#รีวิวหนัง DISCLOSURE DAY
ถ้าความจริงทำลายทุกอย่างที่เราเชื่อ
เรายังอยากรู้มันอยู่ไหม #ไม่สปอยส่วนสำคัญของเรื่อง
.
0/
หลายคนบอกว่า "ขอแค่รู้ความจริงก็พอ"
แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ เราจะพบว่า
ความจริงบางอย่างไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น
ความจริงที่ว่า
คนที่เรารักอาจไม่ได้รักเราอย่างที่คิด
งานที่เราทุ่มเทมาตลอด
อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
หรือแม้แต่ตัวเราเอง
อาจไม่ใช่คนที่เราเคยเชื่อว่าตัวเองเป็นแบบนี้
.
1/
เพราะมนุษย์ชอบบอกว่าอยากรู้ความจริง
แต่หลายครั้ง สิ่งที่เราอยากได้จริงๆ
ไม่ใช่ความจริง...แต่คือความสบายใจ
และนั่นคือเหตุผลที่ Disclosure Day กลายเป็นหนังไซไฟที่พูดถึง "มนุษย์" ได้ดีกว่าหนังดราม่าหลายเรื่องเสียอีก
.
2/
เรื่องย่อเริ่มต้นจากการค้นพบความลับระดับโลก
ความลับที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก
เทคโนโลยีที่ไม่ใช่ของมนุษย์
และข้อมูลบางอย่างที่รัฐบาลปิดบังมานานหลายสิบปี
แต่ยิ่งตัวละครเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร
คำถามในหนังก็ยิ่งเปลี่ยนไป จาก"เอเลี่ยนมีจริงไหม"
กลายเป็น
"ถ้ามีจริง มนุษย์พร้อมรับความจริงนั้นหรือยัง"
.
3/
มีประโยคหนึ่งในหนังบอกว่า
"I don't fear them. I fear us."
"ฉันไม่ได้กลัวพวกเขาฉันกลัวพวกเรา"
เพราะตลอดทั้งเรื่อง คนที่โกหก คนที่ปกปิด
คนที่บิดเบือน คนที่ใช้ความจริงเป็นอาวุธ
ล้วนเป็นมนุษย์ทั้งนั้น
หนังจึงไม่ได้ถามว่า ถ้าเอเลี่ยนบุกโลกจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ถามว่า...ถ้าเอเลี่ยนไม่เคยคิดร้ายกับเราเลย
แต่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์แบบเดิม
จะเกิดอะไรขึ้น มันน่าสนใจตรงนี้แหล่ะ
.
4/
ความจริงบางอย่างไม่ได้ถูกปิดบังเพราะมันไม่จริง
แต่มันจริงเกินไป หนังมีประโยคหนึ่งที่แอดชอบมาก
"The truth will end all established order."
ความจริงจะทำลายระเบียบทุกอย่างที่เราเคยสร้างไว้
เพราะถ้าวันหนึ่งมนุษย์รู้ว่า
เราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด
ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
ไม่ใช่สิ่งสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
และศาสนา...การเมือง...อำนาจ...ความเชื่อ
ทุกอย่างอาจต้องถูกเขียนใหม่ทั้งหมด
.
4./
นี่อาจเป็นหนังเกี่ยวกับศรัทธาที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปี
แม้หน้าหนังจะเป็นไซไฟ
แต่หัวใจของมันคือคำถามเรื่องศรัทธา
เราเชื่อในอะไร
และถ้าวันหนึ่งสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดพังลง
เราจะเหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว
หนังไม่ได้บอกคำตอบ
แต่ค่อยๆ ให้คนดูหันกลับมาถามตัวเอง
เหมือนเวลาที่ชีวิตความจริงบางอย่างใส่หน้าเรา
แล้วเราทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าควรเลือกความจริงชุดใหม่หรือสิ่งเดิมที่เชื่อมาตลอดชีวิต
.
5./
Steven Spielberg ยังเป็นพ่อมดของฮอลลีวูดเหมือนเดิม มีผู้กำกับไม่กี่คนบนโลก ที่ทำให้เรากลับไปรู้สึก
เหมือนเด็กที่กำลังตื่นเต้นได้ทุกครั้ง
ทั้งที่ทุกวันนี้
เราดูหนังเอเลี่ยนกันมานับร้อยเรื่อง
เห็นยานอวกาศมานับพันลำ
รู้หมดแล้วว่าหนังไซไฟควรหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่ Disclosure Day กลับทำให้การได้เห็น
สิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์
กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอีกครั้ง
เหมือนตอนดู ET
นี่คือ Spielberg ในเวอร์ชันที่แอดคิดถึงที่สุด
.
6./
และสิ่งที่หนังพูด อาจไม่ใช่เรื่องเอเลี่ยนเลย
แอดออกจากโรงด้วยคำถามเดียว
ไม่ใช่ "เอเลี่ยนมีจริงไหม"
แต่เป็น "ถ้าความจริงบางอย่างทำลายทุกอย่างที่เราเชื่อ"
เรายังอยากรู้มันอยู่ไหม
เพราะบางที สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาล
อาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างออกไปหลายล้านปีแสง
แต่อาจเป็นวันที่เราต้องยอมรับว่า
โลกไม่ได้เป็นอย่างที่เราเชื่อมาตลอด
และคนที่ยังไม่พร้อมรับความจริงนั้น
อาจเป็นพวกเราเองต่างหาก
https://www.facebook.com/cwatchthemovies
[SR] #รีวิวหนัง DISCLOSURE DAY ถ้าความจริงทำลายทุกอย่างที่เราเชื่อ เรายังอยากรู้มันอยู่ไหม #ไม่สปอยส่วนสำคัญของเรื่อง
ถ้าความจริงทำลายทุกอย่างที่เราเชื่อ
เรายังอยากรู้มันอยู่ไหม #ไม่สปอยส่วนสำคัญของเรื่อง
.
