้อความ... สวนทางกับความเป็นจริง
ในมุมหนึ่ง มันอาจจะน่าเสียดายที่ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้ถูกจัดส่งตามเวลา แต่อีกมุมหนึ่ง postcard บางฉบับถูกลิขิตให้ ‘หล่นหาย’ เพื่อให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างระหว่างทาง
ความหมายที่ไม่ได้หายไปไหน: แม้กระดาษจะไม่ได้เดินทางมาถึงมือ แต่อารมณ์ ความรู้สึกที่จะเลือกที่จะมอบให้ตัวเอง” ในนาทีที่อยู่ปราสาทวากายามะวันนั้น มันได้เกิดขึ้นจริงและฝังอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว
การปล่อยให้ความคิดถึงทำหน้าที่: บางทีโปสการ์ดใบนั้นอาจจะกำลังเดินทางท่อง
เที่ยวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของโลก หรืออาจจะกำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะปรากฏตัวขึ้นมาในวันที่ผมอาจต้องการมันมากที่สุดก็ได้
การส่งโปสการ์ดหาตัวเอง ไม่ใช่แค่การบันทึกการเดินทาง แต่คือการย้ำเตือนว่า
“เราคือคนสำคัญที่สุดที่ควรได้รับกำลังใจ” และต่อให้ Postcard ฉบับนั้นจะหายไปในสายหมวดของกาลเวลา... แต่ความรักตัวเองที่เราเขียนลงไป จะไม่มีวันสูญหายอย่างแน่นอน
Postcard ที่หล่นหาย: Dearyou ส่งความคิดถึงให้ตัวเอง...จากโอซาก้า
2-3 ปีมานี้ ส่ง postcard เวลาไปเที่ยว แต่ โปสการ์ด มักมาไม่ถึงมือ
2568 ปีใหม่ ปายแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่----> ทริปนี้ ส่งโปสการ์ดจากปาย มาไม่ถึง แต่ส่งจากเชียงใหม่ซึ่งเป็นงานคราฟท์โปสการ์ดเฉพาะ แต่ส่งถึงมือ
2569 ปีใหม่ ส่งจากโอซาก้าญี่ปุ่น 2 ฉบับ ทริปนี้มาไม่ถึงทั้ง 2 ฉบับ หนึ่งใน นั้นเป็นรูปปราสาทวากายามะ
ทริปล่าสุด โตเกียว คาวากูชิโกะ ส่งที่ kawaguchiko 2ฉบับ ส่งที่ทำการไปรษณีย์เลย เกือบเดือนแล้วยังมาไม่ถึง มีแนวโน้มสูญหาย
ขณะที่ที่ทริปเดียวกัน ส่งจากสนามบินนาริตะ วันกลับ ไม่เกิน 2อาทิตย์มาถึงแล้ว
หากคิดเป็นอัตราส่วนความสำเร็จ ต่อ จำนวนครั้งที่ส่ง ได้รับ 2 ครั้ง จาก 5 ครั้งที่ส่ง จำนวน 3 ครั้งที่ไม่ได้รับ 2 ครั้งเป็ฯการส่งช่วงปีใหม่
หากคิดเป็นฉบับ ได้รับ 2โปสการ์ด จาก 7 ฉบับที่ส่งไป
มันบ่งบอกว่า Postcard นับเวลาถอบหลังเข้าทุกที ในการ ล้มหาย แม้นตอนนี้มันยังไม่ตายก็ตาม
Postcard ที่หล่นหาย: ส่งความคิดถึงให้ตัวเอง...จากโอซาก้า
ถ้าคุณเคยดู หรือเคยอ่าน บทภาพยนตร์เรื่อง “Dear You” คุณคงจำความรู้สึกของการเฝ้ารอได้ดี ความรู้สึกที่ว่าถ้อยคำบางคำ ต่อให้เดินทางช้าไปหน่อย หรืออาจจะหลงทิศทางไปบ้าง แต่มันก็ยังคงทำหน้าที่โอบกอดความรู้สึกของคนรอได้อย่างอบอุ่นเสมอ
ช่วงปีใหม่ ที่ผ่านมา ท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านปราสาทวากายามะ ผมยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ในมือ—มันคือโปสการ์ดภาพวาดสีน้ำของตัวปราสาทที่สะท้อนความงดงามแบบเรียบง่าย ท่ามกลางฉากหลังของสถานที่จริงที่ถูกเบลอไว้ด้วยสายตาและเลนส์กล้อง
“ถึงตัวเองในวันข้างหน้า... ขอบคุณทุกๆอย่างที่ผ่านมา ”
ผมบรรจงเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองสั้น ๆ ลงบนหลังภาพ ถ้อยคำเรียบง่ายที่ตั้งใจจะส่งกลับมาหาตัวเองที่บ้าน เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ชิ้นแรกจากระยะทางนับพันกิโลเมตร ผม หย่อนมันลงตู้ไปรษณีย์ด้วยรอยยิ้ม จินตนาการถึงวันที่ตัวเองจะเปิดอ่านข้อความนี้ซ้ำอีกครั้ง พร้อมตราประทับของประเทศญี่ปุ่น
ใครจะไปรู้วันหนึ่ง ญี่ปุ่นอาจจะสูญหายไปจากแผนที่โลก็ได้ มันไม่มีอะไรแน่นอน
แต่จนถึงวันนี้... โปสการ์ดใบนั้นก็ยังมาไม่ถึง
เมื่อ ‘การเดินทาง’ ของข้อความ... สวนทางกับความเป็นจริง
ในมุมหนึ่ง มันอาจจะน่าเสียดายที่ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้ถูกจัดส่งตามเวลา แต่อีกมุมหนึ่ง postcard บางฉบับถูกลิขิตให้ ‘หล่นหาย’ เพื่อให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างระหว่างทาง
ความหมายที่ไม่ได้หายไปไหน: แม้กระดาษจะไม่ได้เดินทางมาถึงมือ แต่อารมณ์ ความรู้สึกที่จะเลือกที่จะมอบให้ตัวเอง” ในนาทีที่อยู่ปราสาทวากายามะวันนั้น มันได้เกิดขึ้นจริงและฝังอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว
การปล่อยให้ความคิดถึงทำหน้าที่: บางทีโปสการ์ดใบนั้นอาจจะกำลังเดินทางท่อง
เที่ยวอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของโลก หรืออาจจะกำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะปรากฏตัวขึ้นมาในวันที่ผมอาจต้องการมันมากที่สุดก็ได้
การส่งโปสการ์ดหาตัวเอง ไม่ใช่แค่การบันทึกการเดินทาง แต่คือการย้ำเตือนว่า “เราคือคนสำคัญที่สุดที่ควรได้รับกำลังใจ” และต่อให้ Postcard ฉบับนั้นจะหายไปในสายหมวดของกาลเวลา... แต่ความรักตัวเองที่เราเขียนลงไป จะไม่มีวันสูญหายอย่างแน่นอน