วิเคราะห์ข่าวราคาเงาะตกต่ำ ทำไมถึงจ้างแรงงานต่างด้าวแพงขึ้น
สาเหตุที่ชาวสวนเงาะต้องเร่งหาแรงงานแรงงานต่างด้าวทดแทน (เช่น กลุ่มไทใหญ่จากภาคเหนือ) เข้ามาช่วยงาน แม้ผลผลิตจะมีราคาตกต่ำ
เป็นเพราะ ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการปล่อยผลผลิตทิ้งไว้ให้เน่าเสียคาสวนนั้นจะก่อผลเสียสูงกว่าการจ้างแรงงานทดแทน
วิเคราะห์ทำไมเงาะราคาตกต่ำ?
เนื่องจากมีผลผลิตเงาะล้นตลาด
ผลผลิตเงาะ (เช่น เงาะสีทอง, เงาะโรงเรียน) ออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมากช่วงฤดูกาล มีฤดูร้อนที่ยาวนาน ทำให้ผลผลิตออกมามากพร้อมกัน
ปัญหาการกระจายสินค้า ปริมาณผลไม้ที่ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางกดราคา
ค่าขนส่งสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้น จากผลกระทบวิกฤตพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง
ราคาต่ำกว่าต้นทุน ราคาขายส่งเงาะบางพื้นที่ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต
ทำไมชาวสวนยังต้องการแรงงาน ต่างด้าว(ไทใหญ่)?
การเก็บผลผลิตเงาะต้องแข่งกับเวลา เนื่องจาก เงาะเป็นผลไม้ที่ต้องเร่งเก็บเกี่ยวเมื่อสุกเต็มที่ แต่มีปริมาณผลผลิตมากจนทำเองไม่ไหว และหากปล่อยทิ้งไว้จะเน่าเสียคาสวน
แรงงานไทยขาดแคลน เนื่องจากแรงงานในพื้นที่และแรงงานไทยหายากหรือไม่เพียงพอต่อช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ส่วนค่าแรงชาวไทยจะแพงกว่าต่างด้าวมาก งานหนัก แดดร้อน มีงานเพียงแค่ช่วงฤดูกาล คนไทยจึงไม่สนใจงานแบบนี้
งานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แรงงานต่างด้าว (โดยเฉพาะกัมพูชา) มีความเชี่ยวชาญและทักษะความชำนาญในการคัดเลือกและเก็บผลไม้ ทำให้งานเสร็จไวและผลผลิตไม่ช้ำ แถมค่าแรงถูกกว่ามาก ไม่ต้องลงทะเบียนเสียภาษี
แต่ชาวสวนต้องยอมจ่ายแม้ต้นทุนสูงกว่าเดิม เกษตรกรชาวสวนเงาะยอมแบกรับค่าใช้จ่ายการทำเอกสารและค่าจ้างที่สูงขึ้น (เช่น ค่าเอกสารราว 17,000-19,000 บาทต่อคน) เพื่อให้เก็บเงาะได้ทันเวลา ลดความเสียหายแม้ราคารับซื้อในตลาดจะต่ำจนเกษตรกรขาดทุน
ซึ่งเทียบกับแรงงานเขมรลักลอบเข้ามา ค่าแรงถูกกว่ามาก ไม่มีต้นทุนส่วนนี้ที่ชาวสวนเงาะต้องจ่ายเงินเลย
สรุปคือ การเร่งเก็บผลผลิตให้หมดสวนยังคงเป็นทางออกเดียวเพื่อเปลี่ยนผลผลิตให้เป็นรายได้หมุนเวียน แทนที่จะปล่อยให้ร่วงหล่นไปทั้งหมด
นอกจากนี้การปล่อยเน่าเสียคาต้น จะทำให้ต้นเงาะตายได้
วิเคราะห์ ชาวสวนเงาะยอมจ่ายแพงจ้างแรงงาน เก็บเกี่ยวแม้ราคาตกต่ำ
สาเหตุที่ชาวสวนเงาะต้องเร่งหาแรงงานแรงงานต่างด้าวทดแทน (เช่น กลุ่มไทใหญ่จากภาคเหนือ) เข้ามาช่วยงาน แม้ผลผลิตจะมีราคาตกต่ำ
เป็นเพราะ ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการปล่อยผลผลิตทิ้งไว้ให้เน่าเสียคาสวนนั้นจะก่อผลเสียสูงกว่าการจ้างแรงงานทดแทน
วิเคราะห์ทำไมเงาะราคาตกต่ำ?
เนื่องจากมีผลผลิตเงาะล้นตลาด
ผลผลิตเงาะ (เช่น เงาะสีทอง, เงาะโรงเรียน) ออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมากช่วงฤดูกาล มีฤดูร้อนที่ยาวนาน ทำให้ผลผลิตออกมามากพร้อมกัน
ปัญหาการกระจายสินค้า ปริมาณผลไม้ที่ล้นตลาดทำให้พ่อค้าคนกลางกดราคา
ค่าขนส่งสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้น จากผลกระทบวิกฤตพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง
ราคาต่ำกว่าต้นทุน ราคาขายส่งเงาะบางพื้นที่ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต
ทำไมชาวสวนยังต้องการแรงงาน ต่างด้าว(ไทใหญ่)?
การเก็บผลผลิตเงาะต้องแข่งกับเวลา เนื่องจาก เงาะเป็นผลไม้ที่ต้องเร่งเก็บเกี่ยวเมื่อสุกเต็มที่ แต่มีปริมาณผลผลิตมากจนทำเองไม่ไหว และหากปล่อยทิ้งไว้จะเน่าเสียคาสวน
แรงงานไทยขาดแคลน เนื่องจากแรงงานในพื้นที่และแรงงานไทยหายากหรือไม่เพียงพอต่อช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว
ส่วนค่าแรงชาวไทยจะแพงกว่าต่างด้าวมาก งานหนัก แดดร้อน มีงานเพียงแค่ช่วงฤดูกาล คนไทยจึงไม่สนใจงานแบบนี้
งานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แรงงานต่างด้าว (โดยเฉพาะกัมพูชา) มีความเชี่ยวชาญและทักษะความชำนาญในการคัดเลือกและเก็บผลไม้ ทำให้งานเสร็จไวและผลผลิตไม่ช้ำ แถมค่าแรงถูกกว่ามาก ไม่ต้องลงทะเบียนเสียภาษี
แต่ชาวสวนต้องยอมจ่ายแม้ต้นทุนสูงกว่าเดิม เกษตรกรชาวสวนเงาะยอมแบกรับค่าใช้จ่ายการทำเอกสารและค่าจ้างที่สูงขึ้น (เช่น ค่าเอกสารราว 17,000-19,000 บาทต่อคน) เพื่อให้เก็บเงาะได้ทันเวลา ลดความเสียหายแม้ราคารับซื้อในตลาดจะต่ำจนเกษตรกรขาดทุน
ซึ่งเทียบกับแรงงานเขมรลักลอบเข้ามา ค่าแรงถูกกว่ามาก ไม่มีต้นทุนส่วนนี้ที่ชาวสวนเงาะต้องจ่ายเงินเลย
สรุปคือ การเร่งเก็บผลผลิตให้หมดสวนยังคงเป็นทางออกเดียวเพื่อเปลี่ยนผลผลิตให้เป็นรายได้หมุนเวียน แทนที่จะปล่อยให้ร่วงหล่นไปทั้งหมด
นอกจากนี้การปล่อยเน่าเสียคาต้น จะทำให้ต้นเงาะตายได้