0/
หลายคนบอกว่า "ขอแค่รู้ความจริงก็พอ"
แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ เราจะพบว่า
ความจริงบางอย่างไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น
ความจริงที่ว่า
คนที่เรารักอาจไม่ได้รักเราอย่างที่คิด
งานที่เราทุ่มเทมาตลอด
อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข
หรือแม้แต่ตัวเราเอง
อาจไม่ใช่คนที่เราเคยเชื่อว่าตัวเองเป็นแบบนี้
.
1/
เพราะมนุษย์ชอบบอกว่าอยากรู้ความจริง
แต่หลายครั้ง สิ่งที่เราอยากได้จริงๆ
ไม่ใช่ความจริง...แต่คือความสบายใจ
และนั่นคือเหตุผลที่ Disclosure Day กลายเป็นหนังไซไฟที่พูดถึง "มนุษย์" ได้ดีกว่าหนังดราม่าหลายเรื่องเสียอีก
.
2/
เรื่องย่อเริ่มต้นจากการค้นพบความลับระดับโลก
ความลับที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก
เทคโนโลยีที่ไม่ใช่ของมนุษย์
และข้อมูลบางอย่างที่รัฐบาลปิดบังมานานหลายสิบปี
แต่ยิ่งตัวละครเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร
คำถามในหนังก็ยิ่งเปลี่ยนไป จาก"เอเลี่ยนมีจริงไหม"
กลายเป็น
"ถ้ามีจริง มนุษย์พร้อมรับความจริงนั้นหรือยัง"
.
3/
มีประโยคหนึ่งในหนังบอกว่า
"I don't fear them. I fear us."
"ฉันไม่ได้กลัวพวกเขาฉันกลัวพวกเรา"
เพราะตลอดทั้งเรื่อง คนที่โกหก คนที่ปกปิด
คนที่บิดเบือน คนที่ใช้ความจริงเป็นอาวุธ
ล้วนเป็นมนุษย์ทั้งนั้น
หนังจึงไม่ได้ถามว่า ถ้าเอเลี่ยนบุกโลกจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ถามว่า...ถ้าเอเลี่ยนไม่เคยคิดร้ายกับเราเลย
แต่มนุษย์ยังเป็นมนุษย์แบบเดิม
จะเกิดอะไรขึ้น มันน่าสนใจตรงนี้แหล่ะ
.
4/
ความจริงบางอย่างไม่ได้ถูกปิดบังเพราะมันไม่จริง
แต่มันจริงเกินไป หนังมีประโยคหนึ่งที่แอดชอบมาก
"The truth will end all established order."
ความจริงจะทำลายระเบียบทุกอย่างที่เราเคยสร้างไว้
เพราะถ้าวันหนึ่งมนุษย์รู้ว่า
เราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด
ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
ไม่ใช่สิ่งสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
และศาสนา...การเมือง...อำนาจ...ความเชื่อ
ทุกอย่างอาจต้องถูกเขียนใหม่ทั้งหมด
.
4./
นี่อาจเป็นหนังเกี่ยวกับศรัทธาที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของปี
แม้หน้าหนังจะเป็นไซไฟ
แต่หัวใจของมันคือคำถามเรื่องศรัทธา
เราเชื่อในอะไร
และถ้าวันหนึ่งสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดพังลง
เราจะเหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว
หนังไม่ได้บอกคำตอบ
แต่ค่อยๆ ให้คนดูหันกลับมาถามตัวเอง
เหมือนเวลาที่ชีวิตความจริงบางอย่างใส่หน้าเรา
แล้วเราทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าควรเลือกความจริงชุดใหม่หรือสิ่งเดิมที่เชื่อมาตลอดชีวิต
.
5./
Steven Spielberg ยังเป็นพ่อมดของฮอลลีวูดเหมือนเดิม มีผู้กำกับไม่กี่คนบนโลก ที่ทำให้เรากลับไปรู้สึก
เหมือนเด็กที่กำลังตื่นเต้นได้ทุกครั้ง
ทั้งที่ทุกวันนี้
เราดูหนังเอเลี่ยนกันมานับร้อยเรื่อง
เห็นยานอวกาศมานับพันลำ
รู้หมดแล้วว่าหนังไซไฟควรหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่ Disclosure Day กลับทำให้การได้เห็น
สิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์
กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอีกครั้ง
เหมือนตอนดู ET
นี่คือ Spielberg ในเวอร์ชันที่แอดคิดถึงที่สุด
.
6./
และสิ่งที่หนังพูด อาจไม่ใช่เรื่องเอเลี่ยนเลย
แอดออกจากโรงด้วยคำถามเดียว
ไม่ใช่ "เอเลี่ยนมีจริงไหม"
แต่เป็น "ถ้าความจริงบางอย่างทำลายทุกอย่างที่เราเชื่อ"
เรายังอยากรู้มันอยู่ไหม
เพราะบางที สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในจักรวาล
อาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ห่างออกไปหลายล้านปีแสง
แต่อาจเป็นวันที่เราต้องยอมรับว่า
โลกไม่ได้เป็นอย่างที่เราเชื่อมาตลอด
และคนที่ยังไม่พร้อมรับความจริงนั้น
อาจเป็นพวกเราเองต่างหาก
https://www.facebook.com/cwatchthemovies
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้