ขันโตกคืออะไร ขันโตกดินเนอร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นเมื่อไหร์

ขันโตกคืออะไร ขันโตกดินเนอร์ต้อนรับนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นเมื่อไหร์

“ขันโตก” หรือ “โตก” เป็นภาชนะลักษณะคล้ายถาดที่ยกสูงขึ้นจากพื้น หน้าที่หลักเปรียบเสมือนโต๊ะกินข้าว มีไว้สำหรับใช้วางอาหาร มีความสูงพอดิบพอดีทำให้ไม่ต้องก้มไปกินข้าวที่ระดับพื้น ผู้กินจะต้องมานั่งล้อมรอบโตกเพื่อกินอาหารร่วมกัน
วัฒนธรรมการทานอาหารแบบขันโตกของล้านนา (ภาพจากสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 2)

ขันโตกจะแบ่งได้หลักๆ 3 ขนาด คือ “ขันโตกหน้อย” ขนาดเล็กที่สุด  มีขนาด 10-15 นิ้ว “ขันโตกฮาม” มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอยู่ที่ 17-25 นิ้ว และสุดท้ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ “ขันโตกหลวง” อยู่ที่ 25-40 นิ้ว

ในอดีตแต่ละบ้านจะมีรูปแบบและขนาดขันโตกที่แตกต่างกันไปตามสถานะทางสังคม หากเป็นชนชั้นสูง ขุนนาง ข้าราชการทั้งหลายจะนิยมใช้ขันโตกที่ทำจากเงิน ทองกาไหล่ ทั้งยังสร้างลวดลายจากการลงรักปิดทองหรือที่เรียกว่า “ลายคำ” อย่างวิจิตรลงบนโตก และเนื่องจากมีจำนวนเมนูในแต่ละมื้อที่มากกว่าชาวบ้านทั่วไปทำให้ต้องใช้ขันโตกฮามไปจนถึงขันโตกหลวงถึงจะมีพื้นที่พอสำหรับวางอาหาร 
ในขณะที่สามัญชนจะนิยมใช้ขันโตกหน้อยที่ทำจากหวายหรือไม้เป็นหลัก
พ.ศ. 2496 “นายไกรศรี นิมมานเหมินท์” ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ในเขตภาคเหนือ เป็นผู้ริเริ่มการจัดงานเลี้ยงรับรองแบบ “ขันโตกดินเนอร์” วัฒนธรรมเช่นนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก

โดยจัดขึ้นที่บ้านพักของท่านที่ถนนฟ้าฮ่าม เมืองเชียงใหม่ เนื่องในโอกาสเลี้ยงส่งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าหลวงยุติธรรมประจำภาค 4 ณ ขณะนั้นที่จะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งนายจอร์ช วิทนี่ กงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ คนที่ 2 ที่ต้องโยกย้ายกลับบ้านเกิดเมืองนอน
นสมัยก่อนที่ไฟฟ้าจะมีใช้อย่างทั่วถึงในระดับภูมิภาคการกินขันโตกจะได้รับความนิยมในช่วงกลางวันมากกว่ากลางคืน

ต่อมาเมื่อข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าลดลง และเนื่องจากเป็นประเพณีประยุกต์ที่หลอมรวมเอาค่านิยมความเป็นตะวันตกและล้านนาไว้ด้วยกัน รูปแบบของงานจึงมีลักษณะแบบสากลนิยมที่มักจะจัดเลี้ยงรับรองในช่วงเวลาค่ำมากกว่าในช่วงกลางวันจึงเป็นที่มาของคำว่า ขันโตกดินเนอร์ วัฒนธรรมการกินสุดเก๋

ที่มา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่