-โดยรวมหนังค่อนข้างเชย ทั้งเรื่องแทบไม่มีอะไรนอกจากวิ่งไล่ล่ากันไปมา
-หลายอย่างที่หนังพยายามเฉลยหรือสื่อ คนดูก็พอเดาได้อยู่แล้ว แต่กลับเล่ายืดยาวจนเกือบจบเรื่อง ดูแค่ 20 นาทีท้ายก็แทบไม่พลาดอะไรสำคัญ
-มนุษย์ต่างดาวก็มีอยู่แค่เผ่าพันธุ์เดียว จนบางช่วงให้อารมณ์เหมือนกำลังดู E.T. เพื่อนรัก ภาคต่อ
-หนังพยายามแตะประเด็นเรื่องศรัทธาต่อพระเจ้า ถ้าวันหนึ่งมนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง แต่ขยี้ไปไม่สุด
-หลายประเด็นที่หยิบมาเล่าดูเบา ๆ ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าที่ควร
-การกลับมาของ สตีเวน สปีลเบิร์ก รอบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าการเล่าเรื่องยังดูตกยุคอยู่พอสมควร ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นเหมือนงานในอดีต
-ตอนจบเหมือนพยายามเปิดทางไปสู่ภาคต่อ แต่พอดูเรื่องนี้จบแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากรอต่อขนาดนั้น
-ถ้าเทียบกับหนังแนวใกล้เคียงกันอย่าง Knowing: รหัสวินาศโลก ส่วนตัวมองว่าเรื่องนั้นยังลุ้นกว่า สนุกกว่า และชวนติดตามกว่ามาก
-สรุปความรู้สึกหลังดู เหมือนเอา Minority Report + Knowing + E.T. มาปั่นรวมกัน แต่สุดท้ายเล่าออกมาได้ไม่ค่อยสนุกเท่าที่ควร
.
ถ้ามองในแง่ความเป็นภาพยนตร์ ความบันเทิง และความสนุกโดยรวม
คะแนนส่วนตัว : 6.5/10 ⭐️
ปล. สมมติเล่น ๆ นะ
-ถ้าวัตถุประสงค์ของหนังเรื่องนี้คือการค่อย ๆ หยั่งเชิง หรือส่งสัญญาณให้มนุษย์โลกเริ่มรับรู้ว่า “เราไม่ได้อยู่ลำพังในจักรวาล” และวันหนึ่งอาจมีการเปิดเผยการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวอย่างเป็นทางการ
ก็ต้องยอมรับว่าแนวคิดและบรรยากาศบางอย่างในหนัง ถือว่าดูสมจริงและใกล้เคียงกับสิ่งที่หลายคนกำลังพูดถึงหรือคาดเดากันอยู่ในปัจจุบันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
รีวิวแบบบ้านๆ “disclosure day” เพิ่งไปดูมา สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับตกยุค
-หลายอย่างที่หนังพยายามเฉลยหรือสื่อ คนดูก็พอเดาได้อยู่แล้ว แต่กลับเล่ายืดยาวจนเกือบจบเรื่อง ดูแค่ 20 นาทีท้ายก็แทบไม่พลาดอะไรสำคัญ
-มนุษย์ต่างดาวก็มีอยู่แค่เผ่าพันธุ์เดียว จนบางช่วงให้อารมณ์เหมือนกำลังดู E.T. เพื่อนรัก ภาคต่อ
-หนังพยายามแตะประเด็นเรื่องศรัทธาต่อพระเจ้า ถ้าวันหนึ่งมนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง แต่ขยี้ไปไม่สุด
-หลายประเด็นที่หยิบมาเล่าดูเบา ๆ ไม่ค่อยน่าติดตามเท่าที่ควร
-การกลับมาของ สตีเวน สปีลเบิร์ก รอบนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าการเล่าเรื่องยังดูตกยุคอยู่พอสมควร ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นเหมือนงานในอดีต
-ตอนจบเหมือนพยายามเปิดทางไปสู่ภาคต่อ แต่พอดูเรื่องนี้จบแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากรอต่อขนาดนั้น
-ถ้าเทียบกับหนังแนวใกล้เคียงกันอย่าง Knowing: รหัสวินาศโลก ส่วนตัวมองว่าเรื่องนั้นยังลุ้นกว่า สนุกกว่า และชวนติดตามกว่ามาก
-สรุปความรู้สึกหลังดู เหมือนเอา Minority Report + Knowing + E.T. มาปั่นรวมกัน แต่สุดท้ายเล่าออกมาได้ไม่ค่อยสนุกเท่าที่ควร
.
ถ้ามองในแง่ความเป็นภาพยนตร์ ความบันเทิง และความสนุกโดยรวม
คะแนนส่วนตัว : 6.5/10 ⭐️
ปล. สมมติเล่น ๆ นะ
-ถ้าวัตถุประสงค์ของหนังเรื่องนี้คือการค่อย ๆ หยั่งเชิง หรือส่งสัญญาณให้มนุษย์โลกเริ่มรับรู้ว่า “เราไม่ได้อยู่ลำพังในจักรวาล” และวันหนึ่งอาจมีการเปิดเผยการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวอย่างเป็นทางการ
ก็ต้องยอมรับว่าแนวคิดและบรรยากาศบางอย่างในหนัง ถือว่าดูสมจริงและใกล้เคียงกับสิ่งที่หลายคนกำลังพูดถึงหรือคาดเดากันอยู่ในปัจจุบันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง