บอกก่อนเลยว่าผมเป็นประเภทเชื่อว่าเอเลี่ยนน่าจะมีตัวตนตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยไฟล์เอเลี่ยนของกระทรวงสครามอีก ดังนั้นสำหรับผมหนังเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหนังเอเลี่ยนที่ผมชอบ
สำหรับ plot และบทไม่รู้ว่าปู่ Spielberg แกไปรู้อะไรมาก่อนรึเปล่าถึงเลือกวันฉายได้ถูกจังหวะขนาดนี้ ปี 2026 คือปีทองของเอเลี่ยนอย่างแท้จริง plot น่าสนใจออกแนวจรลกรรม ผสมกับ sci-fi การล้วงลึกถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเอเลี่ยน และทุกคนสมควรได้รับรู้
บทอย่างที่กล่าวมันออกแนว crime ผสมกับ sci-fi การดำเนินเรื่องสำหรับผมมันออกแนว slow burn นะ คือหนังมันมีความดำเนินเรื่องช้า เพื่อมา inpact กับคนดูในตอนจบ ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่ถามว่ามันเป็นปัญหาถึงขั้นต้องตัดคะแนนมั้ย คงจะต้องบอกว่าไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันถูกปูมาไว้หมดแล้ว มันคือหน้าที่เราที่จะต้องดูให้ครบ จบ ถ้าไม่ครบ และจบคุณก็อาจจะพลาด elements บางอย่างไป ดังนั้นบทดี
การแสดง คือดีที่สุด ผมบอกเลยนะ emily blunt, josh o’connor และ colman domingo คือแสดงดีมากๆ โดยเฉพาะ emily blunt คือแกแสดงได้แบบดีมากๆ โชว์ทักษะความสามารถแบบสุดๆ เผลอๆ อาจจะเป็นหนึ่งใน nominee ของเวทีประกาศรางวัลหนังก็ได้ในปีหน้า
การถ่ายทำ ตามสไตล์ปู่ Spielberg เลยครับ สำหรับผมเรื่องที่ผมชอบที่สุดคือ jurassic park พอมาเรื่องนี้ที่ technology มันไปไกลมากขึ้น ได้เห็นงาน production ที่มันดีขึ้น สมจริงขึ้นมันน่าทึ่งมากเลยนะ
Pacing คือหนังมันนาน แต่ถามว่าตัดช่วงใดออกได้มั้ย สำหรับผมถ้าจะตัดจริงๆ ก็คงเป็น part ความสัมพันธ์ระหว่าง emily blunt กับ wyatt russell แต่ถ้าเพิ่มความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้มามันก็จะเติมเต็มหนักมากขึ้น เอาง่ายๆ หนังนานจริงแต่ทุกพาร์ทมันสำคัญหมด
สรุปโดยรวม disclosure day เป็นหนังที่จะไม่ได้มีการโชว์ความเป็นเอเลี่ยนจ๋า แต่เป็นหนังที่ชวนตั้งคำถามกับประชาชนอย่างเราว่า “หากมนุษย์ต่างดาวมีจริง เราจะรับมือกับมันยังไง สภาพสังคมจะเป็นแบบไหน ผู้คนจะแตกตื่นมั้ย?” เป็นหนังที่เน้นความอยากรู้และตั้งคำถามเกี่ยวกับเอเลี่ยน คือสำหรับผมตอนนี้เราไม่ต้องการคำตอบแล้วว่าพวกเขามีจริงมั้ย แต่คำถามที่สำคัญในตอนนี้คือ เราจะเอายังไงกับพวกเขา หรือ พวกเขาจะคิดยังไงกับเรา
8/10
รีวิวหลังชม “disclosure day”
บอกก่อนเลยว่าผมเป็นประเภทเชื่อว่าเอเลี่ยนน่าจะมีตัวตนตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยไฟล์เอเลี่ยนของกระทรวงสครามอีก ดังนั้นสำหรับผมหนังเรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหนังเอเลี่ยนที่ผมชอบ
สำหรับ plot และบทไม่รู้ว่าปู่ Spielberg แกไปรู้อะไรมาก่อนรึเปล่าถึงเลือกวันฉายได้ถูกจังหวะขนาดนี้ ปี 2026 คือปีทองของเอเลี่ยนอย่างแท้จริง plot น่าสนใจออกแนวจรลกรรม ผสมกับ sci-fi การล้วงลึกถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเอเลี่ยน และทุกคนสมควรได้รับรู้
บทอย่างที่กล่าวมันออกแนว crime ผสมกับ sci-fi การดำเนินเรื่องสำหรับผมมันออกแนว slow burn นะ คือหนังมันมีความดำเนินเรื่องช้า เพื่อมา inpact กับคนดูในตอนจบ ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่ถามว่ามันเป็นปัญหาถึงขั้นต้องตัดคะแนนมั้ย คงจะต้องบอกว่าไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันถูกปูมาไว้หมดแล้ว มันคือหน้าที่เราที่จะต้องดูให้ครบ จบ ถ้าไม่ครบ และจบคุณก็อาจจะพลาด elements บางอย่างไป ดังนั้นบทดี
การแสดง คือดีที่สุด ผมบอกเลยนะ emily blunt, josh o’connor และ colman domingo คือแสดงดีมากๆ โดยเฉพาะ emily blunt คือแกแสดงได้แบบดีมากๆ โชว์ทักษะความสามารถแบบสุดๆ เผลอๆ อาจจะเป็นหนึ่งใน nominee ของเวทีประกาศรางวัลหนังก็ได้ในปีหน้า
การถ่ายทำ ตามสไตล์ปู่ Spielberg เลยครับ สำหรับผมเรื่องที่ผมชอบที่สุดคือ jurassic park พอมาเรื่องนี้ที่ technology มันไปไกลมากขึ้น ได้เห็นงาน production ที่มันดีขึ้น สมจริงขึ้นมันน่าทึ่งมากเลยนะ
Pacing คือหนังมันนาน แต่ถามว่าตัดช่วงใดออกได้มั้ย สำหรับผมถ้าจะตัดจริงๆ ก็คงเป็น part ความสัมพันธ์ระหว่าง emily blunt กับ wyatt russell แต่ถ้าเพิ่มความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้มามันก็จะเติมเต็มหนักมากขึ้น เอาง่ายๆ หนังนานจริงแต่ทุกพาร์ทมันสำคัญหมด
สรุปโดยรวม disclosure day เป็นหนังที่จะไม่ได้มีการโชว์ความเป็นเอเลี่ยนจ๋า แต่เป็นหนังที่ชวนตั้งคำถามกับประชาชนอย่างเราว่า “หากมนุษย์ต่างดาวมีจริง เราจะรับมือกับมันยังไง สภาพสังคมจะเป็นแบบไหน ผู้คนจะแตกตื่นมั้ย?” เป็นหนังที่เน้นความอยากรู้และตั้งคำถามเกี่ยวกับเอเลี่ยน คือสำหรับผมตอนนี้เราไม่ต้องการคำตอบแล้วว่าพวกเขามีจริงมั้ย แต่คำถามที่สำคัญในตอนนี้คือ เราจะเอายังไงกับพวกเขา หรือ พวกเขาจะคิดยังไงกับเรา
8/10